โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่าอากาศยานไทยทุ่ม 3.6 หมื่นล้าน ดันสนามบินดอนเมือง ขึ้นแท่นฮับในประเทศ

BTimes

อัพเดต 07 ก.ค. 2566 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 04.58 น. • BTimes.Biz

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ประมาณการณ์ปริมาณผู้โดยสารในปีนี้ว่าจะฟื้นตัวกลับมาที่ 95 ล้านคน และเติบโตต่อเนื่องจนทะยานขึ้นถึง 200 ล้านคนภายในปี 2570 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ประเมินว่าสถานการณ์โควิด–19 จะคลี่คลายลง และนักเดินทางทั่วโลกจะกลับมาเทียบเท่าช่วงก่อนเกิดโควิด–19 ตั้งแต่ปี 2566–2567

กีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท. มีแผนลงทุนที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพร้อมเปิดประกวดราคาเริ่มงานก่อสร้าง คือ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 36,829.499 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนออกแบบ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมเปิดประกวดราคาจัดหาผู้รับเหมาในปี 2567 หลังจากนั้นจะเริ่มงานก่อสร้างในปี 2568 และทยอยเปิดให้บริการในปี 2572

โดยเป้าหมายของการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสาร พัฒนาคุณภาพการให้บริการ ทั้งระบบขนถ่ายผู้โดยสารทางอากาศและทางภาคพื้น มีประสิทธิภาพและลดความแออัดระบบจราจรภายใน ท่าอากาศยานจากปัจจุบันรองรับได้ 30 ล้านคนต่อปี ภายใต้ขีดความสามารถการใช้งานอาคารผู้โดยสารจำนวน 2 อาคาร โดยหากพัฒนาโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะเพิ่มอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 เพื่อให้บริการผู้โดยสารระหว่างประเทศ มีพื้นที่ใช้สอย 160,000 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้ท่าอากาศยานดอนเมืองมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ยังจะมีการปรับปรุงระบบจราจรชานชาลาผู้โดยสาร ให้รับความสะดวกในการเข้าออกท่าอากาศยาน รวมไปถึงก่อสร้างทางเชื่อมจากทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์เข้าสู่ชานชาลาผู้โดยสารโดยตรง

การพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 จะส่งผลให้ผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการสะดวกมากขึ้น เพราะจะมีการจัดสรรพื้นที่อาคารผู้โดยสารอย่างชัดเจน โดยอาคารผู้โดยสาร 3 ที่จะมีการพัฒนาใหม่นี้ รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ และสายการบินในเส้นทางระหว่างประเทศเท่านั้น ขณะที่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 และอาคารผู้โดยสาร 2 ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันจะปรับปรุง เพื่อรองรับผู้โดยสารภายในประเทศ รวมพื้นที่ใช้สอยมากถึง 240,000 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้ท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นศูนย์กลางของจุดบินภายในประเทศเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ทอท. มีความพร้อมลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โดยจะจัดใช้เงินทุนจากรายได้ของ ทอท. ซึ่งปัจจุบันมีกระแสเงินสดสะสม (แคชโฟว์) เพียงพอต่อการลงทุน ซึ่งเบื้องต้นจะแบ่งแผนการดำเนินการ แบ่งออกเป็น
1. ส่วนของงานออกแบบ จะดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2564–2566
2. งานก่อสร้าง จะดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2566–2572

นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานแล้ว ทอท.ยังเร่งนำนวัตกรรมมาพัฒนางานให้บริการผู้โดยสาร เช่น เครื่อง CUSS (Common Use Self Service) สำหรับผู้โดยสารสามารถเช็กอินด้วยตนเองและเครื่องCUBD (Common Use Bag Drop) สำหรับให้ผู้โดยสารสามารถโหลดกระเป๋าสัมภาระได้เอง รวมไปถึงระบบส่งคืนถาดใส่สัมภาระอัตโนมัติ (Automatic Return Tray System: ARTS) ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความคับคั่งในการรอต่อคิว ณ เคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสารและบริเวณจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ รวมไปถึงการเชื่อมต่อข้อมูลการบริการต่างๆของท่าอากาศยานไปไว้บนแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...