โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา Apple-Sony-Samsung เสี่ยงเจ็บหนักสุด! จากภาษีสหรัฐฯ

Wealthy Thai

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.16 น.

แม้ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี Donald Trump จะประกาศเลื่อนการจัดเก็บภาษีนำเข้าสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ในปัจจุบันนโยบายดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้แล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่ไม่ได้ผลิตในประเทศในอัตราสูงถึง 50%
โดยในบทความนี้ Wealthy Thai จะพาไปรู้จัก 3 หุ้นที่นักวิเคราะห์ชี้ว่ามีความเสี่ยงต่อภาษีดังกล่าวสูงที่สุด ได้แก่ Apple, Sony และ Samsung ซึ่งล้วนมีฐานการผลิตนอกสหรัฐฯ และพึ่งพารายได้จากตลาดอเมริกาสูง

1.Apple Inc. (AAPL)

ข้อเสนอของ Trump ที่จะเก็บภาษี iPhone ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเป็น 50% ได้ในวันที่ 1 มิถุนายน เป็นความเสี่ยงหลักของบริษัท เนื่องจากราว 90% ของ iPhone ถูกผลิตในประเทศจีน และสัดส่วนยอดขายกว่า 57% มาจากสหรัฐฯ โดย Rosenblatt Securities ประเมินว่าภาษีดังกล่าวอาจทำให้ราคาของ iPhone เพิ่มขึ้นถึง 43% ทำให้ iPhone 16 Pro Max มีสิทธิ์ราคาพุ่งจาก 1,599 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเกือบ 2,300 ดอลลาร์
ในขณะเดียวกัน Apple เองก็คาดว่าภาษีจะเพิ่มต้นทุนของบริษัทราว 900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปีนี้ นอกจากนี้ Wedbush Securities ก็มองด้วยว่าการที่ AAPL จะย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐฯ นั้นเป็นไปได้ยากเพราะมีต้นทุนสูงมาก
ด้วยความเสี่ยงเหล่านี้ โบรกเกอร์หลายแห่งได้ปรับลดราคาเป้าหมายของ AAPL ตัวอย่างเช่น JPMorgan ที่ลดราคาเป้าหมายจาก $250 เหลือ $240 โดยมองว่าประโยชน์จากการเร่งผลิตเพื่อสต็อกสินค้าจะหมดไปในที่สุดหากภาษียังคงอยู่ ขณะที่ Bank of America ปรับลดราคาเป้าหมายจาก $240 เหลือ $235 เนื่องจากความกังวลว่าผลกระทบจากภาษีจะลดกำไรต่อหุ้น (EPS)

2.Sony Group Corporation (SONY)

เนื่องจากประมาณ 30% ของยอดขาย SONY มาจากตลาดสหรัฐฯ ทำให้บริษัทมีแนวโน้มรับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทคาดว่าภาษีจากสหรัฐฯ จะทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงถึง 100 พันล้านเยน (ประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2026
ซึ่งหลังประกาศคาดการณ์ดังกล่าว Wolfe Research ได้ปรับลดเรทติ้งหุ้น SONY จาก “Outperform” เป็น “Peer Perform” จากความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง

3.Samsung Electronics Co., Ltd. (SSNLF)

แม้ว่า Samsung จะกระจายฐานการผลิตไปยังเวียดนาม เกาหลีใต้ และอินเดีย แต่บริษัทยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าสินค้าที่ขายในสหรัฐฯ สำหรับสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในประเทศ โดยประมาณ 20% ของรายได้บริษัทมาจากตลาดสหรัฐฯ ด้วยความเสี่ยงดังกล่าว Samsung จึงมีการเร่งการผลิต Galaxy S25 เพื่อเก็บสินค้าไว้ก่อนการเก็บภาษีมีผล
ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ Goldman Sachs ได้ชี้ว่าบริษัทมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกหากภาษีนำเข้าเริ่มบังคับใช้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...