โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

สภานโยบายอววน. ปฏิรูปการเกษตรใช้ AI นำร่องพืชเศรษฐกิจ-พืชสำหรับเลี้ยงสัตว์

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 02.26 น. • เดลินิวส์
“ศุภมาส” เผยที่ประชุมสภานโยบาย อววน.มีมติปฏิรูปภาคการเกษตรด้วย AI ให้นำร่องในพืชเศรษฐกิจและพืชสำหรับเลี้ยงสัตว์พร้อมพัฒนา

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.68 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานในการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลายวาระสำคัญ ในการนำศักยภาพด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเตรียมพร้อมสำหรับการวางรากฐานอนาคต ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

น.ส.ศุภมาส เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะนำพาไทยไปสู่การเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อพี่น้องประชาชน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 1.ให้มีการปฏิรูปภาคการเกษตรด้วย AI และนวัตกรรม ได้อนุมัติข้อเสนอการบูรณาการและใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อพัฒนาการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมอบหมายให้กระทรวง อว. เป็นกระทรวงหลักในการบูรณาการฐานข้อมูลกับกระทรวงต่าง ๆ ให้มีเอกภาพ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางด้านการเกษตร และพัฒนาต่อยอดไปเป็นเครื่องมืออย่าง "AI Chatbot" เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น อาทิ การพยากรณ์โรคระบาดในพืช การคาดการณ์ภาวะน้ำท่วม-ภัยแล้ง และข้อมูลราคาผลผลิต เพื่อการวางแผนการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพและสร้างรายได้ที่ขึ้น โดยจะนำร่องในพืชเศรษฐกิจอย่างข้าวและพืชสำหรับเลี้ยงสัตว์ 2.การสร้างครูคุณภาพเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยเห็นชอบ "โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569 - 2582)" เพื่อผลิตบัณฑิตครูคุณภาพสูงในสาขาที่ขาดแคลนและตรงตามความต้องการของพื้นที่ โดยมีเป้าหมายในการบรรจุข้าราชการครูจำนวน 17,392 คน โครงการนี้จะเน้นการสร้างครูที่มีทักษะและสมรรถนะสูงผ่านหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติจริงใน "โรงเรียนฝึกหัดครูเพื่อร่วมพัฒนาวิชาชีพ (TTS)" ซึ่งจะช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนให้ทัดเทียมนานาชาติ และ 3.การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับงานวิจัยและนวัตกรรม โดยอนุมัติหลักการให้ 7 สถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศ อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) (สดร.) และ สำนักงานพัฒนาเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) สามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปร่วมลงทุนต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งจะเป็นปลดล็อกศักยภาพของงานวิจัยไทยให้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเกิดการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านเทคโนโลยีได้

รมว.กระทรวง อว. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าของโครงการสำคัญต่าง ๆ ที่จะตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ซึ่งมีทั้งด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีความก้าวหน้าของโครงการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นสูง ซึ่งมีเป้าหมายผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงกว่า 85,500 ภายในในปี 2573 รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ (National Semiconductor Trianing Centers) การพัฒนาทักษะด้าน AI โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับคนไทย โดยตั้งเป้าสร้างนักพัฒนา (Developer) 50,000 คน และผู้ใช้งานขั้นพื้นฐานอีกอย่างน้อย 100,000 คน ซึ่งขณะนี้ได้บรรจุหลักสูตรไมโครซอฟท์เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) ในมหาวิทยาลัยด้วย รวมถึงการยกระดับการผลิตเอทานอลที่ยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ผลิตเอทานอลในประเทศให้สามารถผลิตเอทานอลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ผ่านโครงการการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Biochemical Products) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ขณะที่ ยังมีการรายงานผลกระทบของนโยบายต่างประเทศต่อแวดวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ของไทย เพื่อเตรียมมาตรการเชิงรุกในการดูแลนักเรียนและนักวิจัยไทยในต่างประเทศ และความก้าวหน้าในการเตรียมจัดงานประชุมวิชาการเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือ 50 ปี ไทย - จีน ซึ่งเน้นย้ำความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ ผ่านการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือหรือศูนย์วิจัย Joint Lab) ไทย-จีน โดยเฉพาะในด้านอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ เช่น Remote Sensing Data Center ระหว่าง China National Space Administration (CNSA) และ GISTDA และการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมด้าน AI เป็นต้น

"ผลของการประชุมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลพร้อมจะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยงานวิจัย นวัตกรรม และกำลังคนที่มีคุมภาพ เป็นกลไกหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง" น.ส.ศุภมาส กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...