โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ดีลภาษี” สหรัฐ-อังกฤษคืบหน้า ลดภาษีสินค้าอากาศยาน–รถยนต์ ลุ้นรอบหน้าเหล็ก–ยา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 03.09 น.

ทรัมป์ ลงนามข้อตกลงลดภาษีสินค้านำเข้าจากอังกฤษอย่างเป็นทางการระหว่างประชุม G7 โดยยกเว้นภาษีอุตสาหกรรมการบินและกำหนดโควตรถยนต์อังกฤษที่เสียภาษีเพียง 10% ขณะประเด็นเหล็ก–อะลูมิเนียมยังเจรจาต่อเนื่อง

วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 07.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามในข้อตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอังกฤษอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ทั้งสองประเทศยังคงเดินหน้าเจรจาจัดทำข้อตกลงการค้าอย่างเป็นทางการ

ข้อตกลงนี้ ซึ่งประกาศโดยทรัมป์และเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระหว่างการประชุมสุดยอด G7 ที่แคนาดา ได้รับการยืนยันว่ามีการกำหนดโควตาและอัตราภาษีที่แน่นอนสำหรับรถยนต์อังกฤษ และยกเลิกภาษีสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยานของสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องเหล็กและอะลูมิเนียมยังไม่ได้ข้อยุติ สำหรับอุตสาหกรรมสำคัญอื่น ๆ อย่างเช่น ยา ยังไม่มีการกล่าวถึง

ทรัมป์กล่าวว่าความสัมพันธ์กับอังกฤษนั้นยอดเยี่ยมมาก พร้อมทั้งโบกเอกสารที่เขาเพิ่งลงนาม (แต่ทำตกลงพื้นอย่างเผลอ) แล้วกล่าวว่า “เราเซ็นไปแล้ว และมันเสร็จสิ้นแล้ว” โดยตอนแรกเขาพูดผิดว่าเป็นข้อตกลงกับสหภาพยุโรป ก่อนจะชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วเป็นข้อตกลงกับสหราชอาณาจักร

ทางด้านนายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ กล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่ดีมากสำหรับทั้งสองประเทศ เป็นสัญญาณแห่งความเข้มแข็งที่แท้จริง”

ทั้งนี้สหรัฐมีแผนจะกำหนดโควตาการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากอังกฤษที่จะได้รับการยกเว้นจากภาษี 25% ทำเนียบขาวแถลงว่าแต่มีเงื่อนไขว่าอังกฤษต้องแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานและโรงงานผลิตเหล็ก ตามคำสั่งฝ่ายบริหารของทำเนียบขาว ระดับโควตานี้จะถูกกำหนดโดย นายฮาวเวิร์ด ลัทนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ

อังกฤษรอดพ้นจากการถูกเก็บภาษีสูงถึง 50% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งสหรัฐเรียกเก็บกับประเทศอื่น ๆ เมื่อต้นเดือนนี้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาษีดังกล่าวในวันที่ 9 กรกฎาคม หากไม่มีการตกลงลดภาษีล่วงหน้า

ผู้นำทั้งสองประเทศยังยืนยันแผนให้ผู้ผลิตรถยนต์อังกฤษส่งออกรถไปยังสหรัฐได้ปีละ 100,000 คัน โดยเสียภาษีในอัตรา 10% ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ที่ต้องเสีย 25% ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 7 วัน หลังประกาศใน Federal Register ของสหรัฐ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การยกเลิกภาษีนำเข้าสำหรับอุตสาหกรรมการบินของอังกฤษ ซึ่งรวมถึงอะไหล่และเครื่องบิน ตามคำสั่งของฝ่ายบริหาร

สหราชอาณาจักรถือเป็นประเทศแรกที่สามารถตกลงลดภาษีกับทรัมป์ได้ โดยสหรัฐลดภาษีรถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียมจากอังกฤษ ขณะที่อังกฤษตอบแทนด้วยการลดภาษีนำเข้าเนื้อวัวและเอทานอลจากสหรัฐ อย่างไรก็ตามการดำเนินการตามข้อตกลงล่าช้าเนื่องจากยังตกลงรายละเอียดบางส่วนไม่เสร็จสิ้น

อังกฤษระบุว่าข้อตกลงนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับภาคอากาศยานและรถยนต์ พร้อมเน้นว่าสหราชอาณาจักรเป็นประเทศเดียวที่ได้ข้อตกลงลักษณะนี้กับสหรัฐ

นายโจนาธาน เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีการค้าสหราชอาณาจักร กล่าวว่า “การบังคับใช้ข้อตกลงทางการค้ามักใช้เวลาหลายเดือน แต่เรากำลังดำเนินการในชุดแรกภายในไม่กี่สัปดาห์ และเราจะไม่หยุดอยู่แค่นี้”

เรย์โนลด์ส ยังกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงเปิดตลาดเนื้อวัวซึ่งกันและกัน ปริมาณ 13,000 เมตริกตัน โดยย้ำว่าการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ จะต้องผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารที่เข้มงวดของสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้เขาระบุว่าทั้งสองประเทศยังคงมุ่งมั่นเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมยาในอังกฤษได้รับผลลัพธ์ที่ได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ และจะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมจากมาตรการทางภาษีในอนาคต ที่อาจเกิดขึ้นภายใต้การสอบสวนตามมาตรา 232 ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ

เมื่อถูกถามว่าข้อตกลงนี้จะช่วยปกป้องอังกฤษจากการขู่เก็บภาษีในอนาคตหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า“สหราชอาณาจักรปลอดภัยดีมาก คุณรู้ไหมว่าทำไม? เพราะผมชอบพวกเขา นั่นแหละคือการปกป้องที่ดีที่สุดของพวกเขา”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...