โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

KTAM มองตลาดมีความไม่แน่นอน แนะ 3 สินทรัพย์ ลงทุนแบบยืดหยุ่นและกระจายความเสี่ยง เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในสภาวะที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 15.36 น.

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)(KTAM)เปิดเผยว่า ในปี 2568 นี้ นักลงทุนต้องเผชิญกับเศรษฐกิจและสภาวะการลงทุนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าที่เคย โดยมองว่าปีนี้จะเป็นปีที่มีความผันผวนอย่างมากจากหลายปัจจัย อาทิ นโยบายการเงินของธนาคารกลาง แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคที่อาจแตกต่างกันกว่าเดิม รวมถึงปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก
นอกจากนี้ เมื่อวันที่28พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในนิวยอร์กมีคำสั่งให้ระงับใช้มาตรการ Tariffs ของ ปธน.ทรัมป์ โดยศาลตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA)ทำให้สหรัฐฯ ต้องยกเลิก Reciprocal Tariffs ที่เคยประกาศก่อนหน้านี้ โดยผู้ที่เคยจ่ายภาษีดังกล่าวไปแล้วสามารถไปยื่นขอภาษีคืนเป็นรายกรณี อย่างไรก็ตาม คาดว่าทรัมป์อาจจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ อาจมีโอกาสที่คดีนี้จะยือเยื้อไปจนถึงศาลสูงสุด และเป็นความเสี่ยงที่ยังคงสร้างความกังวลใจให้กับทุกฝ่าย อีกทั้ง นักลงทุนอาจต้องติดตามการเคลื่อนไหวของ Bond Yield อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ร่างกฎหมาย “One Big Beautiful Bill” ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ส่งผลให้สหรัฐฯ จะมีการขาดดุลการคลังที่สูงขึ้น โดยที่ผ่านมารัฐบาลระบุว่าจะนำรายได้ที่จัดเก็บจาก Tariffs นี้มาสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถ้าหากว่าสหรัฐฯ ไม่สามารถจัดเก็บ Tariffs ก็จะทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการคลังหนักกว่าที่หลายคนเคยคาดการณ์ไว้ และอาจสร้างแรงกดดันให้ Bond Yieldปรับตัวสูงขึ้น จนกลายเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงถัดไปได้ ดังนั้นจากปัจจัยข้างต้น เราจึงได้แนะนำการลงทุนใน 3 สินทรัพย์ โดยใช้กลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่นและกระจายความเสี่ยงเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ประกอบด้วย

(ชวินดา หาญรัตนกูล)

ตราสารหนี้จากความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูง และผลการเจรจาด้านการค้าที่ยังไม่แน่นอน รวมถึงความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจทั่วโลกที่จะชะลอตัวลง เราจึงมองว่าการกระจายความเสี่ยงถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพอร์ตนักลงทุนได้ โดยตราสารหนี้จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะในสภาวะที่ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง จึงได้แนะนำ กองทุนเปิดเคแทม โกลบอล เครดิต อินคัม ฟันด์(KT-GCINCOME) (ความเสี่ยงระดับ 5) เน้นลงทุนผ่านกองทุน Schroder International Selection Fund Global Credit Income (กองทุนหลัก) ในตราสารการเงินที่มีการจ่ายผลตอบแทนแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ และลอยตัวที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ และหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงที่ออกโดยรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ และบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศในตลาดเกิดใหม่
และกองทุนเปิดเคแทม แคปปิตอล ซีเคียวริตี้ ฟันด์(KT-CSBOND) (ความเสี่ยงระดับ 5) เน้นลงทุนในตราสารหนี้ (เงินกู้ที่มีทั้งการจ่ายดอกเบี้ยคงที่หรือไม่คงที่) และ/หรือตราสารทุนที่ออกโดยสถาบันการเงิน ผ่านกองทุน PIMCO GIS Capital Securities Fund(กองทุนหลัก)
ตราสารทุนจากประเด็นที่ต้องจับตามองคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) ที่ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหากรัฐบาลทรัมป์ยังดำเนินการนโยบายภาษีศุลกากรการค้าต่อด้วยหนทางอื่น ก็จะเป็นการกระตุ้นการเพิ่มราคาสินค้าโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงได้บ้าง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ลงมาอยู่ในกรอบ $60-$70ต่อบาเรลล์ นั้น ก็น่าจะเปิดช่องให้กับ Fedในการลดดอกเบี้ยได้ภายในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้กับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ดี จึงได้แนะนำ กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ (KT-US) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนผ่านกองทุนหลักอย่าง AB AMERICAN Growth Portfolioในหุ้นของบริษัทในสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มในการเติบโตดี มีคุณภาพสูง
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนในปี2568มีแนวโน้มที่จะเป็นปีที่ดีที่สุดในรอบ 5ปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยเชิงบวกหลายประการ ทั้งในด้านนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย มาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีน และการเติบโตในภาคเทคโนโลยีที่นำโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI)ซึ่งกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นจีนในปีนี้ การที่ตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มเติบโตในปีนี้ถือเป็นการพลิกฟื้นครั้งสำคัญ หลังจากที่ตลาดจีนต้องเผชิญกับภาวะซบเซาต่อเนื่องมาหลายปี จึงได้แนะนำ กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (KT-CHINA) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนผ่านกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) ในหุ้นของบริษัทที่มีภูมิลําเนาอยู่ใน หรือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจในจีน
สำหรับหุ้นกลุ่มSector & Thematicแนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเคแทม World Technology (KT-TECHNOLOGY) (ความเสี่ยงระดับ 7) เน้นลงทุนผ่านกองทุน Fidelity Funds - Global Technology Fund (กองทุนหลัก) ในหุ้นเทคโนโลยีของบริษัททั่วโลก รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากการเติบโตของหุ้นสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับพัฒนาการด้านเทคโนโลยี AIเป็นหลัก ซึ่งเป็นหนึ่งใน megatrendที่มีแนวโน้มเติบโตได้สูงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับราคาที่ค่อนข้างแพงในหุ้นกลุ่ม 7นางฟ้า จึงคาดว่าหุ้นเทคโนโลยีนอกกลุ่มดังกล่าว จะเริ่มกลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดีขึ้นกว่าเดิมในเชิงเปรียบเทียบ จากแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรที่ถูกคาดการณ์ว่าจะมีส่วนต่างกับหุ้น 7นางฟ้าที่แคบลงเรื่อยๆ รวมถึงหุ้นเทคฯ ขนาดกลางขนาดเล็ก และหุ้นเทคฯนอกสหรัฐฯ เช่น ยุโรป ที่มีระดับราคาถูกกว่า ซึ่งเป็นโอกาสการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ ทองคำซึ่งกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้โดยทะลุระดับ$3,000ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งปัจจัยสนับสนุนมาจากความแข็งแกร่งด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า รวมถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fedในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในบางภูมิภาค ทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ทั้งนี้ เรายังคาดหวังถึงโมเมนตั้มของราคาทองคำที่จะยังขึ้นไปได้ต่อในช่วงที่เหลือของปี จากอุปสงค์ของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังมีแนวโน้มเข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเพื่อกระจายความเสี่ยงในทุนสำรองระหว่างประเทศ จึงแนะนำ กองทุนเปิดเคแทม โกลด์ ฟันด์ (KT-GOLD) (ความเสี่ยงระดับ 8) และ กองทุนเปิดเคแทม โกลด์ ฟันด์ Unhedged(KT-GOLDUH) (ความเสี่ยงระดับ 8) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR® Gold Trust เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยลงทุนในทองคำแท่งเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในปีนี้ ได้ส่งผลให้หุ้นเหมืองทองคำกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้ดีในปี2568 นี้ เนื่องจากหุ้นเหมืองทองคำมีลักษณะของ leverage effect ต่อราคาทองคำ กล่าวคือ เมื่อราคาทองคำเพิ่มขึ้น 1%หุ้นเหมืองทองคำมักจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่า ซึ่งจะทำให้หุ้นเหมืองทองคำกลายเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูง จึงแนะนำ กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้(KT-PRECIOUS)(ความเสี่ยงระดับ 7) เน้นลงทุนผ่านกองทุน Franklin Gold and Precious Metals Fund (กองทุนหลัก)ในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทองคำ และโลหะมีค่า ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทยและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn
ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนที่สำคัญ : ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากข้อจํากัดการนําเงินลงทุนกลับประเทศ ความเสี่ยงจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงที่เกิดจากการย้ายการลงทุนไปกองทุนอื่น ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่มธุรกิจ ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคํา และความผันผวนของราคาทองคํา (เฉพาะKT-GOLDและ KT-GOLDUH)
คำเตือน กองทุนมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ยกเว้น KT-GOLDUH ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน / KT-GOLD จะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ /ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/ ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...