โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ – เราอยู่จุดไหนในการเป็นเจ้าภาพจัด F1

THE STANDARD

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 13.30 น. • thestandard.co
ไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ – เราอยู่จุดไหนในการเป็นเจ้าภาพจัด F1

ข่าวที่ สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับการเสนอตัวของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรียบร้อยแล้วนั้น สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ F1 โดยเฉพาะแฟนๆ ชาวไทยเป็นอย่างมาก

พร้อมกันนั้น ต่อมาในวันเดียวกัน จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า สนามแข่งขัน F1 จะอยู่ในกรุงเทพมหานคร บริเวณสวนจตุจักรต่อเนื่องไปถึงสถานีกลางบางซื่อ ระยะทางราว 5.7 กิโลเมตร

ข่าวที่เกิดขึ้นเริ่มทำให้เห็นภาพเป็นรูปเป็นร่างของการจัด F1 ในประเทศไทย ที่แฟนๆ ส่วนใหญ่ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็น แม้ว่าคนที่ไม่ใช่แฟนๆ ส่วนมากยังคงกังขาในความพร้อมของไทย รวมไปถึงความคุ้มค่าที่ประเทศจะได้รับกลับมาจากการควักเงินเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้

รัฐบาลไทยมีแผนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ภายใต้กรอบวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการของบประมาณแบบรายปี และจะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในแต่ละปีตามขั้นตอน นั่นหมายความว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละปีในการเป็นเจ้าภาพ F1 จะอยู่ที่ราว 8,000 ล้านบาท

ไทยได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับฟอร์มูลาวันไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจาก สเตฟาโน โดเมนิกาลี ประธานบริหาร F1 เดินทางมาเข้าพบนายกรัฐมนตรี โดยกรอบของ MOU ที่เกิดขึ้นไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่โดยรวมก็น่าจะเป็นการกำหนดกรอบการทำงานร่วมกัน ทั้งเรื่องการศึกษาข้อมูล การออกแบบ รวมถึงเรื่องไทม์ไลน์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม คงต้องย้ำอีกครั้งว่า MOU ฉบับนี้ยังไม่ได้เป็นข้อผูกมัดหรือยืนยันว่าไทยจะได้จัด F1 ในปี 2028 แบบ 100% แต่อย่างใด

แล้วตอนนี้ ‘ประเทศไทยอยู่จุดไหนในการเป็นเจ้าภาพจัด F1?’ แล้ว ‘เข้าใกล้การจัดแข่งขัน F1 ขนาดไหนแล้ว?’

การตอบคำถามข้างบนอาจจะยากอยู่บ้าง เพราะที่ผ่านมา F1 จะเจรจากับเมืองหรือประเทศเจ้าภาพเป็นการส่วนตัว และไม่มีการแพร่งพรายรายละเอียดจากทาง F1 ออกมาเลย รายละเอียดต่างๆ ที่ได้รับการรายงานออกมานั้น ล้วนมาจากสื่อหลายสำนักที่ได้มาจากแหล่งข่าวอีกทีเท่านั้น

แม้กระทั่งตัวเลขค่าธรรมเนียมรายปี ที่ปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่าอยู่ที่ 25–55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แตกต่างกันไปในแต่ละเรซ ก็ยังมาจากการรายงานของสื่อต่างๆ เช่นกัน

นั่นทำให้ไม่มีขั้นตอนที่แน่นอนสำหรับแต่ละดีล ยกตัวอย่าง 2 เรซล่าสุดในสหรัฐอเมริกา ที่เข้าร่วม F1 ในเวลาไล่เลี่ยกัน อย่าง ไมอามี กรังด์ปรีซ์ กับ ลาสเวกัส กรังด์ปรีซ์ ก็มีแผนการทำงานที่แตกต่างกัน

ไมอามี กรังด์ปรีซ์ ยื่นเสนอตัวจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี 2018 และได้รับการตอบรับจาก F1 ในปี 2019 ทว่ามีปัญหาเรื่องสนามแข่งขัน ก่อนจะมาลงตัวที่ ไมอามี อินเตอร์เนชันแนล ออโตโดรม และได้รับการยืนยันให้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินการแข่งขันฤดูกาล 2022 ในการประกาศเมื่อเดือนเมษายนปี 2021

ขณะที่ ลาสเวกัส กรังด์ปรีซ์ รวบรัดกว่ามาก เพราะ F1 ตกเป็นข่าวว่าพวกเขาอยากได้เรซที่เป็นสตรีตเซอร์กิตเพิ่มในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระหว่างปี 2020–2021 ก่อนที่จะประกาศเรซอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2022 ว่า ลาสเวกัส จะเข้าร่วมปฏิทิน F1 ในเดือนพฤศจิกายน 2023

ส่วนเรซล่าสุดที่มีการประกาศยืนยันการจัดการแข่งขันคือที่ มาดริด ประเทศสเปน ซึ่งพวกเขาติดต่อพูดคุยกับ F1 ครั้งแรกในปี 2022 ก่อนมีการเซ็นสัญญากันในปี 2024 เป็นระยะเวลา 10 ปี และมีการเปิดเผยรายละเอียดของสนามในเวลาใกล้เคียงกัน ก่อนที่ในปีนี้เพิ่งมีการยืนยันไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า เรซที่มาดริดจะเข้ามาอยู่ในปฏิทิน F1 ในปี 2026 เป็นต้นไป

โดยหากยึดตามบรรทัดฐานของทั้ง 3 เรซที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า แต่ละเรซใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน แถมมีทั้งการยืนยันสัญญาก่อนที่จะทราบสนามที่แน่นอน และบางเรซก็มีการคอนเฟิร์มสนามพร้อมๆ กับคอนเฟิร์มเรซ

ดังนั้นการที่ไทยกำลังเดินหน้าเรื่องสนามจัดการแข่งขัน โดยมีการศึกษาภายใต้ MOU ร่วมกับ F1 จึงอาจนับว่าเป็นก้าวที่เดินมากเกินครึ่งทางแล้ว หากนับว่า การยืนยันอย่างเป็นทางการจาก F1 คือเส้นชัย

อาจจะเรียกได้ว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาดจากการศึกษาข้อมูลร่วมกัน หรือไม่มีการขอยกเลิกจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แฟนๆ F1 ก็น่าจะได้เห็นไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์อย่างแน่นอน

และเชื่อว่าหลายคนอยากเห็นการแข่งขันเรซนี้เกิดขึ้นจริงในไทย เพราะนอกจากจะนับเป็นโฮมเรซของนักขับชาวไทยอย่าง อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ แล้ว ก็ยังมีหลายคน รวมถึงตัวของอัลบอนเองที่เชื่อว่า การจัด F1 ในไทยจะนำมาซึ่งผลประโยชน์หลากหลายด้าน

แต่สุดท้าย แฟนๆ ก็ยังต้องจับตาต่อไปว่า ผลการศึกษาและการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับ F1 จะจบลงแบบที่แฟนๆ คาดหวังกันหรือไม่…

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...