โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาแฟ 101: ว่าด้วยเรื่องสายพันธุ์กาแฟ ที่มา และคาแรกเตอร์ของรสชาติ

BT Beartai

อัพเดต 13 ก.ค. 2566 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2566 เวลา 11.19 น.
กาแฟ 101: ว่าด้วยเรื่องสายพันธุ์กาแฟ ที่มา และคาแรกเตอร์ของรสชาติ

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก คนไทยเองนิยมดื่มกาแฟกันมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความชื่นชอบในรสชาติและกลิ่น หรือเพราะเทรนด์ก็ตาม การพูดคุยเรื่องกาแฟในวงสนทนาไม่ว่าจะในกลุ่มเพื่อนสนิท คนที่เป็นคอกาแฟด้วยกัน หรือคนที่เพิ่งรู้จักมีส่วนช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้ทำความรู้จักและเข้าใจกันได้เร็วมากขึ้น โดยมีเรื่องของเมล็ดเบอร์รีจิ๋วสีน้ำตาลเข้มเป็นสะพาน

Hack for Health เลยจะพามารู้จักกับสายพันธุ์ของเมล็ดกาแฟและคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟแต่ละแบบเพื่อให้อรรถรสในการพูดคุยเรื่องกาแฟเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การแสดงออกถึงความรู้ในเรื่องที่ตัวเองชอบได้อย่างเชี่ยวชาญอาจช่วยเสริมบุคลิกภาพและเสน่ห์ให้กับคนพูดได้ด้วย

สายพันธุ์เมล็ดกาแฟ 4 ชนิดที่คนดื่มกาแฟต้องรู้จัก

สายพันธุ์กาแฟ ที่คนไทยคุ้นหูมี 2 ชนิด คือ อะราบิก้า และ โรบัสต้า แต่จริง ๆ แล้วบนโลกของเรามีสายพันธุ์กาแฟที่พบได้หลัก ๆ 4 สายพันธุ์ด้วยกัน

1. อะราบิก้า (Arabica)

เมล็ดกาแฟอะราบิก้าเป็นสายพันธุ์กาแฟที่ถูกนำไปบริโภคมากที่สุดในโลก โดยกินสัดส่วนถึง 60 เปอร์เซ็นต์จากเมล็ดกาแฟทั้งหมด และเชื่อกันว่าเป็นกาแฟชนิดแรกที่มนุษย์ได้ลิ้มลอง โดยอะราบิก้ามีถิ่นกำเนิด ณ ที่ราบสูงเอธิโอเปีย หนึ่งในดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟมากที่สุดของโลก

ในยุคหลังผู้คนในที่ราบสูงเอธิโอเปียได้ค้าขายกับชนชาติอื่น ๆ กาแฟสายพันธุ์นี้จึงแพร่กระจายไปยังพื้นที่ทางใต้ของคาบสมุทรอาราเบียหรือประเทศเยเมนในปัจจุบัน ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณคาบสมุทรนี้ถูกเรียกว่าชาวอาหรับ เมื่อชาวยุโรปได้ติดต่อซื้อขายสินค้ากับชาวอาหรับ รวมถึงเมล็ดกาแฟ ชาวยุโรปจึงเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า ‘อะราบิก้า’ นั่นเอง

ลักษณะเมล็ด: เมล็ดรูปทรงรี ยาว และอวบ โดยเมล็ดกาแฟอะราบิก้าสายพันธุ์ย่อยมีลักษณะเมล็ดที่ต่างกันออกไป

ระดับคาเฟอีน: ปานกลาง

รสชาติ กลิ่น สัมผัส: รสชาติและกลิ่นของกาแฟสายพันธุ์อะราบิก้าโดดเด่นเรื่องความหวาน นุ่มละมุน รสชาติที่หลากหลาย ไม่ขมเท่าสายพันธุ์อื่นจึงทำให้ดื่มง่ายและได้รับความนิยม ส่วนรายละเอียดอาจแตกต่างแยกย่อยกันไปตามแต่ละชนิด

  • ทิปิกา (Typica) ออกรสหวานและสะอาด (Clean) ซึ่งในภาษากาแฟหมายถึงมีความเป็นกลางและเข้าได้กับกาแฟชนิดอื่น ๆ กาแฟชนิดไทปิกาจึงมักถูกนำไปเป็นผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อสร้างกาแฟรสชาติใหม่ ๆ
  • เบอร์เบิร์น (Bourbon) ให้รสชาติที่เข้มและหวานออกไปทางช็อกโกแลตและกลิ่นผลไม้จาง ๆ
  • คาทูร์รา (Caturra) คล้ายกับเบอร์เบิร์น แต่จะมีรสที่ทั้งหวานและเปรี้ยว พร้อมให้กลิ่นซิตรัส (ผลไม้ตระกูลส้ม) จาง ๆ
  • เกชาร์ (Geshar) เป็นสายพันธุ์กาแฟที่มีราคาแพง เพราะมีทั้งรสชาติ ความหอม ความเปรี้ยว ความสมดุล อาฟเตอร์เทสต์ (After taste: รสชาติติดปลายลิ้นหรือรสชาติที่ได้รับหลังกลืน) ความหวาน และความซับซ้อนของสัมผัส

2. โรบัสต้า (Robusta)

กาแฟโรบัสต้ากินสัดส่วนของกาแฟทั่วโลกราว 30 เปอร์เซ็นต์รองจากอะราบิก้า โรบัสต้ามีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกาที่อยู่ใต้ซาฮารา (Sub-Saharan Africa) แต่ในปัจจุบันมีการปลูกในหลายประเทศทั่วโลก

ลักษณะเมล็ด: เมล็ดเล็ก สั้น กลม และโค้งมน

ระดับคาเฟอีน: สูง

รสชาติ กลิ่น สัมผัส: โดยทั่วไปกาแฟโรบัสต้ามักจะมีกลิ่นและรสชาติที่เข้มและเปรี้ยวโดดกว่ากาแฟสายพันธุ์อื่น และอาจเข้มจนถึงมีรสไหม้ (Burnt taste) ปนมาด้วย ทั้งยังมี ‘บอดี’ (Body) ที่หนา ซึ่งจะให้ความรู้สึกถึงมวลกาแฟที่อยู่ในปากเมื่อดื่มเข้าไป ส่วนเทสต์โน้ต (Taste note) จะออกไปในทางดาร์กช็อกโกแลต คล้ายกับถั่ว (Nutty) ไปจนถึงวิสกี

3. ลิเบอริก้า (Libertica)

กาแฟสายพันธุ์ลิเบอริก้ามีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ชายฝั่งตะวันตกของประเทศไลบีเรียที่อยู่ในแถบตะวันตกของแอฟริกา กาแฟชนิดนี้จึงได้ชื่อว่าลิเบอริก้า แต่ปัจจุบันนิยมปลูกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ลักษณะเมล็ด: เมล็ดเรียวยาวใหญ่กว่าสายพันธุ์อื่น

ระดับคาเฟอีน: ต่ำ

รสชาติ กลิ่น สัมผัส: กาแฟสายพันธุ์ลิเบอริก้าให้สัมผัสที่หนา ออกไปโทนเอิร์ธตี้ (Earthy) และวู้ดดี้ (Woody) คล้ายกับกลิ่นดินและเปลือกไม้ ผสมกับกลิ่นควัน เคยมีการอธิบายรสชาติกาแฟสายพันธุ์นี้ถึงขั้นที่ว่าคล้ายกับการดื่มยาสูบในรูปแบบน้ำ ในขณะที่กลิ่นจะออกไปทางผลไม้อ่อน ๆ สวนทางกับรสชาติ ด้วยรสชาติที่เข้มจัดของลิเบอริก้า คนที่ได้ดื่มจึงแบ่งออกได้ 2 แบบ ถ้าไม่ชอบก็เกลียดไปเลย ทั้งยังได้ฉายาว่า ‘Manly coffee’ หรือถ้าแปลเป็นไทยตรงตัวจะหมายความว่า ‘กาแฟลูกผู้ชาย’ อะไรแนวนั้น

4. เอ็กซ์เซลซ่า (Excelsa)

เอ็กซ์เซลซ่าเป็นสายพันธุ์กาแฟที่พบครั้งแรกในแถบแอฟริกากลาง ในช่วงก่อนหน้านี้เอ็กซ์เซลซ่าถูกจัดว่าเป็นกาแฟสายพันธุ์เดี่ยวเหมือนกับอะราบิก้า โรบัสต้า และลิเบอริก้า แต่ในไม่นานมานี้ถูกจัดให้เป็นกาแฟชนิดหนึ่งในสายพันธุ์เดียวกับลิเบอริก้าไปแล้ว ปัจจุบันสามารพบการปลูกกาแฟชนิดนี้ได้ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลักษณะเมล็ด: เมล็ดรูปทรงรี ยาว และอวบคล้ายอะราบิก้า แต่ขนาดใหญ่กว่า

ระดับเคเฟอีน: ต่ำ

รสชาติ กลิ่น สัมผัส: รสชาติและกลิ่นของเอ็กซ์เซลซ่าเป็นการผสมผสานระหว่างความเปรี้ยวและกลิ่นผลไม้จากการคั่วอ่อน แต่ให้รสชาติของกาแฟคล้ายกับการคั่วเข้ม มาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนของกาแฟ

Rroastycoffee.com/coffee-types/
Rroastycoffee.com/coffee-types/

นอกจากกาแฟ 4 สายพันธุ์นี้แล้ว บนโลกของเรายังมีกาแฟสายพันธุ์อื่น ๆ ด้วย แต่พบในสัดส่วนที่น้อยมาก บทความกาแฟ 101 นี้จะพอช่วยให้หลายคนเข้าใจที่มาที่ไปและคาแรกเตอร์ของกาแฟที่เราดื่มกันในทุกวันมากขึ้นด้วย

โดยนอกจากกาแฟจะเป็นเครื่องดื่มที่เชื่อมผู้ทั่วโลกเข้าหากันแล้ว กาแฟยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ไม่ใช่แค่การแก้ง่วง แต่ยังช่วยชะลอการเสื่อมของสมองและระบบประสาท บรรเทาอาการปวดหัวในบางคน นอกจากนี้ การศึกษาบางส่วนยังพบว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง อย่างใจสั่น เวียนหัว นอนไม่หลับ หรือคลื่นไส้อาเจียนได้

ที่มา: Coffeeaffection

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...