‘พิชัย’ หวังดันเม็ดเงินลงทุนได้มากกว่า 6 ล้านล้านบาท ชี้นักลงทุนสนใจลงทุนในไทย แต่ยังติดปัญหาค่าไฟแพง-โลจิสติกส์ ต้องเร่งสร้างแรงจูงใจ
BTimes
อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 06.50 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ THAILAND TRANSFORMATION FOR THE NEXT DECADE ทิศทางไทยในการปรับตัวสู่ทศวรรษใหม่ ในงานสัมมนา THAILAND C VISION SUMMIT 2025 จัดโดย BUSSINESS+ โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและซับซ้อน
โดยหนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คือการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้ได้มากกว่า 6 ล้านล้านบาท หรือมากกว่า 30-34% ต่อจีดีพี ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( BOI) เผย ผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนและได้รับการอนุมัติในปี 2567 ที่ผ่านมา อยู่ที่กว่า 1 ล้านล้านบาท เป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ปี่ 2568 เฉพาะไตรมาส 1 ปีนี้ มีเงินลงทุนแล้วมากกว่า 5-6 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นว่า ยังมีนักลงทุนอีกมากที่สนใจอยากจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่ยังติดปัญหา ได้แก่ ต้นทุนราคาไฟฟ้าที่สูงกว่าประเทศอื่น ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ด้านโลจิสติกส์ เช่น รถไฟความเร็วสูง และการเดินหน้าพัฒนาพื้นที่อีอีซี เป็นต้น รวมไปถึงการสนับสนุนด้านพลังงานสะอาด โดยมองว่าไทยต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนมากกว่านี้