โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิ่งที่ต้องรู้ นักท่องเที่ยวไปสหรัฐอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมมากกว่า 8 พันบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.34 น.
ภาพจาก PIXABAY

รวมสิ่งที่ต้องรู้ ผู้เดินทางไปสหรัฐอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรวม 14,000 บาท สหรัฐมีเป้าหมายอะไรในการเก็บ จะเริ่มเมื่อไหร่ และขอเงินคืนได้อย่างไร

ผู้มาเยือนสหรัฐอเมริกาจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่ Visa integrity fee ตามพระราชบัญญัติ One Big Beautiful Bill (OBBBA) หรือ “กฎหมายยิ่งใหญ่งดงาม” ของรัฐบาลประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะบังคับใช้กับทุกคนที่มีวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว ไม่ใช่ผู้อพยพ อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนสามารถรับเงินคืนได้ตามข้อกำหนด

เดิมทีขั้นต่ำของค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,095 บาท ในช่วงงบประมาณปี 2025 ของสหรัฐ (1 ตุลาคม 2024 – 30 กันยายน 2025) อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิมีอิสระที่จะกำหนดค่าธรรมเนียมที่สูงกว่านี้ จากนั้นค่าธรรมเนียมจะถูกปรับตามอัตราเงินเฟ้อ

เป้าหมายการเก็บค่าธรรมเนียม

ข้อมูลสำนักงานวิจัยรัฐสภาสหรัฐ ระบุว่า ในปีงบประมาณระหว่างปี 2019-2022 มีผู้มาเยือนที่ไม่ใช่ผู้อพยพระหว่าง 1%-2% ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกานานเกินกำหนดวีซ่า และประมาณ 42% ของประชากรที่ไม่ได้รับอนุญาตประมาณ 11 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้เข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย แต่อยู่นานเกินกำหนดระยะเวลาที่กำหนด

โฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ กล่าวว่า ร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill ของทรัมป์ มอบนโยบายและทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อฟื้นฟูความซื่อสัตย์สุจริตในระบบตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเรา

ใครบ้างที่ต้องจ่าย ?

สำหรับค่าธรรมเนียม Visa integrity fee จะถูกใช้กับผู้มาเยือนทุกคนที่ถือวีซ่าประเภทไม่ใช่ผู้อพยพ ซึ่งหมายรวมไปถึงจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อธุรกิจ และนักเรียนต่างชาติ โดยจะเรียกเก็บเมื่อได้รับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น คนที่ถูฏปฏิเสธในการขอวีซ่าจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้

“สตีเวน เอ. บราวน์” หุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมายด้านการย้ายถิ่นฐานที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฮิวสตัน โพสต์บนเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า ค่าธรรมเนียมใหม่นี้ถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมมาจากค่าธรรมเนียมวีซ่าเดิมที่มีอยู่แล้วอื่นๆ รวมถึงค่าธรรมเนียมวีซ่าตามปกติ ตัวอย่างเช่น แรงงานที่ถือวีซ่า H-1B เดิมที่ต้องจ่ายค่ายื่นวีซ่า 205 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 455 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,734 บาท เมื่อค่าธรรมเนียมมีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องยื่นบันทึกการเดินทางขาเข้า-ขาออก ซึ่งก็คือผู้เดินทางส่วนใหญ่ ยังจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียม “ฟอร์ม I-94” จากเดิม 6 เป็น 24 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 777 บาท)

อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมนี้ไม่ใช้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงพลเมืองของประเทศที่อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่าของสหรัฐ รวมถึงนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จากแคนาดาและเบอร์มิวดา

ปัจจุบันมี 42 ประเทศและรัฐอิสระที่อยู่ภายใต้โครงการยกเว้นวีซ่าVisa Waiver ซึ่งหมายความว่าพลเมืองของประเทศเหล่านี้จะไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม หากเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาสูงสุด 90 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวหรือธุรกิจ ขณะที่ประเทศอื่น รวมถึงไทยที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางไปสหรัฐจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

ชำระ – รับเงินคืนได้อย่างไร ?

ส่วนการขอรับเงินคืน ผู้ถือวีซ่าต้องปฏิบัติตาม 2 เงื่อนไข คือไม่รับทำงานที่ไม่ได้รับอนุญาต และพำนักในสหรัฐไม่เกินวันที่วีซ่าหมดอายุเกิน 5 วัน และจะได้รับเงินคืนหลังจากวีซ่าเดินทางหมดอายุ แต่เนื่องจากว่าวีซ่ามีอายุใช้งานหลายปี สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐ (CBO) จึงคาดการณ์ว่า “จะมีคนจำนวนไม่มากที่ขอรับเงินคืน”

ยิ่งไปกว่านั้น CBO คาดการณ์ว่า กระทรวงการต่างประเทศจะต้องใช้เวลาหลายปีในการดำเนินกระบวนการคืนเงิน ด้วยเหตุนี้จึงประเมินว่าการบังคับใช้บทบัญญัตินี้จะช่วยเพิ่มรายได้และลดการขาดดุลงบประมาณลง 2.89 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2025-2034

บราวน์ กล่าวว่า เขาแนะนำให้ลูกค้าถือว่า ค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนได้

“ถ้าได้รับเงินคืนก็ดี แต่โดยปกติแล้วการขอเงินคืนจากรัฐบาลเป็นเรื่องยาก” เขากล่าว “ผมอยากให้พวกเขามองว่าเป็น ‘โบนัส’ ถ้าได้รับเงินคืน”

อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมยังไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติ จึงยังไม่มีกำหนดว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ แต่คาดว่าจะเริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2568 ที่จะถึงนี้

“เชื่อว่าจำเป็นต้องมีกฎหรือประกาศในทะเบียนของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องนี้” บราวน์ กล่าว

เช่นเดียวกับสมาคมการท่องเที่ยวแห่งสหรัฐ ระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า นักท่องเที่ยวจะต้องชำระค่าธรรมเนียมนี้อย่างไร

“ร่างกฎหมายกำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) เป็นผู้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม แต่กระทรวงฯ ไม่ได้เป็นเจ้าของกระบวนการยื่นขอวีซ่า ออกวีซ่า หรือต่ออายุวีซ่า ดังนั้นกระทรวงฯ จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้ที่ไหนและเมื่อใด” โฆษกกล่าว

ทำให้ต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ก่อนที่จะนำมาใช้จริง

ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว

บราวน์กล่าวว่า ค่าธรรมเนียมนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ถือวีซ่าประเภท B หรือผู้มาเยือนที่เดินทางมาเพื่อพักผ่อนและเพื่อธุรกิจ รวมถึงนักศึกษาต่างชาติมากกว่าผู้มาเยือนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ

ค่าธรรมเนียมใหม่นี้ บวกกับค่าธรรมเนียม “ฟอร์ม I-94” เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญหลายงานในปี 2026 รวมถึง “America 250” งานเฉลิมฉลองวันครบรอบก่อตั้งประเทศ 250 ปี และการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA

อุปสรรคเหล่านี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากปัญหาของ Brand USA องค์กรการตลาดด้านการท่องเที่ยวสหรัฐ ซึ่งพระราชบัญญัติ One Big Beautiful Bill Act ได้หั่นเงินงบประมาณจาก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การตัดงบประมาณครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปลดสมาชิกคณะกรรมการของ Brand USA เกือบครึ่งหนึ่งในเดือนเมษายน

ก่อนที่กฎหมายฉบับใหม่จะผ่าน เจฟฟ์ ฟรีแมน ประธานสมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐ กล่าวชื่นชมการมีส่วนร่วมของร่างกฎหมายนี้ต่อโครงสร้างพื้นฐาน การควบคุมการจราจรทางอากาศ และความมั่นคงชายแดนของสหรัฐ

แต่เขาเสริมว่า “การลงทุนอย่างชาญฉลาดในขั้นตอนการท่องเที่ยว ทำให้ค่าธรรมเนียมใหม่ไม่สมเหตุสมผลสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการลดงบประมาณของ Brand USA ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของอเมริกายิ่งยากที่จะยอมรับ”

อ้างอิง CNBC และ Yahoo News

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิ่งที่ต้องรู้ นักท่องเที่ยวไปสหรัฐอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมมากกว่า 8 พันบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...