โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยเผชิญ 'ภาษีทรัมป์-หนี้ครัวเรือนพุ่ง สมาคมธนาคารไทย ชง 3 แนวทางฝ่าวิกฤติ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 12.44 น.

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวในวงานสัมมนา iBusiness Forum Decode 2025: The Mid-Year Signal ถอดสัญญาณเศรษฐกิจโลก พลิกอนาคตเศรษฐกิจไทย วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ว่า ภาคการเงินการธนาคารเป็นเสมือน "เลือด" ที่หล่อเลี้ยงกลไกเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่ปัจจุบันศักยภาพของประเทศกำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ความผันผวนของภาษี จากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐที่ตัวเลขยังไม่แน่นอน มีทั้ง 10%, 20% หรือ 36% ได้สร้างแรงกดดันและเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับระบบเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไทยต้องอยู่กับสถานการณ์นี้ ดังนั้น หากการประมาณการบนพื้นฐานภาษีที่ไทยจะโดน 36% จะส่งผลให้อัตราการเติบโต (Growth Rate) ของประเทศไทยในอีก 5 ปีข้างหน้ายังคงเผชิญความท้าทาย

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่า สภาพคล่องและการลงทุนเงินทุนไหลออก โดยปัจจุบันมีเงินลงทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศผ่าน FIF Fund (Foreign Investment Fund) แสดงให้เห็นว่าสภาพคล่องไหลไปตามกลไกตลาดโลก ซึ่งไทยเป็นประเทศเล็กๆ ในระบบทุนนิยมจึงไม่สามารถฝืนกลไกนี้ได้ ด้วยผลตอบแทนตลาดหุ้นในประเทศต่ำ จากช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ไทยติดลบตรงกันข้ามกับตลาดหุ้นสหรัฐที่เป็นบวก
นอกจากนี้ ในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและปัญหาหนี้ครัวเรือน

โดยเศรษฐกิจนอกระบบสูงถึง 48% ซึ่งจัดว่าสูงที่สุดในโลก นำไปสู่ รวมถึงแรงงานนอกระบบถึง 51% อีกทั้ง ยังพบว่าฐานภาษีแคบ โดยมีผู้เสียภาษีเงินได้ในระบบเพียง 4 ล้านคน ในขณะที่ประชากรกว่า 68 ล้านคนเรียกร้องสวัสดิการจากภาครัฐ โดย 34% ของครัวเรือนไทยพึ่งพาหนี้นอกระบบ

นอกจากนี้ ไทยยังทำคะแนนได้ไม่ดีในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้าน การศึกษา (Education) และ สิ่งแวดล้อม (Environment) แม้จะทำได้ดีในเรื่องสะพาน ถนน และโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ด้วยประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่ติดกับดักรายได้ปานกลางและเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤติ จึงต้องเดินหน้า 3 ส่วนไปพร้อมกัน อาทิ

1. มาตรการกระตุ้น (Stimulus Measures) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่ม SME ที่ได้รับผลกระทบเฉียบพลันจากภาษี

2. การประคับประคอง โดยประคองกลุ่มธุรกิจที่พอจะช่วยตัวเองได้ แต่ได้รับผลกระทบ เพื่อรักษาคุณค่าทางเศรษฐกิจ

3. การปฏิรูปโครงสร้าง ถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยต้องแยกแยะกลุ่มเป้าหมายให้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...