โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบรนด์ไทยเก่งมากพอ ที่จะปล่อยของในนิวยอร์ก! แทน สวัสดิชัย ผู้ก่อตั้ง Future Treasure ฮับที่นำ 60 แบรนด์แฟชั่นไทยไปโชว์ไกลถึง New York Fashion Week

Mirror Thailand

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 12.05 น.
ภาพไฮไลต์

ถึงแม้ว่าซีรีส์จะจบไปแล้ว แต่กระแสของ The White Lotus ก็ยังไม่แผ่ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารไทย สถานที่ท่องเที่ยว และแฟชั่นแบรนด์ไทย ที่เรียกได้ว่าเรียกความสนใจจากนานาประเทศไปไม่น้อย ซึ่งล่าสุด DITP, Thai Trade Center New York และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ของรัฐบาลไทย ได้จับมือกับ ‘Future Treasure New York’ เปิดพื้นที่โชว์ศักยภาพแบรนด์ไทยจากดีไซเนอร์ไทยกว่า 60 แบรนด์ ตั้งแต่ แบรนด์สายสตรีทอย่าง Leisure projects, MERGE, Matter Makers ไปจนถึงแบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของไทยอย่าง TAKARA WONG, Vickteerut จนถึง VINNPATARARIN ฯลฯ มารวมกันโชว์ความปังใจกลางย่าน SoHo ในกรุงนิวยอร์ก ภายใต้ธีม ‘The White Lotus’ ในวันที่ 3-9 มิถุนายน 2025 นี้

Future Treasure New York คือ ฮับที่รวบรวมแบรนด์ไทยเจ๋งๆ ตั้งแต่แบรนด์ฝีมือพื้นบ้าน งานคราฟต์ท้องถิ่น จนถึงแบรนด์เล็กๆ หน้าใหม่ แบรนด์ดังในกระแส และแบรนด์เก่าแก่ของไทย เพื่อชูศักยภาพคนไทยด้วยการพาขึ้นไปเฉิดฉายใน New York Fashion Week มาหลายซีซั่นแล้ว

แทน สวัสดิชัย ผู้ก่อตั้ง Future Treasure New York

Future Treasure New York ก่อตั้งโดย แทน สวัสดิชัย เจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่ 77th ทั้งยังทำงานเบื้องหลังและโลดแล่นในวงการแฟชั่นไทยมานานกว่า 15 ปี โดยซึ่งเชื่อว่า ถ้าจะอยากให้ต่างชาติเห็นความเก่งกาจของฝีมือคนไทย คนในวงการแฟชั่นไทยเองที่รู้จักและคุ้นเคยกับแบรนด์ไทย ควรลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง จนเกิดเป็น Multi-Brand Project นี้ ที่เปิดตัวในปี 2020 และดำเนินการมาถึงปัจจุบัน

Future Treasure New York ทำอย่างไรเพื่อพาแบรนด์ไทยไปโด่งดังในระดับโลกได้ พร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลย!

จากการทำงานในวงการแฟชั่นไทยและนิวยอร์ก คิดว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

“จากการมาอยู่อเมริกาแล้วมองย้อนกลับไปตอนอยู่ไทย จุดแข็งของนักออกแบบไทยคือเราอยู่ในประเทศที่เป็นผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็นด้านของสินค้าเองที่เรามีแหล่งวัสดุและแรงงานมากมาย หรือด้านการทำโปรดักชั่นต่างๆ เมื่อเปรียบเทียบราคาต้นทุนกับในอเมริกาแล้ว เราได้เปรียบกว่าเขาเยอะมาก เพราะหลากหลายดีไซเนอร์ในตะวันตกก็ยังต้องพึ่งพาโปรดักชั่นต่างๆ และเลือกมาผลิตในเอเชียอยู่ดี เราจึงอยากให้นักออกแบบไทยเล็งเห็นโอกาสตรงนี้ แล้วนำไปพัฒนาศักยภาพของสินค้า และการทำโฆษณา โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียที่โปรโมตให้เป็น global citizen มากขึ้น แทนที่จะโฟกัสแต่คนในประเทศของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเว็บไซต์หรือการสื่อสาร ถ้าสามารถทำให้เป็น global citizen ได้ คิดว่ามันอาจมีส่วนช่วยในการขยับขยายหรือมีโอกาสไปไกลต่างประเทศได้”

คิดว่าอะไรคือจุดเด่นของแบรนด์ไทยที่ทำให้วงการแฟชั่นในนิวยอร์กจดจำ?

“สำหรับนักออกแบบไทย Future Treasure New York ได้คัดเลือกแบรนด์ไทยมากถึง 60 กว่าแบรนด์ เพื่อเปิดช่องทางการมองเห็นต่อคนต่างชาติ ซึ่งการทำงานกับนักออกแบบไทย ทำให้เห็นว่า จุดแข็งของนักออกแบบไทยนั้นชัดเจนเพราะประเทศเราเป็นเมืองร้อน นักออกแบบไทยจึงทำได้ดีมากกับคอลเลกชั่นสปริงซัมเมอร์ และมีการตั้งราคาสินค้าที่ถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถแข่งขันได้ดีกับตลาดต่างประเทศได้ คิดว่าถ้านักออกแบบไทยได้ทำการบ้านมากขึ้นก็สามารถเจาะเข้าตลาดที่เป็นกลุ่มเฉพาะได้ง่ายๆ เลยนะ”

จะเห็นได้ว่าแบรนด์ไทยที่นำเข้าจาก Future Treasure New York มาขายในร้าน shop3ny ใน SoHo ที่มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นอย่าง Dry Clean Only ที่โดดเด่นในการนำเสื้อผ้าค้างสต็อกมาออกแบบใหม่ หรือ VINN PATANARIN กับเสื้อผ้าเลเซอร์คัตที่เป็นท่ีพูดถึงในสื่อต่างๆ อย่างมากจากงาน New York Fashion Week ซึ่งตอกย้ำได้ดีเลยว่า แบรนด์ไทยเก่งค่ะ!

“เรามีแบรนด์ไทยเก่งๆ เยอะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจากที่สังเกตมา นักออกแบบไทยบางคนจะมีเอกลักษณ์บางอย่างที่คล้ายกัน หนึ่งเลยคือสไตล์บางอย่างที่ซึมซับมาจากวัฒนธรรมไทย สถาปัตยกรรมต่างๆ หรือจารีตประเพณีที่มันสะท้อนออกมาผ่านงานจากด้านดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นด้านลักษณะของการนุ่งห่มและเสื้อผ้าที่ไม่ได้เผยผิวมากนัก ยังมีความเป็นทางการค่อนข้างมาก ในสายตาของผม ยังไม่ได้รู้สึกว่าเป็น unapologetic style (สไตล์ที่หวือหวา แหวกแนว ไม่เหมือนใคร) เท่าไหร่ แต่คิดว่าก็สามารถที่จะพัฒนาได้ต่อให้เชื่อมโยงกับความเป็นสากลของตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพราะ local brand ที่นี่ค่อนข้างจะฉูดฉาดและนอกกรอบกันพอสมควรเลย”

แบรนด์ไหนที่ได้รับความนิยมมากๆ ในนิวยอร์ก

“แบรนด์อย่าง VINN PATARARIN ที่เราก็โปรโมตมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่สามแล้ว และได้รับการซัพพอร์ตจากเซเลบริตี้แบรนด์อย่าง น้องวิณและน้องฝน (วิณ โชคคติวัฒน์ และ ฝน-ภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งและนักออกแบบ) ก็ช่วยกันโปรโมตแบรนด์ด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทย ตอนนี้เรามาถึงจุดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จแล้ว ที่คนต่างชาติหลายๆ คน หรือคนนิวยอร์กก็สามารถพูดออกเสียงชื่อแบรนด์นี้ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นชื่อที่ยาก แต่ตอนนี้เราก็รู้สึกยินดีมากที่ฝรั่งพูดชื่อแบรนด์ได้ออกมาเต็มปากเต็มคำ”

“แม้ว่า Future Treasure มีฐานอยู่ที่นิวยอร์ก แต่ทั้งปวงคือเราคัดเลือกนักออกแบบไทยเป็นหลักในสายตาของเรา การที่นักออกแบบไทยมี House ในการโปรโมตที่นี่ ในตลาดที่กว้างขนาดนี้ ก็เป็นอะไรที่สำคัญมาก ไม่งั้นกระแสของดีไซเนอร์ไทยจะอ่อนหรือหายไปเลย”

อะไรคือสิ่งที่แบรนด์ไทยต้องพัฒนามากขึ้น เพื่อโดดเด่นในตลาดโลกได้?

“อย่างที่บอกว่าประเทศไทยก็ยังมีจารีต มีประเพณี มีเรื่องของการแต่งกายที่เป็นขนบธรรมเนียม ผมว่าแบรนด์รุ่นใหม่ที่ทำเสื้อผ้าที่ออกจากเซฟโซนยังน้อย แต่ปัจจุบันโซเชียลมีเดียก็ทำให้นักออกแบบไทยกล้าออกจากกรอบมากขึ้น ถ้าอยากโดดเด่นก็อาจจะพัฒนาสู่งานดีไซน์ที่นอกกรอบ มีความ creative มากขึ้น เพราะเราทำงานร่วมกับสื่อยักษ์ใหญ่ นิตยสารหัวใหญ่หลายหัว ดังนั้นการ pitching ข่าวทำให้นักออกแบบไทยเป็นที่น่าสนใจของสื่อ การทำให้แบรนด์โดดเด่นออกมาจึงเป็นเรื่องท้าทายครับ

ถ้าอยากโตที่นิวยอร์กเราอาจต้องเข้าใจตลาดและสร้างคอลเลกชันที่ตอบรับกับตลาดตรงนี้ เป็น unapologetic energy มากขึ้นในทุกมิติ แม้ว่าเสื้อผ้าจะสื่อไปในทิศทางไหนก็แล้ว อย่าลืมว่า attitude ที่ส่งออกไปก็สำคัญมาก เพราะผลงานของนักออกแบบไทย ถามว่ายังทำได้ดีไหม ก็ตอบได้ว่าประเทศเราทำโปรดักต์ที่เป็นคอมเมอร์เชียลเก่งมาก แต่พออยู่ในเวทีที่มีการแข่งขันสูงก็สามารถพัฒนาให้ล้ำหน้าขึ้นได้อีกครับ”

ขอ 3 แบรนด์ไทยที่คุณแทนชื่นชอบในตอนนี้

“3 แบรนด์ที่ชอบตอนนี้ มี Maewkhoo ที่นำเสนอความเป็นไทยได้โมเดิร์นดีและเป็นเทรนด์ที่เข้ากับกระแส The White Lotus อีกด้วย แบรนด์ที่สองคือ Vickteerut ที่ทำได้ดีมากกับสไตล์มินิมัลที่เต็มไปด้วยรายละเอียดการตัดเย็บที่ซับซ้อน และ Matter Makers ก็เข้าถึงคนได้ดีด้วยสตรีทสไตล์ในแบบของเขาเอง”

และนี่คือไลน์อัพของแบรนด์ไทยกว่า 60 แบรนด์ในงานนี้

DESIGNERS LINE UP : 77th, 99th, A.CEMI Jewelry, Ador.N Adorn, ARTWORK, BALC, Benjaglai, BRAVESHOES, BLÄNC, Charisma.Co, DAO Handicraft, DEESWEETDRUG, ELEGANZA, Ekko, Forever Weekend, HYPER TYGER, Hizoga, HEXA JEWELRY, JPADA, JIIRA, Kaika, Krimson Krew, Labella, LAMUNLAMAI, Leisure projects, Leila Amulets, LUKYANG, LONGGOY, Live Life Detail, Lun Urai, Maison Craft, MAEWKHOO, Matter Makers,

MAYA WONG, MAMAD, MORMORMOR, Morakot Gallery, MERGE, MINCE, Niknax, NUJ, Papacraft, Ponk Smithi, Phana, Pony Cat, Rattana Goldsmith, RIVA by Frank Weeneggsinn, ROSE MARS,

Sarr.rai, Sculpture, SUCETTE, TAKARA WONG, TAKEHOMEDESIGN, TARMAFIA, TEEMA RUCKSAJIT, The Only Market Bangkok, The yarn story studio, Vanaree.house, Vickteerut, VinnPatararin

นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการแสดงถึงศักยภาพของวงการแฟชั่นไทย โดยงาน Pop-up store "The Treasure" จะเปิดตัวแฟชั่นพรีเซนเทชั่นในวันที่ 4 มิถุนายน 2025 เวลา 19.00 น. และจัดโชว์ถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2025 เวลา 10.00-19.00 น. ที่ 21 Spring Street New York, NY 10012

ส่วนใครที่อยู่ไทยก็สามารถไปเยี่ยมเยียนที่ร้าน Future Treasure NY ป็อปอัพช็อปที่สยามสแควร์ ซอย 3 ที่ก็คัดแบรนด์มากมายจากนิวยอร์กมาไว้ที่กรุงเทพได้แล้วเช่นกัน และสามารถติดตามเพจ Facebook: futuretreasureny ในการอัพเดตข่าวสารที่เขายังเปิดรับสมัครแบรนด์ไทยไปโชว์ที่นิวยอร์กอยู่ตลอดด้วยนะ ไม่แน่ แบรนด์ของคุณอาจจะเป็นแบรนด์ที่โลดแล่นใน NYC ก็ได้!

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...