โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไม? เด็กที่เกิดใน 3 ช่วงเวลานี้ ถึงเรียกว่า “ลูกนำโชค” พ่อแม่ก็สุขตามไปด้วย!

sanook.com

เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 12.24 น. • Sanook
ไม่ใช่แค่ความเชื่อ! เด็กเกิดใน 3 ช่วงนี้ เรียกว่าลูกนำโชค พ่อแม่สุขจริงตามวิทยาศาสตร์

ไม่ใช่เรื่องงมงาย? เด็กที่เกิดใน 3 ช่วงเวลานี้ เรียกว่า “ลูกนำโชค” พ่อแม่ก็มีความสุขตามไปด้วย!

คำว่า “ความสุข” ไม่เพียงแต่เป็นแนวคิดที่เป็นนามธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพอารมณ์ที่เป็นรูปธรรมอีกด้วย ในฐานะพ่อแม่ ทุกคนต่างปรารถนาให้ลูกๆ โชคดี เปี่ยมด้วยพร แวดล้อมด้วยสิ่งดีๆ และความสงบสุข งานวิจัยทางประสาทวิทยาแสดงให้เห็นว่า เมื่อพ่อแม่จินตนาการถึงอนาคตที่สดใสของลูกๆ สมองที่เกี่ยวข้องกับโชคจะถูกกระตุ้น คำว่า "พร" จึงไม่ใช่แค่แนวคิดเชิงนามธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของอารมณ์ความรู้สึกอีกด้วย

แล้วอะไรคือ 3 ช่วงเวลาการเกิดมาของทารกที่เรียกว่า “เด็กนำโชค” หรือ "ลูกบุญ" ล่ะ? ตามรายงานของเว็บไซต์ SOHA ระบุไว้ว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความเชื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในทางวิทยาศาสตร์ด้วย

เกิดในวัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมของพ่อแม่

โดยปกติแล้ว อายุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้หญิงในการมีลูกคือ 23-35 ปี ส่วนผู้ชายคือ 25-40 ปี ในช่วงวัยนี้ พ่อแม่จะมีพละกำลัง พลัง และจิตวิญญาณที่แข็งแรงสมบูรณ์ ส่วผลให้ลูกได้รับพันธุกรรมที่ดีและพัฒนาอย่างแข็งแรง ไม่เพียงเท่านั้น คุณแม่ยังฟื้นตัวทางร่างกายได้เร็วกว่า ขณะที่ปู่ย่าตายายก็มักจะอยู่ในช่วงอายุ 50 กว่าๆ หรือเพิ่งเกษียณอายุ จึงมีสุขภาพแข็งแรงและมีเวลาดูแลลูกหลาน

การคลอดบุตรในช่วงนี้ยังทำให้การวางแผนการมีบุตรคนที่ 2 มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากคุณแม่หลายๆ คนที่คลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุเกิน 35 ปี ซึ่งเมื่อต้องการมีลูกคนที่สอง พลังงานและความพร้อมทางสุขภาพร่างกายของพวกเธอจะไม่เพียงพออีกต่อไป

เกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจครอบครัวมั่นคง

เด็กที่เกิดในช่วงที่ครอบครัวมีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคง จะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึง และให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาและการพัฒนา เมื่อครอบครัวอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” ทุกคนในครอบครัวจะมีพลังบวกและอารมณ์ดี พ่อแม่มักเชื่อว่าลูกจะนำพาโชคลาภมาให้ จึงรักและทุ่มเทให้กับลูกมากขึ้น

เด็กที่เกิดใน “เดือนฉลาด”

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ในแต่ละปีมีสองช่วงเวลาที่เรียกว่า "เดือนแห่งปัญญา" หากเด็กเกิดในช่วงเดือนเหล่านี้ มีโอกาสสูงที่ลูกจะได้รับพร และแม่ก็จะ "ได้รับประโยชน์" เช่นกัน

มีนาคม-พฤษภาคม : เด็กที่เกิดในช่วงนี้มักจะมีความสูง น้ำหนัก และสติปัญญาที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดือนเมษายน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น "ช่วงพีคของสติปัญญา" เนื่องจากเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิในหลายประเทศ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างเจริญเติบโต เด็กๆ จึงได้รับการพาออกไปข้างนอกแต่เช้า สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ แสงแดดอ่อนๆ สมองของเด็กจะได้รับการกระตุ้น สร้างการเชื่อมโยงของระบบประสาท และพัฒนาความสามารถใหม่ๆ

นอกจากนี้ การตั้งครรภ์ของทารกเหล่านี้ตรงกับเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ผลไม้และผักฤดูร้อนมีมาก คุณแม่มีความอยากอาหารที่ดีและดูดซึมสารอาหารได้ดี ซึ่งทำให้ทารกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์

กันยายน–ตุลาคม : จากการวิจัยของนักวิชาการฮาร์วาร์ดและอังกฤษ พบว่าเด็กที่เกิดในช่วงนี้มักมีสติปัญญาและอารมณ์ดีด้วย นี่คือช่วงเวลาที่การตั้งครรภ์ทารกมีพัฒนาการมากที่สุด อีกทั้งการคลอดลูกในช่วงที่อากาศเย็นสบาย คุณแม่รู้สึกสบายตัว น้ำนมอุดมสมบูรณ์และมีคุณค่าทางโภชนาการ เมื่อทารกเข้าสู่ช่วงคลาน คือเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมของปีถัดไป อากาศอบอุ่น เหมาะแก่การออกกำลังกายและพัฒนาการทางร่างกาย

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้เสมอคือที่จริงแล้วการที่ลูกจะ "ได้รับพร" หรือไม่นั้น ส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับตัวพ่อแม่เอง สุขภาพ ความรู้ บุคลิกภาพ และสติปัญญาของพ่อแม่ ล้วนส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของลูก

พ่อแม่คือ “ฮวงจุ้ย” ของลูก… จุดเริ่มต้นของพ่อแม่คือขอบเขตจุดเริ่มต้นของลูก บางคนเกิดมาเพื่อเป็นพ่อแม่ที่อ่อนโยน เข้าใจลูก และสามารถถ่ายทอดความเข้มแข็งและคุณค่าที่ดีให้กับลูกได้ แต่พวกเราส่วนใหญ่จำเป็นต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมอง จิตวิทยา หรือการศึกษา เพื่อปรับตัวและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องบนเส้นทางการเป็นพ่อแม่

การเป็นแบบอย่างที่ดี การอยู่เคียงข้างพวกเขา การกำหนดขอบเขตในเวลาที่เหมาะสม การสนับสนุนให้พวกเขาเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง จะช่วยให้พวกเขาเป็น "ผู้โชคดี" ฉลาด และเป็นบุคคลที่เปี่ยมด้วยความรัก

ท้ายที่สุด หวังว่าเด็กทุกคนจะมีสุขภาพแข็งแรง ฉลาด มีความสุข และกลายเป็นพรแก่โลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...