นพดล ยันนายกฯ ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ชี้ในคลิปไม่มีตอนไหนสมรู้กับเขมร
อดีตรมว.ต่างประเทศ ยันนายกฯ ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ชี้ในคลิปไม่มีตอนไหนสมรู้กับเขมร วอนให้โอกาส ‘แพทองธาร’ พิสูจน์ตัวเอง ปลุกคนไทยอย่าแตกสามัคคี หวั่นเข้าทางฝั่งตรงข้าม
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 19 มิ.ย.2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.ต่างประเทศ แถลงกรณี สมเด็จ ฮุนเซน เผยแพร่คลิปการสนทนาระหว่างตนเองกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯว่า 1.การนำคลิปสนทนาส่วนตัวมาเผยแพร่ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่ทราบ ถือว่าเป็นการผิดมารยาทและแนวปฏิบัติพื้นฐานทางการทูต
กระทำเพื่อวาระทางการเมืองในประเทศของตน โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เป็นการกระทำที่ละเมิดความสุจริตใจและไว้วางใจระหว่างกัน เวลานี้คนไทยไม่ควรแตกแยกกัน เพราะการแตกความสามัคคี จะทำให้กัมพูชาสำเร็จตามเป้าประสงค์ที่วางไว้
2.นายกฯ ปกป้องประโยชน์ชาติ ถ้าพิจารณาเนื้อหาสาระของคลิป จะเห็นว่าสมเด็จ ฮุนเซนและฝ่ายกัมพูชาต้องการให้ไทยเปิดด่านก่อน ฝ่ายกัมพูชาจึงจะเปิดด่านตามในภายหลัง ซึ่งนายกฯ ไม่ได้ทำตามข้อเสนอและความประสงค์ของกัมพูชา
จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่านายกฯ แพทองธารได้ปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่ ไม่ได้เอาประโยชน์ของชาติไปยกให้กัมพูชาตามที่ถูกกล่าวหา มิฉะนั้น คงทำตามความต้องการของฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว และถึงวันนี้ไทยก็ยังไม่ได้เปิดด่านตามคำขอของฝ่ายกัมพูชา
3.นายกฯ ต้องการสันติภาพ ไม่ต้องการสงคราม ในคลิปนายกฯ ได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะป้องกันไม่ให้มีการยกระดับความขัดแย้งไปสู่การปะทะด้วยอาวุธ และสงครามระหว่าง 2 ชาติ และพยายามหาทางแก้ปัญหาที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ความสัมพันธ์กลับไปสู่สถานะดีเช่นเดิมก่อนที่เกิดข้อพิพาท (normalize) เพื่อประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองประเทศ
4.ในคลิป อาจมีคำกล่าวบางคำที่พาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งตนเชื่อว่านายกฯ ไม่ได้มีเจตนา และท่านได้ขออภัยที่ใช้ถ้อยคำที่ถูกตีความไปในลักษณะที่ไม่ตรงกับเจตนาของท่าน ซึ่งนายกฯ ได้พูดคุยทำความเข้าใจและขออภัยคนไทยและแม่ทัพภาคที่ 2 แล้ว และยืนยันว่ารัฐบาลและกองทัพยังคงทำงานร่วมกัน เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศต่อไป
5.ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า เราจะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย และจะทำงานร่วมกับกองทัพอย่างมีเอกภาพ เพื่อปกป้องดินแดนและผลประโยชน์ของชาติจนสุดความสามารถต่อไป
เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องให้นายกฯ รับผิดชอบด้วยการยุบสภาหรือลาออก มีการพิจารณาในแนวทางที่ชัดเจนหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นนายกฯ มาจากการเลือกตั้ง และเป็นพรรคที่ทำงานในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ คิดว่าในฐานะนักการเมืองจะต้องรับฟังความเห็นของประชาชน และน้อมรับไปปรับปรุงแก้ไข
แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าอยากให้ความมั่นใจกับประชาชน คือไม่มีตอนใดที่นายกฯ ไปสมรู้กับเขมร หรือไปยกประโยชน์ของไทยให้กับกัมพูชา นี่คือจุดสำคัญ และการที่ไม่ทำตามที่กัมพูชาเรียกร้อง เท่ากับการไม่ยกประโยชน์ ไม่ได้เอาประโยชน์ของตระกูลชินกับตระกูลฮุนมาเหนือกว่าประโยชน์ของไทยและกัมพูชา ซึ่งน่าชื่นชมและต้องให้เครดิตนายกฯ
นายนพดล กล่าวต่อว่า นายกฯ ได้แสดงความรับผิดชอบ ในการกล่าวขออภัยต่อแม่ทัพภาค 2 และขออภัยต่อคนไทย และยังให้คำมั่นว่าจะระมัดระวังไม่พูดสนทนาทางโทรศัพท์อีกแล้ว คิดว่าต้องให้โอกาสนายกฯ พิสูจน์ตัวเอง
เรื่องนี้ หากนายกฯ ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ ในประเด็นนั้นถึงจะควรต้องพิจารณา แต่เมื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นคลิปที่นายกฯ ไม่ทราบว่ามีการอัดไว้และมีการปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดสงคราม คิดว่าควรให้เครดิตกับนายกฯ ในส่วนนี้
เมื่อถามว่าจะคลิปที่เกิดขึ้นทำให้มีประชาชนมองว่าไม่สามารถไว้ใจนายกฯ ได้ ต่อไปจะมีแนวทางไหนที่เรียกความเชื่อมั่น นายนพดล กล่าวว่า การเรียกความเชื่อมั่น ต้องเรียกจากการกระทำและความมุ่งมั่น ไม่ใช่เรียกจากถ้อยคำแถลงการณ์ 1-2 ครั้ง
มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยยังคงสนับสนุนให้นายกฯ ทำงานเพื่อเรียกความเชื่อมั่นแก้ไขปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ หากในอนาคตมีเหตุการณ์ที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ ทางกลไกของรัฐสภามีการอภิปรายอยู่แล้ว แต่ในระหว่างนี้ต้องให้เวลาและโอกาสแก่นายกฯ
ทั้งนี้ ต้องดูภาพรวมของคลิป ไม่ใช่โดยเฉพาะบางถ้อยคำ ด้วยนายกฯ มีความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดสงคราม และไม่ทำตามคำขอของทางกัมพูชาก็ยังอยู่ในคลิปโดยสมบูรณ์ แต่อาจมีบางถ้อยคำที่ทำให้คนไทยเกิดความไม่สบายใจ ซึ่งนายกฯ กล่าวขอโทษไปแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีถ้อยคำที่พูดว่าฝ่ายตรงข้าม จะทำให้คนนอกมองว่าภายในประเทศเกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ถ้อยคำอาจจะดูเหมือนขัดแย้ง แต่เมื่อเช้า มีภาพชัดเจนว่ารัฐบาลและกองทัพมีความเอกภาพ หลังจากประชุมร่วมกัน ทั้งกองทัพ กระทรวงกลาโหม นายกฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพก็มาร่วมประชุมและมีการแถลงข่าว เชื่อว่าไม่มีปัญหา มั่นใจว่านายกฯ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปลบหลู่แม่ทัพภาคที่ 2 หรือเห็นว่ากองทัพเป็นฝ่ายตรงข้าม
เมื่อถามว่ามีข้อเรียกร้องหากไม่มีความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภา จะเป็นการเรียกให้เกิดรัฐประหาร นายนพดล กล่าวว่า คนที่เรียกร้องในสังคมไทยมีตั้ง 65 ล้านคน อาจมีเสียงส่วนน้อยหรือคนไม่กี่คนเรียกร้องเช่นนั้น แต่เชื่อมั่นว่าคนไทยส่วนใหญ่เป็นคนที่รักประชาธิปไตย ประเด็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร
การเปลี่ยนรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญทำได้หลายแบบ เชื่อว่าไม่น่ามีประเด็นอะไรนำสู่เหตุการณ์ดังกล่าว โดยพรรคเพื่อไทยรับฟังและขอให้ทุกอย่างเดินไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย และรัฐบาลก็ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานหนักมากขึ้น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการเจรจาหลังจากนี้
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างนายกฯ และฝั่งผู้นำกัมพูชา นานพดล กล่าวว่า เชื่อว่านายกฯ มีวุฒิภาวะ ขอไม่ก้าวล่วงในการให้ความเห็น และปฏิเสธแสดงความเห็นกรณีคลิปเสียงของฝั่งกัมพูชาว่าจะมีอีกหรือไม่ ส่วนปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชานั้น นายกฯ ได้ปรึกษาพูดคุยกับรมว.ต่างประเทศ สมช. และรองนายกฯ ส่วนตัวเป็นเพียง สส.และอดีตรมว.ต่างประเทศ
เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่หากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย นายนพดล กล่าวว่า ให้ไปถามนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่จะต้องทำงานร่วมกันต่อไปตามครรลองของประชาธิปไตย หวังว่าประชาชนจะเข้าใจ โดยเฉพาะปัญหาไทย-กัมพูชา การกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ปัญหายาเสพติดที่รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหา
หวังว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลายโดยเร็ว เพราะจะเกิดประโยชน์กับประชาชนทั้ง2ประเทศ ซึ่งหากไม่มีสงครามในภูมิภาคก็จะเป็นประโยชน์ต่ออาเซียน ซึ่งประเทศมหาอำนาจก็ไม่ต้องการให้ประเทศในอาเซียนเกิดความขัดแย้งนำไปสู่สงคราม โดยขณะนี้เป็นเวลาที่จะต้องสร้างความเข้าใจและเป็นกำลังร่วมกันในการแก้ไขปัญหา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นพดล ยันนายกฯ ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ชี้ในคลิปไม่มีตอนไหนสมรู้กับเขมร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th