โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น.ศ.ขอนแก่น หนุนสถาบันเปิดกว้างใส่ 'ชุดไปรเวต' เรียน แนะคุยกัน อย่ารอแต่รบ.ใหม่มาทำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มิ.ย. 2566 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 11.06 น.

นักศึกษาขอนแก่นหนุนแถลงการณ์ 50 องค์กรเรียกร้องให้สถานศึกษาเปิดกว้างในเรื่องใส่ชุดปกติทั่วไปมาเรียน แนะทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่าอ้างว่ารอแต่รัฐบาลใหม่มาทำ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ศูนย์อาหารและบริการมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข.เพื่อพูดคุยกับประธานสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นและตัวแทนนักศึกษาภายหลังจากที่สภานิสิต-นักศึกษา กว่า 50 องค์กร ร่วมออกเเถลงการณ์เรียกร้องให้สถานศึกษาเปิดกว้าง ในเรื่องของใส่ชุดปกติทั่วไปเข้าเรียนได้ และการเเก้ไขกฎระเบียบให้ปราศจากการบังคับ

นายรัชชัย บุญลือ ประธานกรรมาธิการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการส่งเสริมประชาธิปไตยและประสานงานวิทยาเขตหนองคาย กล่าวว่า การที่ “หยก” กำลังต่อสู้หรืออารยะขัดขืนที่หลายคนมองอยู่ขณะนี้นั้นเป็นการสู้กับระบบเก่าๆ ที่มีมานานในการที่ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนเหมือนกัน ทั้งที่การแต่งกายต่างๆ ไม่ส่งผลกับการเรียนแม้แต่น้อย ซึ่งโดยส่วนตัวตั้งแต่เรียนขึ้นมหาวิทยาลัยใส่ชุดนักศึกษานับครั้งได้

“การเรียนต่างๆ เราก็ยังเรียนได้เหมือนเดิม ความจำยังดีเหมือนเดิม กับการใส่ชุดนักศึกษาไม่เห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนตรงไหน ดังนั้นการที่ไม่มีคนเห็นด้วยทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีความเห็นต่างกันซึ่งคือระบบประชาธิปไตย”

ขณะที่นายชานน อาจณรงค์ ประธานสภานักศึกษา มข. กล่าวว่า การเรียกร้องให้ยกเลิกบังคับการใส่ชุดนักเรียนสามารถทำได้เพราะกฎหมายเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับความต้องการของสังคมในแต่ละเวลา ซึ่งในปี 2563 มีกลุ่มนักศึกษา นักเรียน ออกมาเรียกร้องเรื่องดังกล่าวแล้วกับกระทรวงศึกษาธิการแต่ก็ไม่ได้มีการแก้ไขข้อบังคับหรือว่ากฎระเบียบหรือสิทธิเหนือเรือนร่างของนักเรียน-นักศึกษา

“หยกหยิบยกประเด็นนี้กลับมาอีกครั้งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยเองก็มีข้อบังคับว่าด้วยเรื่องการแต่งกายชุดนักศึกษา แต่ตัวผมเองก็ใส่ชุดธรรมดาทั่วไปแม้จะขัดต่อข้อบังคับแต่ว่าระบบของมหาวิทยาลัยเป็นระบบเปิด แต่มัธยมไม่ใช่แบบเดียวกันข้อเรียกร้องครั้งนี้ต้องการให้โรงเรียนของรัฐบาลเป็นแกนนำเปิดพื้นที่เสรีที่นักเรียน นักศึกษา สามารถแสดงอัตลักษณ์ของตัวเองออกมาผ่านการแต่งกายได้จริงๆ”

นายชานนกล่าวต่ออีกว่า วันนี้ทุกฝ่ายควรโฟกัสกันที่วิธีการเรียนการสอนหรือหลักสูตรต่างๆ มากกว่าการที่จะมาบังคับเรื่องเครื่องแต่งกาย เพราะชุดนักเรียน ไม่ใช่วิธีลดการเหลื่อมล้ำมันยังมียี่ห้อหรืออะไรมากกว่าที่ลึกกว่านั้น การใส่ชุดปกติทั่วไปไปเรียนไม่ได้ส่งผลเสียต่อการเรียนการสอน กรณีใส่ชุดนักเรียนเป็นสัญลักษณ์ของระบบอำนาจนิยมรัฐออกกฎมาว่าต้องแต่งตัวเหมือนกันต้องเรียนหลักสูตรเดียวกัน ในทางเศรษฐกิจการใส่ชุดนักเรียนลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วเป็นการสนับสนุนธุรกิจรายใหญ่ที่กำลังค้าขายอุปกรณ์ทางการศึกษากับกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ แต่ระบบการศึกษาเราต้องเท่าเทียมกันในระบบการศึกษาที่ดีกว่าเดิม

“ชุดทั่วไปเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายทางครอบครัว ส่งเสริมการมีอยู่และแสดงออกอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนเหมือนกันที่เป็นสัญญแห่งการกดขี่ และชุดไปรเวตไม่ใช่สาระสำคัญที่จะต้องมานั่งถกเถียงกันอีกต่อไปเพราะสิ่งสำคัญคือหลักสูตรการศึกษาและกฎระเบียบต่างๆ ที่มีอำนาจที่เข้ามาโดยมิชอบธรรมตั้งแต่ปี 2549 หรือก่อนหน้านั้น

สิ่งที่จะต้องรื้อทั้งหมดคือโครงสร้างการศึกษา หลักสูตรต่างๆ ซึ่งรอรัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อ แต่ระหว่างรอรัฐบาลใหม่นั้น ภาคประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมในการที่จะพูดคุยหรือเรียกร้องกับทางรัฐ เพื่อที่จะให้รัฐในขณะนี้มีวิธีการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นไม่ใช่เพียงแค่บอกว่าเราทำเต็มที่แล้วและรอรัฐบาลชุดใหม่มาแก้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...