โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สยอง ชายเจ็บหน้าอกเรื้อรัง หมอผงะพบสิ่งนี้ปักอยู่ รู้สาเหตุส่ายหัวทันที

Thaiger

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 18.48 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.56 น. • Thaiger ข่าวไทย

ช็อก ชาวจีนปวดหน้าอกเรื้อรัง หมอผงะเจอแปรงสีฟัน ค้างในร่างกายนาน 52 ปี เจ้าตัวเฉลยแล้ว เผลอกลืนตั้งแต่วัย 12 ไม่กล้าบอก เพราะกลัวถูกดุ นึกว่าจะละลายไปเอง

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราวสุดอึ้ง กรณีชายชราวัย 64 ปี ในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน เข้ารับการรักษาอาการเจ็บหน้าอกเรื้อรัง ก่อนที่แพทย์จะพบกับสิ่งแปลกปลอมปักค้างอยู่ในร่างกายของเขานานถึง 52 ปี เขาเล่าว่าช่วงที่มีอายุเพียง 12 ปี เผลอกลืนแปรงสีฟันลงไป เพราะกลัวจะถูกพ่อแม่ดุจึงไม่กล้าบอกใคร คิดว่ามันจะสลายไปเองในร่างกาย ไม่คิดเลยว่ามันจะยังคงอยู่ข้างในมาตลอดครึ่งศตวรรษ

ชายวัย 64 ปี เผยว่า อาการเจ็บหน้าอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งญาติคะยั้นคะยอให้ไปโรงพยาบาล จากนั้นแพทย์ทำการตรวจด้วยเครื่องซีทีสแกน (CT Scan) และต้องตกใจเมื่อพบวัตถุคล้ายแปรงสีฟันยาวกว่า 15 เซนติเมตรปักเอียงอยู่ที่บริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น (duodenum)

แพทย์อธิบายว่า แปรงสีฟันมีปลายแหลมทั้งสองด้าน และทิ่มทะลุเยื่อบุลำไส้ไปแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต เช่น ลำไส้ทะลุ หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง (Infectious Shock)

เมื่อต้นตอปัญหาที่เกิดขึ้น ทีมแพทย์ตัดสินใจใช้วิธีส่องกล้องแบบบาดแผลเล็กภายใต้การดมยาสลบทั้งตัว เนื่องจากชายคนดังกล่าวมีอายุมากแล้ว ซึ่งผลการผ่าตัดประสบความสำเร็จ สามารถนำแปรงสีฟันที่สึกกร่อนและผิดรูปออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันชายชราฟื้นตัวได้ดีและออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ภาพจาก : ettoday

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า การมีสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเป็นเวลานานอาจเคลื่อนไหวตามการขยับของร่างกาย จนส่งผลเสียทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะโดยรอบเสียหายได้ หรืออาจเกิดการติดเชื้อ ในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจถึงแก่ชีวิต โชคดีที่ชายชราไม่มีภาวะวิกฤตถึงชีวิต แต่การมีสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเป็นเวลานานก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้

ทั้งนี้ แพทย์เตือนว่า หากกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ ห้ามชะล่าใจเด็ดขาด ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาร้ายแรงในอนาคตได้

ข้อมูลจาก : ettoday

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...