โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงื่อนไขลดหย่อนภาษี-เงินอุดหนุนรถ EV ปี 2568 มีอะไรบ้าง?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2568 เวลา 12.05 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
เงื่อนไขลดหย่อนภาษี-เงินอุดหนุนรถ EV ปี 2568 มีอะไรบ้าง?

เงื่อนไขลดหย่อนภาษี-เงินอุดหนุนรถ EV ปี 2568 มีอะไรบ้าง?

"มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2" หรือ "EV 3.5" ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ปี 2567 ถึงปี 2570 เรามาเจาะลึกกันค่ะ ว่ามีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์อะไรบ้างที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ EV คันใหม่ (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2568)

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ซื้อรถ EV มีอะไรบ้าง?
ภายใต้มาตรการ EV 3.5 ผู้ที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับสิทธิประโยชน์หลักๆ ดังนี้:

1.เงินอุดหนุนโดยตรงจากรัฐบาล:

- รถยนต์นั่งไฟฟ้า (ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท):
- แบตเตอรี่ 50 kWh ขึ้นไป: รับเงินอุดหนุนสูงสุด 100,000 บาท/คัน
- แบตเตอรี่ต่ำกว่า 50 kWh: รับเงินอุดหนุนสูงสุด 50,000 บาท/คัน
- รถกระบะไฟฟ้า (ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท, แบตฯ 50 kWh ขึ้นไป): รับเงินอุดหนุนสูงสุด 100,000 บาท/คัน
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (ราคาไม่เกิน 150,000 บาท, แบตฯ 3 kWh ขึ้นไป): รับเงินอุดหนุนสูงสุด 10,000 บาท/คัน

2.ราคาขายที่ถูกลง (จากมาตรการลดหย่อนภาษีของผู้ผลิต/ผู้นำเข้า):

- ลดภาษีสรรพสามิต: จากปกติ 8% เหลือเพียง 2% ทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตลดลง และส่งผลดีต่อราคาขายปลีก
- ลดอากรนำเข้า (สำหรับรถ CBU หรือรถนำเข้าทั้งคัน):
- รถ EV ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท: ลดอากรนำเข้าสูงสุด 40%
- รถ EV ราคาระหว่าง 2 - 7 ล้านบาท: ลดอากรนำเข้าสูงสุด 20% (สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติ)

เงื่อนไขสำคัญที่ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ต้องทำตาม
เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิทธิประโยชน์เหล่านี้ บริษัทรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของภาครัฐเช่นกันค่ะ เช่น:

- ต้องได้รับการอนุมัติจากกรมสรรพสามิต
- ต้องมีแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อชดเชยการนำเข้าภายในปี 2569 หรือ 2570 ตามสัดส่วนที่กำหนด (เช่น นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตในประเทศ 2-3 คัน) เพื่อส่งเสริมการเป็นฐานการผลิต EV ของไทยในระยะยาว
- อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ชิ้นส่วนแบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศในอนาคต

รถประเภทไหนบ้างที่เข้าเกณฑ์?
มาตรการนี้เน้นสนับสนุน รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) หรือรถยนต์ไฟฟ้า 100% เป็นหลัก ทั้งรถยนต์นั่ง, รถกระบะไฟฟ้า, และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยรถจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น ขนาดแบตเตอรี่ตามเกณฑ์ และราคาขายปลีกไม่เกินเพดานที่ตั้งไว้สำหรับแต่ละขั้นของเงินอุดหนุน

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

- ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง: นโยบายเหล่านี้อาจมีการทบทวนหรือปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพสามิต หรือ BOI เสมอ
- สอบถามผู้จำหน่ายโดยตรง: รถ EV แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ อาจมีรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการและส่วนลดที่ผู้บริโภคจะได้รับไม่เท่ากัน การสอบถามกับโชว์รูมโดยตรงจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดสำหรับรถรุ่นที่เราสนใจ
- กรอบเวลาของมาตรการ: EV 3.5 มีระยะเวลาถึงปี 2570 แต่รายละเอียดปลีกย่อยอาจมีการพิจารณาเป็นระยะ

กรณีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท
ต้องผลิตชดเชยเฉพาะรุ่นที่นำเข้ามา จนครบตามจำนวนการนำเข้ามาในประเทศแบบสำเร็จรูปทั้งคัน ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 (นำเข้า 1 คัน ต้องผลิต 1 คัน) ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 หรือในอัตราส่วน 1 ต่อ 1.5 (นำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) หากยืดระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี หรือวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...