โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับสัญญาณเศรษฐกิจไทย หลังเงินเฟ้อเดือน พ.ค. วูบต่อ แม้พาณิชย์ยันไร้เงินฝืด แต่ยอมหั่นเป้าเงินเฟ้อทั้งปีเหลือต่ำสุด 0% สะท้อนทิศทางค่าครองชีพคนไทยอย่างไร ?

BTimes

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 22.22 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาเปิดเผยเงินเฟ้อเดือน พ.ค. 68 นี้ไปแล้ว ซึ่งก็พบว่าตัวเลขเท่ากับ 100.40 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.57% เป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากเดือน เม.ย. 68 ที่ผ่านมา

อีกทั้งกระทรวงฯ ยังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 ใหม่ จากเดิมอยู่ที่ระหว่าง 0.3–1.3% ค่ากลาง 0.8% เป็นระหว่าง 0.0–1.0% ค่ากลาง 0.5% โดยมีสมมติฐานจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 1.3-2.3% น้ำมันดิบดูไบ 63-73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 33.5-34.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญก็จะมีการทบทวนอีกครั้ง

ซึ่งเวลาเงินเฟ้อต่ำ หลายคนมักจะกังวลว่าต่อไปจะเกิดเป็นภาวะเงินฝืดหรือไม่? เพราะการปรับขึ้นลงของเงินเฟ้อ สะท้อนถึงภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปในประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุหลัก ก็คือ 1.ความต้องการซื้อสินค้าและบริการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่สินค้าและบริการ ณ ตอนนั้นอาจมีไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ขายปรับราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้น และ 2.ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่นวัตถุดิบที่ใช้ผลิตสินค้ามีราคาสูงขึ้น และผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ จึงต้องปรับราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้นตาม

ส่วนผลกระทบสำหรับคนทั่วไปหรือผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็คือราคาสินค้าแพงขึ้น เงินมีค่าลดลง ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นในอดีตก๋วยเตี๋ยว 1 ชามเราเคยจ่ายในราคา 30 บาท แต่ในวันนี้ก๋วยเตี๋ยวแบบเดิมราคาขึ้นไปเป็น 50–60 บาท จะเห็นว่าเงิน 30 บาทในวันนี้มีค่าน้อยกว่าเงิน 30 บาทในอดีต นั่นเอง

<เงินเฟ้อต่ำ ดีหรือไม่ดี?>

พออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจรู้สึกว่าถ้าเงินเฟ้อต่ำ ก็ไม่ดีน่ะสิ แต่จริงๆ แล้วการที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำและไม่ผันผวน จะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจเพราะจะเอื้อต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ kkpfg.com ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ระบุไว้ว่าดัชนีที่ใช้ในการชี้วัดระดับเงินเฟ้อคือดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ Consumer Price Index (CPI) เป็นตัวเลขทางสถิติที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ครัวเรือนหรือผู้บริโภคซื้อหามาบริโภคเป็นประจำเป็นราคาในปัจจุบันเปรียบเทียบกับราคาในปีที่กำหนดไว้เป็นปีฐาน การที่ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ในทางกลับกันบางช่วงเวลาดัชนี CPI ก็อาจติดลบได้ ซึ่งในภาวะเงินเฟ้อติดลบนี้ “หากเกิดขึ้นติดต่อกันยาวนาน อาจทำให้เกิดภาวะเงินฝืดได้” ซึ่งเป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดต่ำลงเรื่อยๆ

คนทั่วไปอาจมองว่าการที่สินค้าราคาลดลงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภค แต่ถ้าหากเงินเฟ้อต่ำลงติดต่อกันมากจนเกินไป จนทำให้ราคาสินค้าถูกลง แต่ก็ทำให้เกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลงด้วย หมายถึงสินค้าถูกลง รายได้ของผู้ผลิตมีแนวโน้มลดลงไปด้วย ทำให้ผู้ผลิตขาดแรงจูงใจที่จะผลิตสินค้าและบริการ จนอาจต้องลดการผลิตไปจนถึงลดการจ้างงาน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและการใช้จ่าย

นอกจากนี้ บทความ เงินเฟ้อต่ำ น่ากังวลหรือไม่? ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) (เผยแพร่ 3 มี.ค. 68) ยังระบุข้อมูลด้วยว่าอีกหนึ่งสาเหตุที่เงินเฟ้อไทยต่ำที่ผู้คนมักไม่นึกถึงมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างของไทย โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่เล็กและเปิด เงินเฟ้อจึงต่ำจากการแข่งขันด้านราคาจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ เงินเฟ้อไทยที่ต่ำส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดแรงงานไทยมีความยืดหยุ่นสูง หากย้อนกลับไปในปี 2566 ช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นจากวิกฤตโควิด–19 สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินเฟ้อไทยปรับลงเร็วกว่าต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว คือแรงกดดันด้านค่าจ้างแรงงานที่มีน้อยกว่า เนื่องจากมีการโยกย้ายแรงงานระหว่างภาคเศรษฐกิจต่างๆ และอุปทานจากแรงงานต่างด้าว ทำให้ตลาดแรงงานไทยไม่ได้ตึงตัวอย่างในหลายประเทศ จนทำให้ค่าจ้างแรงงานเร่งสูงขึ้น กลายเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับหรือส่งผ่านไปยังผู้บริโภค

<พาณิชย์ ยันยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด>

คุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการ สนค. บอกว่าเงินเฟ้อที่ลดลง 2 เดือนติดต่อกัน ยังไม่พบว่ามีสัญญาณเงินฝืด เพราะสินค้ายังมีการขึ้นลงปกติ ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มิ.ย. 68 คาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ 0.2–0.4% เพราะปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไม่มาก คือราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาแก๊สโซฮอล์ภายในประเทศปรับตัวลดลง ภาครัฐลดภาระค่าครองชีพ โดยปรับลดค่า Ft งวดเดือน พ.ค. – ส.ค. 68 ลง 17 สตางค์ ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.98 บาทต่อหน่วย

ขณะเดียวกันฐานของราคาผักสดปีก่อนหน้าอยู่ระดับสูง แต่ปีนี้อากาศเอื้ออำนวย ผลผลิตเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ก็ต้องจับตาราคาสินค้าเกษตรบางชนิดและเครื่องประกอบอาหาร ที่มีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า เช่น มะพร้าว มะขามเปียก กาแฟ เกลือป่น น้ำมันพืช และเนื้อสุกร เป็นต้น จะเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อในอนาคตได้

<นักวิเคราะห์หั่นเป้าเงินเฟ้อทั้งปีลง>

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ค. ยังหดตัวต่อเนื่อง แต่ในเดือน มิ.ย. 68 คาดว่าเงินเฟ้อไทยมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นบวกจากผลของปัจจัยฐานจากราคาผักและผลไม้ที่ลดลง ขณะที่ทั้งไตรมาส 2/2568 คาดว่าเงินเฟ้อไทยเฉลี่ยจะอยู่ที่ –0.2% แต่ยังไม่เข้าข่ายภาวะเงินฝืด เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก และราคาสินค้าและบริการยังไม่ลดลงเป็นวงกว้าง (Broad-based)

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปของไทยสู่ระดับ 0.3% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 0.5% แม้ในครึ่งหลังของปี 2568 อัตราเงินเฟ้อไทยอาจกลับมาอยู่ระดับเป็นบวกเล็กน้อยภายใต้สมมติฐาน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศมีแนวโน้มปรับลดลง ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2568 คาดว่าจะปรับลงมาอยู่ที่ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจาก 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลที่คาดไว้ก่อนหน้า ขณะที่ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะอยู่ต่ำกว่าระดับ 4.00 บาทต่อหน่วยไปตลอดปีนี้ จากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ รวมถึงราคาสินค้าเกษตรอาจปรับลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำที่ใช้เพาะปลูกในปีนี้มีมากกว่าปีก่อนหน้า จึงหนุนผลผลิตให้เพิ่มขึ้น และบางส่วนมีการนำเข้าผักและผลไม้สดราคาถูกจากจีนและเวียดนาม โดยสินค้าที่ราคามีแนวโน้มปรับลดลง อาทิ พริกสด ทุเรียน มังคุด และภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นการบริโภคจากภาครัฐและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามายังประเทศน้อยกว่าที่คาด ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง

<เงินไม่ฝืดแต่ต้องไม่ประมาท>

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ยังระบุด้วยว่าแม้ประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อติดลบในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้แปลว่าประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เพราะภาวะเงินฝืดต้องเข้าเงื่อนไขปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราเงินเฟ้อติดลบเป็นเวลานานพอสมควรและกระจายในหลายๆ หมวดสินค้าและบริการ การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาวต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบ และอัตราการว่างงานมีแนวโน้มสูงขึ้น

แม้ว่าไทยยังไม่ถึงขั้นเข้าภาวะเงินฝืด แต่ ธปท. เองก็คาดว่าเงินเฟ้อไทยมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในระดับต่ำไปอีกสักระยะ จากทั้งความพยายามของภาครัฐที่จะลดค่าไฟฟ้า รวมถึงนโยบายขึ้นกำแพงภาษีของทรัมป์ที่อาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจนกดดันให้ราคาน้ำมันโลกอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท เพราะหากภาวะเงินเฟ้อติดลบยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ผู้บริโภคอาจลดหรือชะลอการจับจ่ายใช้สอยลง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและอาจทำให้เกิดการลดการจ้างงานตามมา และผลกระทบก็จะส่งมาถึงประชาชนผู้บริโภคที่ต้องกินต้องใช้ในที่สุด…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...