โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ก่อการครู” จี้ยกเครื่องระบบการเงิน-ลดภาระครู หลังเกิดเรื่องเศร้า

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.13 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(17 มิ.ย. 68) จากกรณีเรื่องเศร้าของ “ครูมัท” ครูหญิงวัย 39 ปี ในพื้นที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง พร้อมเขียนจดหมายระบุถึงปัญหาความเครียดที่เกิดจากต้องรับภาระดูแลการเงินให้โรงเรียนควบคู่กับการสอน โดยที่โรงเรียนก็ไม่มีระเบียบในการบริหารที่ดี ทำให้เกิดความเครียด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ครูสาวเขียนจดหมายถึงกระทรวง ก่อนลาโลก ระบุการทำงานไม่เป็นระบบ

หลังข่าวการเสียชีวิตของครูมัทถูกเผยแพร่ออกไป เพจหรืออินฟลูเอนเซอร์สายการศึกษาหลายคนได้ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงภาระงานส่วนที่ไม่ใช่การสอนหนังสือที่ครูในโรงเรียนรัฐต้องแบกรับ

ล่าสุด เพจ ก่อการครู ซึ่งเป็นเพจประชาสัมพันธ์ของ โครงการก่อการครู คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ถึงกรณีของครูมัท ระบุว่า

“แถลงการณ์ ข้อเรียกร้องจากเครือข่ายก่อการครูต่อกรณีการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา

เราทุกคนในนามของก่อการครู ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของครูมัท ข้าราชการครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

การจากไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความสูญเสียส่วนบุคคล แต่มันคือสัญญาณเตือนถึงรอยร้าวลึกในระบบการศึกษา ของไทย ระบบที่ผลักภาระงานเกินขอบเขต ระบบที่ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ระบบที่ปล่อยให้ครู ต้องแบกรับความเสี่ยงโดยลำพัง ทั้งทางใจ กาย และข้อกฎหมาย เหล่านี้ล้วนบีบคั้นให้ครูต้องเจอกับความเครียด ความกดดันจนแทบจะรับไม่ไหว

ข้อความสุดท้ายที่ครูมัทเขียนไว้ สะท้อนเสียงเรียกร้องจากความเจ็บปวดของคนทำงานในระบบที่ไร้ที่พึ่งมันคือเสียงเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง “ฟัง” และ “เปลี่ยน”

ก่อการครูจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสังคมไทย พิจารณาประเด็นต่อไปนี้อย่างเร่งด่วน

1. ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านและเป็นธรรม : เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และร่วมกันหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอย

2. ยกเครื่องระบบการเงินและพัสดุในโรงเรียน: กระทรวงศึกษาธิการควรวางระบบการบริหารจัดการ งบประมาณ การเงิน และพัสดุในโรงเรียนใหม่ที่โปร่งใส รัดกุม มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตและไม่ปล่อยให้ครูต้องรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง

3. ลดภาระงานครูและเพิ่มบุคลากรสนับสนุนที่มีความเชี่ยวชาญ: โดยเฉพาะงานด้านการเงินและพัสดุที่ซับซ้อนเกินบทบาทของครูผู้สอน ควรจัดหาบุคลากรสนับสนุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินและบัญชีโดยตรง และจัดอบรมพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านการเงินการบัญชีให้แก่ผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

4. จัดตั้งระบบสนับสนุนสุขภาพจิตในโรงเรียน: ครูไม่ควรต้องต่อสู้กับความเครียดและความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ควรมีระบบดูแลสุขภาพจิตที่เข้าถึงง่าย และไม่ตีตราเพื่อให้ครูและบุคลากรสามารถ เข้าถึงการปรึกษาและได้รับการช่วยเหลือได้ทันการณ์

ก่อการครูขอยืนยันว่า จะร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียบุคลากร ทางการศึกษาด้วยเหตุผลที่ไม่ควรเกิดขึ้นเช่นนี้อีก เราเชื่อมั่นว่า การศึกษาที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม และทำงานในระบบที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...