โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ญี่ปุ่น” เกินดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่ง 2 เท่า ติดต่อเป็นเดือนที่ 4 เหตุรายได้จากการลงทุนต่างประเทศขยายตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ก.ค. 2566 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2566 เวลา 02.58 น.

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงการคลัง ระบุว่าบัญชีเดินสะพัดของ "ญี่ปุ่น" เกินดุลเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากการขาดดุลการค้าของประเทศลดลงและรายได้ที่ได้รับจากการลงทุนในต่างประเทศขยายตัว

บัญชีเดินสะพัดเกินดุลแตะระดับ 1.86 ล้านล้านเยน หรือราว 1.308 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม เทียบกับ 7.73 แสนล้านเยนในเดือนเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเกินดุล 1.88 ล้านล้านเยนในแบบสำรวจของรอยเตอร์

โดยรายละเอียดของข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการขาดดุลการค้าลดลงเหลือ 1.2 ล้านล้านเยน จาก 1.8 ล้านล้านเยนในเดือนพฤษภาคม 2565 ขณะที่รายได้หลักเกินดุลแตะ 3.6 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านล้านเยนในเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เกินดุลโดยรวมเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน สำหรับการจ่ายเงินปันผลจากบริษัทในเครือธุรกิจในต่างประเทศ เช่น รถยนต์และการจ่ายดอกเบี้ยจากการลงทุนในหลักทรัพย์ช่วยเพิ่มรายได้

ซึ่งในปีที่ผ่านมา ข้อมูลบัญชีเดินสะพัดได้เน้นย้ำถึงความเจ็บปวดจากต้นทุนพลังงานที่สูงและเงินเยนที่อ่อนค่าได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและวัตถุดิบอย่างมาก

และตำแหน่งของญี่ปุ่นในฐานะมหาอำนาจด้านการส่งออกก็ลดลงเช่นกันในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทต่าง ๆ ได้ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ทำให้การลงทุนในต่างประเทศกลายเป็นเสาหลักของอำนาจการหารายได้ของประเทศ

หมายเหตุ : 1 ดอลลาร์ = 142.2200 เยน

อ้างอิง : https://www.reuters.com/markets/asia/japan-logs-current-account-surplus-fourth-month-trade-gap-widens-2023-07-10/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...