แผ่นดินไหว พิษณุโลก ขนาด 4.5 สั่นไหวถึงกำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์
เกิดเหตุแผ่นดินไหว ที่ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ขนาด 4.5 ลึก 5 กิโลเมตร รับรู้แรงสั่นไหวถึงกำแพงเพชร พิจิตร และนครสวรรค์ กรมอุตุฯระบุจุดศูนย์กลางไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อนมีพลัง
วันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 00.17 น. นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนประชาชนว่า ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ที่ละติจูด 16.558 องศาเหนือ ลองจิจูด 100.368 องศาตะวันออก ขนาด 4.5 ความลึก 5 กิโลเมตร ได้รับแจ้งรู้สึกสั่นไหวบริเวณจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร
สั่นไหวเป็นวงกว้างถึง จ.พิจิตร-กำแพงเพชร
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่า กรณีการเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 00.17 น. มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก โดยเป็นแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 4.5 ความลึก 5 กิโลเมตร โดยได้รับแจ้งความรู้สึกสั่นไหวเป็นบริเวณกว้าง ในบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และกําแพงเพชร โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 30 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 15 กิโลเมตร
เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault) ที่สํารวจโดยกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นรอยเลื่อนที่ยังไม่ได้รับการสํารวจ (Hidden Fault) ซึ่งกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้หากลไกการเกิดแผ่นดินไหว พบว่าแผ่นดินไหวเกิดจาก แนวรอยเลื่อนที่มีทิศทางการวางตัวในแนวตะวันออกเฉียงใต้-ตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งวางตัวตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว
แผ่นดินไหว คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวเสริมว่า ภัยแผ่นดินไหวยังคงเป็นภัยธรรมชาติที่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้ การป้องกันและบรรเทาภัยแผ่นดินไหวที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีและความรู้ในปัจจุบัน จําเป็นต้องการข้อมูลความสั่นสะเทือนของพื้นดินที่ถูกต้องจากระบบตรวจวัดที่มีมาตรฐาน
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามและรายงานสถานการณ์ต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิดได้ทางเว็บไซต์กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา earthquake.tmd.go.th เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ EarthquakeTMD โทรศัพท์หมายเลข 0-2366-9410, 0-2399-0969, 0-2399-4547 และสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง