โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

“เมื่อตัวตนที่แข็งแกร่งของวงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่แนวเพลง” ย้อนรอย 5 ปีแห่งการเดินทางของเหล่าแวมไพร์ทั้ง 7 ‘ENHYPEN’

INN News

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.29 น. • INN News

“เมื่อตัวตนที่แข็งแกร่งของวงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่แนวเพลง” ชวนย้อนรอยวิเคราะห์เส้นเรื่องตลอด 5 ปีแห่งการเดินทางของเหล่าแวมไพร์ทั้ง 7 ‘ENHYPEN’

หากพูดถึงบอยกรุ๊ปที่มาแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ เชื่อว่า ENHYPEN คงเป็นชื่อที่โผล่ขึ้นมาในใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน หลังจากสร้างปรากฏการณ์ในการขึ้นแสดงบนเวทีระดับโลกอย่าง Coachella 2025

ด้วยกระแสตอบรับที่ถล่มทลาย พวกเขาจึงกลับมาอีกครั้งในปีนี้ กับอัลบั้ม Desire: Unleash และไตเติลแทร็ก Bad Desire (With or Without You) ซึ่งได้นำมาขึ้นแสดงบนคอนเสิร์ต ‘WALK THE LINE IN BANGKOK’ ณ ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ให้เอนจีนชาวไทยหายคิดถึงกันอีกด้วย

นอกจากความสามารถด้านการร้อง เฟอร์ฟอร์แมนซ์ที่ยอดเยี่ยม หรือวิชวลที่จึ้งสะกดทุกสายตาแล้ว อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้ ENHYPEN มีความโดดเด่น ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นของอุตสาหกรรมเพลงอย่างชัดเจน คือ “เส้นเรื่อง” ที่มีเอกลักษณ์

ซึ่งเริ่มต้นจากคอนเซปต์ “แวมไพร์” และค่อย ๆ ต่อยอดเรื่องราวจนนำไปสู่การสร้างสรรค์การ์ตูนบนเว็บคอมิกอย่างเรื่อง ‘Dark Moon’ จนไปถึงการร่วมมือกับผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือในการผลิตภาพยนตร์สั้น

วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ “จักรวาลแวมไพร์” และร่วมเดินทางไปพร้อม ๆ กันกับเด็กหนุ่มทั้งเจ็ด ในการเผชิญหน้าท้าทาย “โชคชะตา” ที่ไม่อาจลิขิตได้ด้วยมือของใคร นอกจากตัวของพวกเขาเอง

แต่ก่อนจะไปเข้าสู่เนื้อหา เรามารู้จักกับหนุ่ม ๆ ENHYPEN กันคร่าว ๆ เพื่อให้การวิเคราะห์เป็นไปอย่างลื่นไหลกันก่อนดีกว่า !

“1, 2 Connect!”

ENHYPEN บอยกรุ๊ปวงแรกของค่าย Belift Lab ซึ่งประกอบด้วย 7 สมาชิกจากผู้ชนะรายการเซอร์ไววัลอย่าง ‘I-LAND’ ออกอากาศและเปิดตัววงภายในปี 2020 โดยชื่อวงมีที่มาจากสัญลักษณ์ HYPHEN (-) ที่ใช้ในการเขียนแสดงถึงการเชื่อมต่อกันของคำเพื่อสร้างความหมายใหม่ ดังนั้น ENHYPEN จึงเป็นวงที่สมาชิกจะเชื่อมต่อถึงกัน ค้นพบ และเติบโตไปพร้อมกัน

จองวอน (JUNGWON)

ยาง จองวอน (2004)

สัญชาติ : เกาหลีใต้

ตำแหน่ง : หัวหน้าวง

ฮีซึง (HEESEUNG)

อี ฮีซึง (2001)

สัญชาติ : เกาหลีใต้

เจย์ (JAY)

พัค จงซอง (2002)

สัญชาติ : เกาหลีใต้ - อเมริกา

เจค (JAKE)

ชิม แจยุน (2002)

สัญชาติ : เกาหลีใต้ - ออสเตรเลีย

ซองฮุน (SUNGHOON)

พัค ซองฮุน (2002)

สัญชาติ : เกาหลีใต้

ซอนอู (SUNOO)

คิม ซอนอู (2003)

สัญชาติ : เกาหลีใต้

นิกิ (NI-KI)

นิชิมูระ นิกิ (2005)

สัญชาติ : ญี่ปุ่น

ช่องทางการติดตาม

IG : @enhypen

X : @enhypen_official & @enhypen_members

Youtube : @ENHYPEN

การพบกันครั้งแรกของเด็กหนุ่มกำพร้าทั้งเจ็ดแห่งแวมฟิลด์

ENHYPEN (엔하이픈) 'Given-Taken' Official MV

Given or Taken ?

จะเป็นผู้ที่ไล่ล่าความฝันของตัวเอง หรือจะเป็นผู้ยอมสดุดีต่อสิ่งที่ถูกลิขิตไว้ ?

“แวมฟิลด์” (Vamfield) คือสถานที่ที่เปรียบดั่งจุดเริ่มต้นของชีวิตทั้งเจ็ด เด็กกำพร้าที่เติบโตภายใต้การดูแลของมาร์จ สภาพแวดล้อมที่ดูเงียบสงบจากภายนอก ทว่าภายในบ้านหลังนี้ กลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำและความผิดปกติอีกมากมายที่ไม่มีแม้แต่ทางออกให้แก่เหล่าเด็กน้อยผู้น่าสงสาร

ในมิวสิกวิดีโอ เราจะเห็นท่าทางของสมาชิกที่ดูทุรนทุรายและทุกข์ทรมาน อย่าง นิกิที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ที่ข้อเท้า ราวกับนักโทษ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงพันธนาการที่ไม่ใช่เพียงแค่ทางร่างกาย แต่รวมถึงตัวตนภายในของพวกเขาด้วย ตัวตนของ “แวมไพร์” ที่ถูกกดทับไว้ไม่ให้ปลดปล่อยมันออกมา

ฮีซึงอาจเป็นสมาชิกคนแรกที่เริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติในตัวเอง จึงปรากฏฉากที่เขาทานยาเพื่อระงับอาการบางอย่าง ขณะที่ ซอนอู เองก็ได้แสดงให้เห็นว่าตัวเขาได้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ปีศาจดูดเลือด” โดยสมบูรณ์แล้ว ผ่านการกัดคอของจองวอน ซึ่งเป็นการส่งต่อพันธะทางสายเลือดที่จะเปลี่ยนชีวิตของผู้รับมอบพันธะไปตลอดกาล

คีย์เวิร์ดสำคัญของเพลงนี้คือคำว่า “Fate” หรือ “โชคชะตา” ซึ่งจะเป็นคำที่ปรากฏบ่อยครั้งบนเรื่องราวในจักรวาล ENHYPEN นับตั้งแต่นี้ไป ดังนั้นคำว่า Given-Taken ที่มีสัญลักษณ์ Hyphen (-) มาคั่นกลางในจุดเริ่มต้นของจักรวาล

จึงสื่อถึงสองทางแห่งความสับสนในโชคชะตา ว่าสิ่งที่ได้มา คือโอกาสในการเดบิวต์บนเส้นทางไอดอล เป็นสิ่งที่พวกเขาได้รับมันมาเพราะโชคชะตากำหนด หรือได้มาเพราะการไขว่คว้าโอกาสนั้นด้วยสองมือของพวกเขาเอง

คำว่า โชคชะตาเลยอาจนำไปสู่การตีความเนื้อหาในมิวสิกวิดีโอ ว่าเด็กหนุ่มทั้งเจ็ดจะเลือกยอมรับต่อสิ่งที่โชคชะตากำหนดไว้ โดยการอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหลังนี้ต่อไป หรือจะเป็นผู้ที่ควบคุมโชคชะตาเพื่อออกไปกำหนดชีวิตของตัวเอง

ตามเรื่องเล่าที่กล่าวขานต่อกันมา ว่าปีศาจดูดเลือดไม่สามารถอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้ มิเช่นนั้น ร่างกายของพวกเขาหรือพวกเธอจะต้องถูกเผาผลาญจนกลายเป็นผุยผง แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว เด็กน้อยทั้งเจ็ดคนยังคงยืนหยัดที่จะไม่หลบอยู่ภายใต้ร่มเงาของบ้านกำพร้าหลังนี้อีกต่อไปอย่างไร้ซึ่งความกลัว

ฉากยิงลูกศรในที่กลางแจ้งของเหล่าสมาชิกจึงสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมที่จะพุ่งไปข้างหน้าเพื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนในอนาคตด้วยความกล้าหาญ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการที่ตรึงไว้ และก้าวไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “อิสระ” หรือโลกใบใหม่ในฐานะแวมไพร์ ละทิ้งความสับสนที่อยู่ภายในจิตใจ เดินหน้าแสดงให้แฟน ๆ ได้เห็นถึงศักยภาพของวงเพื่อเติบโตในอุตสาหกรรมนี้อย่างไร้ขีดมาจำกัดในฐานะศิลปิน

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือองค์ประกอบภาพในมิวสิกวิดีโออย่างการเลือกใช้โทนสีน้ำตาล เพื่อสื่อถึงกลิ่นอายแห่งความทรงจำ ความหลัง หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต อีกทั้งทำนองเพลงที่แฝงความลึกลับและชวนให้รู้สึกพิศวงอลเวงราวกับภาพยนตร์สยองขวัญ ก็มีส่วนช่วยทำให้เรื่องราวดำเนินไปได้อย่างมีมิติมากขึ้น

มนุษย์หมาป่าแห่งเมือง The Gray City ศัตรูของแวมไพร์เมืองแวมฟิลด์ ?

ENHYPEN (엔하이픈) 'Drunk-Dazed' Official MV

ในช่วงต้นของมิวสิกวิดีโอเพลง Drunk-Dazed เราจะเห็นสมาชิกบางส่วนกำลังเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง พร้อมกับทิ้งบางสิ่งบางอย่างเอาไว้อย่างไม่ทราบเจตนา ไม่นานหลังจากนั้น มีเด็กสาวปริศนาได้มาพบเข้า และเมื่อพิจารณาสิ่งนั้นจึงทราบได้ทันทีว่ามันคือบัตรเชิญสำหรับเข้าร่วมงาน “Bloody Birthday Party” ที่แค่ฟังชื่อก็สัมผัสได้ถึงความสยองขวัญอยู่ไม่น้อย

เธอผู้นั้นมัวแต่พิจารณาสิ่งที่อยู่ในมือจนไม่รู้ตัวเลยว่า มีร่างลึกลับสองชีวิตกำลังติดตามเธอมาอย่างเงียบเชียบ ถึงแม้มองภายนอกด้วยตาเนื้อ เขาทั้งคู่ก็ดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป แต่หากเราอดทนดูต่อไปอีกนิด ผลลัพธ์ของวัตถุที่กระทบแสงจนกลายเป็นเงา สะท้อนให้เห็นถึงร่างจริงที่พวกเขาซ่อนเอาไว้ คือร่างของ “มนุษย์หมาป่า” หรือ “แวร์วูฟ” ยังไงล่ะ

หลายคนที่เป็นคอหนังหรือหนอนหนังสือ คงจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า แวมไพร์กับแวร์วูฟเป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่ลงรอยกัน แต่เคยมีใครสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า แล้วอะไรกันนะที่เป็นสาเหตุของความเกลียดชังระหว่างสองเผ่าพันธุ์นี้?

จริง ๆ แล้วข้อสงสัยนี้ก็ไม่ได้มีทฤษฎีหรือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มารองรับในการอธิบายอย่างตายตัวมากนัก แต่บ้างก็ว่าเป็นปกติของมุมมองนักล่าที่จะมองสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ในสถานะที่ด้อยกว่าตนเอง บ้างก็ว่ามนุษย์หมาป่าเกลียดชังแวมไพร์เพราะเผ่าพันธุ์ถูกบังคับให้เป็นทาสรับใช้

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องเล่าเกี่ยวกับการไม่ลงรอยกันของทั้งสองเผ่าพันธุ์นี้ได้ส่งต่อกันมาเป็นทอด ๆ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของผู้เขียนในเวลาต่อมาอีกมากมาย เช่น Twilight เรื่องราวความรักระหว่าง แวมไพร์ แวร์วูฟ และมนุษย์ หรือแม้แต่เรื่องราวในจักรวาลของ ENHYPEN เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ซึ่งมนุษย์หมาป่าทั้งสองที่พวกเราเห็นกัน เค (K) และ อึยจู (EJ) คือมนุษย์หมาป่าแห่งเมือง The Grey City เป็นเส้นเรื่องราวของวง &TEAM บอยกรุ๊ปสัญชาติญี่ปุ่นที่เปิดตัวในปี 2022 และมีสมาชิกบางส่วนเคยเป็นผู้เข้าร่วมรายการ I-LAND

เช่นเดียวกับสมาชิกวง ENHYPEN หากอ้างอิงตามเรื่องราวจาก WEBTOON สามารถกล่าวได้ว่าเส้นเรื่องของทั้งสองวงมีความเชื่อมโยงกันในฐานะศัตรูต่างเผ่าพันธุ์ ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา

กลับมากันที่งานปาร์ตี้เลือด ดูเหมือนว่าสมาชิกทั้งเจ็ดจะ “ตื่นรู้” ถึงตัวตนที่แท้จริง และพลังพิเศษเฉพาะตัวที่ตนเองมีเข้าแล้ว สังเกตได้จาก เจค ที่สามารถจุดเทียนให้สว่างไสวได้ด้วยมือเปล่าภายในพริบตาเดียว หรือฮีซึง ที่สามารถสื่อสารกับ เจย์ ผ่านกระแสจิตได้

เนื้อเรื่องในมิวสิกวิดีโอค่อย ๆ นำพวกเราไปสู่จุดสำคัญ สมาชิกทุกคนในวงต่างยืนเรียงแถวกันในชุดที่คล้ายสไตล์ยุโรปโบราณ ตรงหน้าของพวกเขาปรากฏให้เห็นร่างของเจ้าหญิงผู้สูงส่งยืนอยู่บนแท่นบูชาพระจันทร์ ซึ่งคาดกันว่าเธอคือ “เจ้าหญิงเซเลน” ที่พวกเขาเคยอารักขาเมื่อชาติภพก่อนหน้า จึงดูเหมือนว่าการพบกันของสมาชิกทั้งเจ็ดนั้น ไม่น่าใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด ซ้ำยังอาจมาจากการทำพิธีกรรมผูกไว้ด้วยสื่อกลางที่เรียกว่า “เลือด” ของเธอ

หากเรื่องราวทั้งหมดเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่แน่ว่า เจ้าหญิงองค์นี้เป็นผู้ที่นำพาตัวตนของแวมไพร์มาสู่องครักษ์ทั้งเจ็ดเพื่อคุ้มครองเธอและอาณาจักร รวมถึงเด็กสาวปริศนาเมื่อต้นวิดีโอ อาจคือ เซเลน ในฐานะตัวตนของกาลปัจจุบันก็เป็นได้

อีกหนึ่งจุดสำคัญที่อาจเป็นเบาะแสชิ้นใหญ่ของเรื่องราวในจักรวาลนี้ คือบทบาทของซอนอู ที่ดูจะมีความเชื่อมโยงกันกับเจ้าหญิงเซเลนมากเป็นพิเศษ สังเกตได้จากภาพของทั้งสองที่ทับซ้อนกันในระหว่างพิธีกรรมเทเลือด ราวกับว่าเธอและเขาเป็นคนคนเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น หรือก็อาจเป็นไปได้อีกเช่นกันว่า ซอนอู จะเป็นสมาชิกที่ถูกเลือกให้เป็นสื่อกลางระหว่างเจ้าหญิงและองครักษ์ทั้งเจ็ด

เมื่อเห็นได้ชัดแล้วว่า “เลือด” เป็นหนึ่งในสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขากับโชคชะตา การดำเนินวิดีโอในช่วงหลังจึงเน้นไปที่ภาพของสายเลือดที่กำลังหลั่งไหลออกมาราวกับสายฝน ท่ามกลางการเต้นรำอันงดงามของ ซองฮุน ก่อนจะจบลงด้วยเสียงเคาะประตูของเด็กสาวคนเดิมที่ตัดสินใจมาตามบัตรเชิญ พร้อมกับปมปริศนาอีกมากมายที่ทิ้งเอาไว้เพื่อรอการคลี่คลายในอนาคต

ความลับของแวมไพร์ ที่ดูเหมือนจะเปิดเผยมากขึ้นทีละนิด

ENHYPEN (엔하이픈) 'Tamed-Dashed' Official MV

สิ่งแรกที่น่าสนใจของอัลบั้มนี้ Dimension : Dilemma คือชื่อของเวอร์ชั่นที่ถูกแบ่งออกเป็นสามคอนเซปต์ ได้แก่ Scylla, Odysseus, และ Charybdis ซึ่งอ้างอิงจากตัวละครในวรรณกรรม “มหากาพย์โอดิสซี”

ผลงานระดับโลกของกวีเอกอย่าง “โฮเมอร์” เรื่องราวของโอดิสซีอุส นักรบผู้เดินทางกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นสงครามโทรจัน (Trojan War) แต่กลับต้องพบเจอกับบทลงโทษจากเทพเจ้าด้วยการสาปให้หลงทางอยู่บนผืนท้องทะเลนานนับสิบปี

มาเริ่มกันที่ตำนานอสูรกายตนแรก Scylla สัตว์ประหลาดที่มีหกหัว คอทั้งหมดมีรูปร่างคล้ายงู กล่าวกันว่าเดิมทีนางเป็นมนุษย์ แต่ถูกสาปให้กลายเป็นอสูรเพราะความริษยาของแม่มดไซซี บางตำราก็ว่าเพราะความอกตัญญูของนาง จึงทำให้ต้องกลายเป็นปีศาจแห่งท้องทะเลที่คอยกลืนกินลูกเรือที่เดินเรือผ่านช่องแคบเมสซีนา รวมถึงลูกเรือบางส่วนของโอดีซีอุสด้วย

ส่วน Charybdis หรือปีศาจน้ำวน มีความสามารถในการดูดกลืนและพ่นน้ำทะเลออกมาจนก่อให้เกิดน้ำวนยักษ์ได้ ทำให้เรือลำใดที่เผลอแล่นผ่านต่างถูกดูดกลืนลงไปราวกับว่านี่คือ หลุมแห่งหายนะ

การออกเผชิญบนโลกใบใหม่ของเหล่าแวมไพร์ทั้งเจ็ดอาจเปรียบได้กับการผจญภัยโลกกว้างบนท้องทะเลอย่างไม่รู้จบของโอดิสซีอุส โดยที่อสูรกายทั้งสอง อาจสื่อถึงอุปสรรคหรือข้อจำกัดในตัวเองที่พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้กับมัน จึงมีความเป็นไปได้ที่ตำนานมหากาพย์โอดิสซีจะถูกหยิบยกมาเกี่ยวข้องกับ ENHYPEN ในฐานะเวอร์ชั่นของอัลบั้มในคัมแบ็กนี้

ย้อนกลับมาวิเคราะห์ในส่วนของมิวสิกวิดีโอไตเติลแทร็ก Tamed-Dashed สมาชิกยังคงดูกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะใช้ชีวิตกลางแจ้ง เห็นได้จากท่าทีของ นิกิ ซึ่งเต็มไปด้วยความลังเล เนื่องจากมิวสิกวิดีโอก่อนหน้าอย่าง Given-Taken และ Drunk-Dazed จะเน้นการดำเนินเรื่องในช่วงกลางคืนหรือการอยู่ในที่ร่มเป็นหลักเสียมากกว่า

คงไม่ใช่เรื่องแปลกมากนัก หากความสามารถในการทนทานต่อแสงแดดของแวมไพร์ที่เพิ่งออกมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์อาจยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ จึงเป็นสาเหตุเมื่อ ซอนอู ยื่นแขนออกไปสัมผัสแสงแดดจ้าโดยตรง เพื่อน ๆ สมาชิกวงสังเกตเห็นความผิดปกติบนแขนของเขา คือปุ่มสีน้ำตาลที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมควันจาง ๆ คล้ายกับกำลังถูกเผาไหม้ไปทีละนิด

หากอธิบายในมุมมองทางการแพทย์ American Academy of Dermatology Association หรือ สถาบันโรคผิวหนังแห่งอเมริกา อธิบายอาการที่มนุษย์ไม่สามารถถูกแสงแดดเป็นเวลานานได้ ว่ามีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรค Xeroderma Pigmentosum (XP)

Xeroderma Pigmentosum เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีผิวหนังอ่อนไหวต่อรังสี Ultra Violet (UV) เป็นพิเศษ โดยไม่สามารถอยู่กลางแดดได้แม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เนื่องจากร่างกายขาดกลไกในการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากรังสีนี้ และจำเป็นต้องมีการบำรุงเพื่อปกป้องผิวหนังที่มากกว่าคนปกติทั่วไป

แต่ท้ายที่สุด ด้วยพลังแห่งมิตรภาพที่คล้ายกับเป็นเกราะป้องกันจากข้อจำกัดในตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา ภาพที่สมาชิกถือร่มออกมาในที่กลางแจ้ง ไม่นานหลังจากนั้นก็ตัดสินใจโยนมันทิ้งไป

จึงทำให้เราเห็นว่าแวมไพร์ทั้งเจ็ดได้ดึงสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในหัวใจของพวกเขาออกมาแล้ว คือ “ความกล้าหาญ” และออกไปท้าทายชีวิตท่ามกลางแสงแดดเพื่อเผชิญกับโลกใบใหม่ที่ยังมีพื้นที่อีกมากรอคอยการเข้าไปสำรวจ

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น มิวสิกวิดีโอจึงจบลงด้วย นิกิ น้องเล็กของเหล่าแวมไพร์ สามารถเดินออกมาเก็บลูกรักบี้โดยที่ผิวหนังของแขนสามารถสัมผัสกับแดดได้เช่นมนุษย์ปกติโดยไร้ซึ่งความกลัวอีกต่อไป

นักล่ายามรัตติกาลหาได้ไร้หัวใจอีกต่อไป เพราะ “ซูฮา”

ENHYPEN (엔하이픈) 'DARK BLOOD' Concept Trailer

Love and sacrifice and fate

“If you wish to escape from this twist of fate, Remember these two words … Bite Me

ประโยคที่เด็กชายลึกลับกล่าวไว้ กลายเป็นกุญแจสำคัญของเส้นเรื่องในคัมแบ็ก Dark Blood ร่างของเขานั่งอยู่บนเก้าอี้ที่สูงเด่น เบื้องล่างคือรถยนต์ที่หากเราเพ่งมองกันดี ๆ จะเห็นหญิงสาวนิรนามกำลังพยายามขอความช่วยเหลืออย่างสุดแรงภายในห้องโดยสาร ก่อนที่ภาพจะตัดไปยังฮีซึง สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากภวังค์แห่งความฝัน

ในฝันของเขาปรากฎภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นคนเดียวกันกับเธอ ผู้ที่ขอความช่วยเหลือในไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ นี่จึงอาจไม่ใช่เพียงภาพที่ปรากฎขึ้นมาดื้อ ๆ

หากแต่คงเป็นใครบางคนที่มีสายสัมพันธ์โยงใยกับสมาชิกทั้งเจ็ด และยิ่งตอกย้ำว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับพวกเขาจริง ๆ เมื่อต่อมาร่างถูกบดบังด้วยอ้อมแขนของ ซองฮุน ราวกับว่าไม่ต้องการให้ใครรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเธอ

จากเส้นเรื่องนี้ สังเกตได้ว่า ซองฮุน เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ร่วมกับสมาชิกคนอื่น ๆ ซ้ำยังเป็นฝ่ายถูกตามไล่ล่าอีกต่างหาก โดยสาเหตุของทั้งหมดคือ ซูฮา ตัวละครใหม่ที่เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของจักรวาลนับตั้งแต่นี้ไป

ซองฮุนพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้ซูฮาตกไปอยู่ในกำมือของเพื่อนแวมไพร์ทั้งหก แม้ว่าจะต้องต่อสู้หรือพาเธอหนีไปอีกไกลแค่ไหนก็ตาม แต่ขณะที่ซองฮุนใช้ม้าเป็นพาหนะในการเคลื่อนที่ จองวอน กลับได้แต้มต่อมากกว่าด้วยการขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมาด้วยความเร็วสูง ความได้เปรียบเสียเปรียบนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกันทางด้านมิติเวลา

ไม่แน่ว่า ซองฮุนอาจเป็นสมาชิกที่เป็นตัวแทนของอดีต ส่วนสมาชิกที่เหลือคือผู้อาศัยอยู่กับปัจจุบันกาล และต้องการหลุดพ้นจากพันธะแห่งโชคชะตา ซึ่งมีเพียงแค่ซูฮาเท่านั้นที่สามารถช่วยพวกเขาได้

“มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ที่อำนาจและพลังหมดทั้งหมดจะหวนคืนสู่เธอ”

“กัดฉัน..ซูฮา”

“ลาก่อน…ความรักของฉัน”

หลังจากสิ้นสุดประโยคนี้ของซูฮา เธอได้กัดเข้าไปที่ลำคอของ ซองฮุน ชายผู้เป็นที่รัก ภาพที่เธอดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดย้อนวนกลับมาฉายซ้ำอีกครั้ง เป็นไปได้ว่าความกลัวที่อยู่ภายใต้จิตใจของเธอนั้น คือกลัวที่จะ “กัด” ถึงแม้ “การกัด” อาจเป็นสิ่งเดียวที่สามารถปลดปล่อยเหล่าแวมไพร์ให้หลุดพ้นจากพันธะแห่งโชคชะตาอย่างที่เด็กชายปริศนาได้กล่าวไว้

แต่ในอีกมุมหนึ่ง การกัด คือการกระทำที่ต้องแลกมาซึ่งการเสียสละ รวมทั้งในตอนนี้ ซองฮุนเลือกที่จะสละชีวิตของตัวเองเป็นสิ่งสุดท้าย ก่อนที่จะหลุดพ้นต่อพันธะแห่งโชคชะตา เพื่อหวนคืนสู่ซูฮาอีกครั้ง หลังจากที่เขาปล่อยให้ซูฮากัดเพื่อน ๆ ด้วยความไม่ตั้งใจ ราวกับอัศวินผู้บกพร่องในหน้าที่

โดยไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดในการหวนคืนกลับมาของเขา รู้เพียงว่าภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าซูฮาตอนนี้ คือร่างของคนรักที่ค่อย ๆ สลายไปกับสายลม จบลงตรงเหลือเพียงแค่เธอที่ยังคงนั่งอาลัยด้วยความเสียใจอยู่ผู้เดียว ราวกับว่าชายตรงหน้าไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

“ซูฮา” เธอเป็นใครกันแน่นะ ?

ENHYPEN (엔하이픈) 'ORANGE BLOOD' Concept Trailer

But Still, I want to live

หลังจากที่สมาชิกทุกคนถูกซูฮากัด โชคดีที่จุดจบของพวกเขายังไม่ใช่ดินแดนแห่งความตาย แต่เป็นการเกิดใหม่อีกครั้ง ในฐานะ “มนุษย์” ภาพจึงเริ่มต้นด้วยสมาชิกที่นอนเรียงรายอยู่ริมชายหาด และกอดคอกันร่ำไห้ด้วยความดีใจ เมื่อฟื้นขึ้นมาแล้วภาพตรงหน้ายังคงเป็นกันและกันอยู่

อย่างที่ก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงประเด็นมหากาพย์โอดิสซี บทประพันธ์ของโฮเมอร์ ซึ่งนำมาเป็นชื่อเวอร์ชั่นอัลบั้ม Dimension : Dilemma กันไปแล้ว หากการผจญภัยอันยาวนานของโอดิสซีอุสและเหล่าลูกเรือในผลงานชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเพื่อกลับหวนคืนสู่บ้านของตนเอง ก็เป็นไปได้ว่า ภาพริมฝั่งชายหาดที่ปรากฎ จึงอาจไม่ใช่แค่สถานที่ที่เลือกเพียงเพราะความสวยงามทางงานศิลป์อย่างเดียว

หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการฝ่าฝันกับสัตว์ประหลาดร้ายกลางทะเลเพื่อพ้นผ่านมรสุมมหาสมุทรแห่งโชคชะตา จนมาถึง “ฝั่ง” หรือ “การกลับคืนสู่ความเป็นมนุษย์” ได้สำเร็จของพวกเขาทั้งเจ็ดหรือแปดกันนะ?

การลืมตาตื่นในคราแรกของ ซอนอู ทำให้พวกเราเห็นว่า ตัวละคร “ซูฮา” ยังคงปรากฏบนเส้นเรื่องนี้ในฐานะ ‘ผู้ช่วยชีวิต’ เหล่าสมาชิกทั้งเจ็ด อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างซองฮุนและเพื่อน ๆ ก็ดูเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากเส้นเรื่อง Dark Blood ที่เหมือนว่าสองฝ่ายจะตั้งตนเป็นศัตรูกันอย่างชัดเจน

การลืมตาตื่นในครั้งต่อมาของ ซอนอู สมาชิกทุกคนได้เรียนรู้แล้วว่า ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่จีรังยั่งยืน พลังที่มีในตัวตนของพวกเขาก็เช่นกัน เมื่อยอมรับในความเป็นมนุษย์มากขึ้น ภาพการสำรวจโลกกว้างของมนุษย์มือใหม่ฝึกหัดทั้งเจ็ดจึงดำเนินไปอย่างสวยงามและราบรื่น

จนกระทั่งการลืมตาตื่นอีกครั้งของ ซอนอู ที่จะทำให้เรื่องราวต่อจากนี้พลิกผันไปอย่างกับกลับตาลปัตร…เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเพรียกปริศนา ก่อนจะพบว่าเหลือเพียงแค่ตนเองในที่แห่งนี้ เมื่อเดินตามทางมาเรื่อย ๆ เขาเห็น ซูฮา มีท่าทีคล้ายกับกำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่บนชั้นสองของบ้านร้างหลังหนึ่ง

ชวนให้ภาพทับซ้อนที่เธอเคยขอความช่วยเหลือภายในห้องรถโดยสารบนเส้นเรื่อง Dark Blood ย้อนกลับมาในความคิดอีกครั้งแต่ในขณะที่ซอนอูกำลังใช้ความพยายามในฟังสิ่งที่ซูฮาต้องการสื่อสารอยู่นั้น

กลับมีร่างของซูฮาอีกคนปรากฎขึ้นและไล่ต้อนเขาด้วยท่าทีที่แปลกออกไปอย่างน่าขนลุก ก่อนจะจบลงที่ถูกเธอจับเป็นตัวประกัน ราวกับว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้ ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกล่อเท่านั้น และเป้าหมายที่เธอต้องการคือ “ซอนอู”

เมื่อย้อนกลับไปยังมิวสิกวิดีโอเพลง Drunk-Dazed ที่เคยแฝงร่องรอยความเชื่อมโยงระหว่างซอนอูและเจ้าหญิงเซเลนไว้ เป็นไปได้ว่า “ซูฮา” อาจคือเจ้าหญิงเซเลนในชาติก่อน ทำให้การปรากฎตัวของซูฮาในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ย้อนไปอีกเมื่อยามที่ซองฮุนร้องขอให้ซูฮากัดคอของเขาในเส้นเรื่องก่อนหน้านี้ โดยกล่าวว่าเพื่อคืนพลังและอำนาจสู่เธอ ยิ่งทำให้ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับอดีตชาติที่เป็นเจ้าหญิงของซูฮามีความสมเหตุสมผลมากขึ้น เมื่อทั้งในฐานะองครักษ์และคนรัก เขาจำเป็นที่จะต้องเสียสละ เพื่อชดใช้ให้แก่ผู้หญิงที่ตนอยู่ใต้อาณัติ รวมถึงเป็นดั่งดวงใจของเขาทั้งดวง

ก่อนเธอจะหายไปท่ามกลางกองเปลวไฟและความโศกเศร้าของสมาชิกที่เหลือ ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาที่เธอกัดคอของซอนอูสู่สายตาทั้งหก ฉากนี้สามารถตอกย้ำการผูกพันธะที่มองไม่เห็นระหว่างซอนอูและซูฮาให้กลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง ด้วยพลังและอำนาจที่เธอได้กลับคืนมาจากการเสียสละของแวมไพร์องครักษ์ทั้งเจ็ด

หรืออีกมุมหนึ่ง อาจเป็นการสื่ออย่างมีนัยยะ โดยใช้ซอนอูเป็นสื่อกลางในการสื่อสารได้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาต่างไม่อาจหลีกหนีโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้วได้ นั่นคือการเวียนว่ายอยู่ในวัฏจักรของแวมไพร์อย่างไม่รู้จบ

วัฏจักรของบทบาทผู้ล่า และผู้ถูกล่า กับความปรารถนาอันแรงกล้าที่ไม่สามารถปฏิเสธมันได้

ENHYPEN (엔하이픈) DESIRE Concept Cinema

ในสถานการณ์ที่แวมไพร์เคยถูกประกาศกวาดล้างโดยทางการ ท่ามกลางจุดยืนของประชาชนที่ประกาศกร้าวว่า “มนุษย์และแวมไพร์ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้” พวกเขาทั้งเจ็ดจึงจำเป็นต้องหลบหนี ถือได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทระหว่างแวมไพร์และมนุษย์ในฐานะของผู้ล่าและผู้ถูกล่า

ในมุมมองของมนุษย์ “แวมไพร์” เป็นสิ่งมีชีวิตที่จำเป็นต้องถูกควบคุมและกำจัด แต่บัดนี้แวมไพร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตต้องห้ามหรือถูกตามล่าอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น “เผ่าพันธุ์ที่ผู้คนให้ความสนใจ”

เมื่อแสงไฟจากจอโทรทัศน์ส่องสว่างตัดกับความมืดยามค่ำคืน นิกิ และ ฮีซึง กำลังใช้ร่างเดียวกันในการเฝ้ารับชมการถ่ายทอดสดสัมภาษณ์แวมไพร์ตนแรกของโลก น่าแปลกใจที่บรรยากาศของผู้ดำเนินรายการและผู้ชมในห้องส่งไม่ได้ดำเนินไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่ดำเนินด้วย “ความอยากรู้อยากเห็น”

ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกันของ เจย์ และ เจค เริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในเส้นเรื่องนี้ เมื่อการสัมภาษณ์ที่ดำเนินไปในฐานะผู้ให้สัมภาษณ์ สมาชิกทั้งสองคนสลับตัวตนราวกับว่าเป็นคนคนเดียวกัน ไม่ว่าจะท่าทาง หรือการแต่งตัวที่คล้ายอย่างกับถอดแบบกันออกมา

การที่ซูฮาในชาติปัจจุบันมีความเกี่ยวข้องกับสมาชิกทั้งเจ็ดคน หรือซอนอูมีสายสัมพันธ์กับซูฮาที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น โดยมี “เลือด” ที่เป็นสิ่งที่โยงใยพันธะ ก็เป็นไปได้ว่าระหว่างเจย์และเจคเอง ต่างก็มีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงเขาทั้งคู่เป็นพิเศษด้วย “เลือด” อีกเช่นกัน

คำถามที่จะตามมา คงไม่พ้นว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จึงมีหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า พวกเขาทั้งคู่มีสายใยที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงกัน “ตั้งแต่จุดเริ่มต้น”

หากเมื่อก่อนสิ่งที่เหล่าแวมไพร์ต้องการ คือหลบซ่อนจากการไล่ล่าของมนุษย์ ในตอนนี้เองก็คงเป็น การหลีกหนีจากสายตาที่เฝ้ามองของหนึ่งตัวละครใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ

ร่างของสัตว์ประหลาดสีดำ คล้ายสุนัขหรือสัตว์ที่มีเขาและฟันแหลมคม โผล่ขึ้นในช่วงพริบตาหนึ่งก่อนที่จะหายไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกประหลาดใจและตกใจให้แก่เหล่าสมาชิกเมื่อได้พบ ราวกับว่าถูกมันติดตามมาแล้วเป็นเวลานาน

ในมิวสิกวิดีโอ Bad Desire (With or Without you) คัมแบ็กล่าสุดของพวกเขาเอง ก็มีการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดสีดำสนิทเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งพาหนะที่รับส่ง หรือปรากฎตามร่างกายของสมาชิก ราวกับเป็นสัญลักษณ์ที่จองจำและครอบงำพวกเขาทั้งเจ็ดอยู่ ถ้าจะบอกว่าเป็นสัตว์ประหลาดตัวดังกล่าว เป็นตัวเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ใน Concept Cinema ก็ดูมีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย

ENHYPEN (엔하이픈) 'Bad Desire (With or Without You)' Official MV

ลักษณะเฉพาะของสัตว์ประหลาดตัวนี้ชวนให้นึกถึง “Bastet” เสือดำมีปีกคล้ายค้างคาวจากซีรีส์แฟนตาซีเรื่อง Merlin ตอน The Lake of Avalon สัตว์ต้องคำสาปที่ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงหรืออสูรกาย แต่ยังเป็นพาหนะที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และโลกหลังความตาย

ดังนั้น การมีอยู่ของสัตว์ประหลาดชนิดนี้ไม่ได้มีมาเพื่อเติมเต็มภาพให้มีความแฟนตาซีขึ้นอย่างแน่นอน เราจึงเห็นได้จากฉากที่สมาชิกถูกแยกออกจากกันไปยังสองสถานที่ ที่คลับคล้ายคลับคลาว่าฝั่งหนึ่งคือสวรรค์

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือนรก ยิ่งทำให้ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับตัวละคร Bastet บนเส้นเรื่องของ ENHYPEN อาจมีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ในฐานะพาหนะที่เป็นดั่งสะพานระหว่างโลกสวรรค์และโลกนรกของเหล่าสมาชิก

ในเรื่อง Merlin ก็มีหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ เรียกว่า “Bastet Curse” ผู้ที่ตกอยู่ภายใต้คำสาป จะต้องกลายร่างเป็นปีศาจเสือดำกระหายเลือดเมื่อยามราตรีกาลมาถึง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแวมไพร์ที่ยังคงต้องพึ่งพาเลือดเพื่อหล่อหลอมชีวิตพอดิบพอดี ชะตากรรมนี้ต่างเป็นสิ่งที่ทั้งแวมไพร์ทั้งเจ็ดและผู้ที่ต้องคำสาป Bastet Curse ไม่อาจลบล้าง หรือหลีกหนีมันได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เจคถูกสัตว์ประหลาดปริศนาเรียกว่า “ผู้ต้องคำสาป”

ในเส้นเรื่องของ ENHYPEN สัตว์ประหลาดตนนี้ไม่น่าใช่เพียง "พาหนะ" ธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการถูกครอบงำโดยโชคชะตาและพลังมืดที่ยากจะควบคุม หรือกำจัดมันได้อย่างถาวร

ช่วงท้ายของ Desire Concept Cinema ภาพจึงจบลงด้วยร่างของ จิมมี่ ผู้ดำเนินรายการที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือดกำลังเผยแพร่ออกอากาศไปทั่วทุกมุมโลก ด้วยฝีมือของแขกรับเชิญ ราวกับว่าการมาเยือนของสัตว์ประหลาดตนนี้ จะกระตุ้นให้สัญชาตญาณของพวกเขาได้ประกาศถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาที่ไม่อาจหลีกหนีมันพ้น ตัวตนของ แวมไพร์ ในฐานะ “ผู้ล่า” อีกครั้ง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์คร่าว ๆ ถึงเส้นเรื่อง 5 ปีที่ผ่านมาในจักรวาลเอนไฮเพน แม้ว่าในบางเส้นเรื่องจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปบ้าง

แต่ใจความของคอนเซปต์หลักที่ยึดมั่นจนกลายเป็นจุดที่แข็งแกร่งของวงคือ ตัวตนของ “แวมไพร์” และแน่นอนว่านี่จะยังไม่ใช่จุดจบ เส้นเรื่องต่าง ๆ จะยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ พร้อมกับการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของวงในฐานะบอยกรุ๊ประดับโลกที่สามารถเล่าเรื่องผ่านเสียงเพลงและงานศิลป์ได้อย่างทรงพลัง

ไม่ว่าจักรวาลแวมไพร์ของหนุ่ม ๆ ENHYPEN จะพาพวกเราไปปิดฉากอวสานที่จุดใด ความรัก ความเสียสละ และโชคชะตาจะถูกตีความออกมาผ่านเรื่องราวที่ต่างออกไปได้อีกมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ พวกเขาทั้งเจ็ดจะยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยความกล้าหาญที่จะกำหนดเส้นทางของตัวเอง

แล้วคุณล่ะ…มีสิ่งที่ต้องการจะฝืนโชคชะตาเหมือนกันหรือเปล่า ?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

American academy of dermatology association

Britannica

Elitedaily

Merlin.fandom

Merlin.fandom

Soompi

Vampire

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...