โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

Property Hack 2025 ชวนถอดรหัสผู้บริโภคยุคแผ่นดินไหว: "มาตรฐาน" คือนิยามใหม่ของบ้านในฝัน

TERRABKK

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 02.50 น. • TERRABKK
Property Hack 2025 ชวนถอดรหัสผู้บริโภคยุคแผ่นดินไหว: “มาตรฐาน” คือนิยามใหม่ของบ้านในฝัน

นี่คือช่วงเวลาที่ท้าทายของวงการอสังหาฯ หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างแผ่นดินไหวใจกลางกรุงเทพฯ…ผู้ประกอบการอสังหาฯ จะยืนหยัดอย่างไรบนความไม่แน่นอน?

ในงาน "Property Hack 2025: อสังหาฯ ยุคแผ่นดินไหว มองลึก ปรับไว รับมือได้ทุกแรงสั่นสะเทือน" เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี และบริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด คือเวทีที่เปิดมุมมองใหม่และให้ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งปีนี้จับหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดของวงการอสังหาฯ เพื่อมาให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ นำไปปรับใช้ ปรับตัว กับธุรกิจ ในยุคที่พฤติกรรมผู้ซื้อบ้านและสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน

หนึ่งในหัวข้อเสวนาที่หลายคนตั้งตาคอย คือ “จับสัญญาณสั่นไหว อสังหาฯ บนรอยเลื่อนของความเชื่อมั่น” โดย สุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ TerraBKK.com ที่มาเผยอินไซต์จากผลวิจัยพฤติกรรมและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อบ้าน หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคมที่ผ่านมา

ผลวิจัยมาจากกลุ่มตัวอย่าง 600 คน เป็นการสำรวจในช่วง 28 เมษายน – 19 พฤษภาคม 2568 ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล โดยมีการผสมผสานทั้งช่วงวัยและรายได้ ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นคอนโดมากกว่าแนวราบ ในจำนวนนี้มี 68% ที่ได้รับผลกระทบจากรอยร้าวผนัง/พื้นที่ไม่ใช่โครงสร้าง มีเพียง 5% เท่านั้นที่ได้รับความเสียหายในระดับ CRITICAL IMPACT (ผลกระทบระดับโครงสร้างอาคารและงานระบบ)

แผ่นดินไหว พลิกพฤติกรรมผู้บริโภค

เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบนี้ ส่งผลต่อการพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ได้แก่

  • 71% กังวลใจเรื่องความปลอดภัย
  • 67%ไม่สบายใจ ไม่มีความสุขเหมือนเดิม
  • 52% เปลี่ยนใจจากคอนโดมิเนียมไปเป็นบ้านแนวราบ
  • 95% จะเปลี่ยนแบรนด์ มองหา Developer ที่ไว้ใจได้ โดยการเปลี่ยนไปสู่ผู้พัฒนาฯ เจ้าใหม่ จะพิจารณาจาก ชื่อเสียงมาตรฐานความปลอดภัย, ใช้ผู้รับเหมาน่าเชื่อถือ และมีความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตามในจำนวน 600 คนในกลุ่มตัวอย่างมีเพียง 4%เท่านั้นที่ตัดสินใจย้ายออก ในจำนวนนี้ มีพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปเลย โดย 42% ยอมเพิ่มงบประมาณในการอยู่อาศัย, เปลี่ยนแบรนด์ที่อยู่อาศัย และต้องการมาตรฐานการก่อสร้าง กับมีคุณภาพ

ทั้งนี้ปัจจัยหลักสำคัญในการเลือกที่อยู่อาศัย หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ผู้บริโภคต้องการราคาที่สมเหตุสมผลบน คุณภาพดี ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคากลาง ตามมาด้วยแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ขณะที่ปัจจัยด้านความหรูหราลดลง

ทาง TerraBkk ยังได้มีการเปรียบเทียบตัวเลขถึงคุณลักษณะของแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสําคัญ (TOP ATTRIBUTES) พบว่าปี 2024 ผู้บริโภคต้องการแบรนด์มีคุณภาพเป็นอันดับหนึ่ง แต่พอมาปี 2025 หลังแผ่นดินไหว ปัจจัยที่ขึ้นแท่นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นของผู้บริโภค คือ ต้องการแบรนด์ที่มีมาตรฐานการก่อสร้าง, มีความรับผิดชอบ จากปัจจัยนี้จะเป็น Game Changing ของผู้พัฒนาอสังหาฯ หลายๆ เจ้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว

“มีผู้พัฒนาอสังหาฯ ถามว่า คำว่ามีมาตรฐานกับคุณภาพต่างกันอย่างไร? ในมุมมองผู้บริโภคคำว่ามาตรฐาน คือ พวกเขาต้องการแบรนด์หรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้าง เรียกว่าต้องการรู้ว่าผู้พัฒนาฯ ใช้บริษัทหรือแบรนด์ไหนมาดำเนินการก่อสร้าง เพื่อให้เกิดความรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัย” สุมิตรา เสริม

ค่าความสุขสูง สวนทางความเชื่อมั่นเศรษฐกิจต่ำ

นอกจากนี้มีการสำรวจแนวโน้มความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจ พบว่ามีค่าดัชนีต่ำกว่า 50 เทียบเท่ากับช่วงวิกฤติ COVID-19 ถือว่าไม่ดี แต่ถ้าประเมินสถานะทางการเงินของตัวเองในอีก 12 เดือนข้างหน้า ผู้บริโภคยังรูสึกว่าดีเกินกว่า 74% และสถานการณ์ปัจจุบันไม่มั่นใจจะซื้อที่อยู่อาศัย สวนทางกลับคน Gen X ที่ยังมองสถานการณ์ในแง่บวกกว่า Gen อื่นๆ เช่นเดียวกับกลุ่มคนที่มีรายได้สูงมองว่าช่วงนี้เหมาะเป็นจังหวะในการซื้ออสังหาฯ เหมือนกับช่วงโควิด

แต่ต่อให้คนไทยจะไม่มั่นใจกับภาวะเศรษฐกิจ แต่ค่าเฉลี่ยสุขภาวะทางใจของคนไทยกลับสูงถึง 73.2 (ประเมินจากแบบสอบถาม WHO-5 Well-Being Index ขององค์การอนามัยโลก โดยถ้ามีเกณฑ์ 51-70 เท่ากับมีภาวะทางใจปานกลาง และมากกว่า 70 ถือว่าสุขภาวะทางใจดีมาก) ถือว่าดีใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้ว ยกเว้นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ยิ่งได้รับผลกระทบรุนแรงมากเท่าใด สุขภาพจิตก็ยิ่งเปราะบางมากขึ้น เช่นเดียวกับอายุยิ่งมีอายุน้อยลงสุขภาวะทางจิตใจก็จะน้อยลง ฉะนั้นหากผู้ประกอบการต้องการผลิตคอนเทนต์หรืองานโฆษณา เพื่อโน้มน้าวควรเน้นแนว Emotion Feeling

านที่ดี … ไมใชแค่พักกาย

เมื่อมีการสำรวจมุมมองต่อการอยู่อาศัยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี WELLBEING AT HOME บ้านที่ดี … ไม่ใช่แค่พักกาย พบว่า BABY BOOMERS ให้ความสำคัญกับพื้นที่เรียบง่ายที่ให้ความสงบและผ่อนคลาย ต้องการให้บ้านเป็นพื้นที่สําหรับครอบครัว ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยทางใจ รวมถึงสังคมเพื่อนบ้านที่ดี มีสวนช่วยลดความเครียดในชีวิตประจําวัน เพิ่มคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่ม GEN X และบ้านควรมี “พื้นที่พักผ่อนที่ช่วยเติมพลังใจ” โดยในกลุ่ม GEN Y ให้ความสําคัญกับสิ่งนี้เป็นพิเศษ ขณะที่ GEN Z มองหา พื้นที่ส่วนตัว ตอบโจทย์สุขภาพใจของตนเอง

ตลาดบ้านชะลอตัว แต่ MASS-PREMIUM-LUXURY ยังขายได้

ข้อมูลจาก TerraByte แอพพลิเคชันวิจัยฐานข้อมูลด้าน Supply & Demand ของอสังหาริมทรัพย์ ยังเผยให้เห็นว่า ตลาดคอนโดฯ มีแนวโน้มลดลงทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่ม Premium และ Luxury ลดลง 4% และ 5% ตามลําดับ สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าคงค้างในตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้นและขายยากขึ้นในทุกระดับราคา แต่กลุ่ม Mass, Premium, Luxury ยังมีการเปิดตัวเพิ่มขึ้น แม้จะมีภาพรวมชะลอตัว ซึ่งอาจสะท้อนถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการเน้นเจาะกลุ่มที่มีกําลังซื้อสูงกว่า

ขณะที่ตลาดบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ในระดับกลาง-บน ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่มีศักยภาพ หลายค่ายมีการปรับพอร์ตจาก Economy Segment (ราคาต่ำกว่า 3 ลบ.) มาผลิต Mass Segment (3-5 ลบ.) และ Premium Segment (6-8 ลบ.)

อย่างไรก็ตามในปี 2025 วงการอสังหาฯ ยังต้องเผชิญหน้ากับ 'ผลกระทบจากแผ่นดินไหว-หนี้ครัวเรือนสูงต่อเนื่อง' โดยผลกระทบจากการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยรุนแรงที่สุดในกลุ่มผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับราคาปานกลางถึงล่าง หรือราคาตํ่ากว่า 3 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่มั่งคง หรือมีภาระหนี้เดิมอยู่แล้ว ทําให้เข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้นมาก ซึ่งกลุ่มนี้เป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์

“ทาวน์โฮม เป็นตลาดที่นิ่งมาก แต่จะเห็นว่ากลุ่มทาวน์โฮมพรีเมียมระดับ 6 ล้านบาทขึ้นมีสัญญาณที่ดี และเมื่อสอบถามในกลุ่มบริษัทมหาชน ที่มียอดขายสูงในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มนี้จะมีการปรับกลยุทธ์ ไม่ได้ขายแบบเดิม มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียว จัดสรรพื้นที่ในโครงการ และเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ไม่เกิดการปฏิเสธไม่เกิน 20% แต่ถึงกลุ่มบนจะยังไปได้ แต่ก็มีการตัดสินใจช้า” สุมิตราเล่าถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ

จากข้อมูลเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่า “ความกังวลของผู้บริโภค” กลายเป็น “แผนที่นำทางสำคัญ” ที่ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อบ้าน ในฐานะของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า เราไม่ใช่แค่สร้างบ้าน…แต่ต้องสร้างความรู้สึกปลอดภัย-มั่นคงให้รู้สึกในผู้บริโภคด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...