“ญี่ปุ่น” เกินดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่ง 2 เท่า ติดต่อเป็นเดือนที่ 4 เหตุรายได้จากการลงทุนต่างประเทศขยายตัว
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงการคลัง ระบุว่าบัญชีเดินสะพัดของ "ญี่ปุ่น" เกินดุลเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากการขาดดุลการค้าของประเทศลดลงและรายได้ที่ได้รับจากการลงทุนในต่างประเทศขยายตัว
บัญชีเดินสะพัดเกินดุลแตะระดับ 1.86 ล้านล้านเยน หรือราว 1.308 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม เทียบกับ 7.73 แสนล้านเยนในเดือนเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเกินดุล 1.88 ล้านล้านเยนในแบบสำรวจของรอยเตอร์
โดยรายละเอียดของข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการขาดดุลการค้าลดลงเหลือ 1.2 ล้านล้านเยน จาก 1.8 ล้านล้านเยนในเดือนพฤษภาคม 2565 ขณะที่รายได้หลักเกินดุลแตะ 3.6 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านล้านเยนในเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เกินดุลโดยรวมเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน สำหรับการจ่ายเงินปันผลจากบริษัทในเครือธุรกิจในต่างประเทศ เช่น รถยนต์และการจ่ายดอกเบี้ยจากการลงทุนในหลักทรัพย์ช่วยเพิ่มรายได้
ซึ่งในปีที่ผ่านมา ข้อมูลบัญชีเดินสะพัดได้เน้นย้ำถึงความเจ็บปวดจากต้นทุนพลังงานที่สูงและเงินเยนที่อ่อนค่าได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบอย่างมาก
และตำแหน่งของญี่ปุ่นในฐานะมหาอำนาจด้านการส่งออกก็ลดลงเช่นกันในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทต่าง ๆ ได้ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ทำให้การลงทุนในต่างประเทศกลายเป็นเสาหลักของอำนาจการหารายได้ของประเทศ
หมายเหตุ : 1 ดอลลาร์ = 142.2200 เยน