โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สปสช. เพิ่มสายด่วน 1323 เป็นหน่วยบัตรทอง ลดข้อจำกัดด้านงบประมาณ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2566 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2566 เวลา 09.34 น.

สปสช. เพิ่ม “สายด่วนสุขภาพจิต 1323” เป็นหน่วยบริการบัตรทอง ประชาชนใช้สิทธิบัตรทอง ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตฟรี หวังขยายการเข้าถึงบริการ เพิ่มนักจิตวิทยาให้ประชาชน

วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าอัตราค่าเฉลี่ยการฆ่าตัวตายของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 6.4 คน/แสนประชากร แต่หลังโควิด-19 พบว่าเพิ่มขึ้นที่สัดส่วน 7.3 คน/แสนประชากร

ขณะที่การฆ่าตัวตายสำเร็จพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ที่มีสัดส่วน 9.64 คน/แสนประชากร รองลงมาคือกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-59 ปี อยู่ที่ 8.71 คน/แสนประชากร และกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ที่มีสัดส่วน 2.63 คน/แสนประชากร

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ กลับพบว่า กลุ่มวัยรุ่นจะเจอมากที่สุดถึง 224.38 คน/แสนประชากร ซึ่งเป็นข้อมูลจากการไปพบจิตแพทย์ รวมไปถึงปรึกษากับสายด่วนสุขภาพจิต 1323 และบันทึกเอาไว้ ขณะที่ยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้พบจิตแพทย์ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงจะมากกว่านี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ รวมถึงสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตผ่านทางโทรศัพท์กับประชาชน โดยเฉพาะกับประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง

โดยจะเป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่สถาบันจะสามารถเรียกเก็บค่าบริการจาก สปสช.ได้ หากประชาชนสิทธิบัตรทองมารับบริการ อีกทั้งจะเป็นผลดีเนื่องจากจะสามารถขยายบริการได้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มคู่สายในสายด่วนสุขภาพจิต 1323 รวมถึงสามารถเพิ่มนักจิตวิทยาให้มาบริการมากขึ้นอีกด้วย

พญ.วิมลรัตน์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมามีประชาชนต้องการคำปรึกษาจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ค่อนข้างมาก แต่ขณะเดียวกันนักจิตวิทยาสามารถดูแลได้เพียงแค่ 20% จากสายที่โทร.เข้ามาทั้งหมด เพราะแต่ละสายนักจิตวิทยาต้องให้คำแนะนำ คำปรึกษาอย่างน้อย 30 นาที ซึ่งสายด่วนสุขภาพจิต ต้องการให้คำปรึกษากับทุกคน

แต่จากปัญหาข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ รวมไปถึงการให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ไม่สามารถเรียกเก็บจากหน่วยงานใดได้ จึงทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือกับ สปสช. ครั้งนี้ คาดหวังว่าจะทำให้การเข้าถึงบริการปรึกษาสุขภาพจิตของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

“ปัจจุบันสายด่วนสุขภาพจิต 1323 มีนักจิตวิทยา 50 คน รวม 15 คู่สาย คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะหมุนเวียนกันทุกช่วงเวลา แต่ช่วงที่จะมีประชาชนโทร.เข้ามามากที่สุดคือช่วงเย็นถึงค่ำ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ที่จะชุกมากที่สุด โดยหลังจากเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการกับ สปสช. แล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมา ทำให้สายด่วนสุขภาพจิตสามารถให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 10% สำหรับการปรึกษาทั่วไป”

สำหรับการให้บริการด้านการปรึกษาทางสุขภาพจิต ทั้งสิทธิบัตรทอง และสิทธิการรักษาอื่น ๆ สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้

  • โทรศัพท์มาที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โดยจะมีระบบขอให้ลงทะเบียนผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ซึ่งเป็นการลงทะเบียนตามปกติ

  • เข้าเว็บไซต์ https://1323alltime.camri.go.th/ ของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เพื่อทำการลงทะเบียนนัดหมายล่วงหน้า และจะมีนักจิตวิทยาติดต่อกลับไปตามนัดหมาย

  • เปิดชื่อ สถานบำบัดรักษาทางสุขภาพจิต 2565 รวม 110 แห่ง เช็กที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...