โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามดันทองพุ่ง! YLG คาดทองคำระยะยาวยังแข็ง ลุ้นแตะ 3,500 USD

อีจัน

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 07.19 น. • อีจัน

YLG มองราคาทองคำระยะยาวยังสดใส หลังธนาคารกลางยุโรปเปิดเผยข้อมูลล่าสุด ชี้ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงให้น้ำหนักทองคำในฐานะ “สินทรัพย์สำรอง” เป็นอันดับสอง รองเพียงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อกระจายความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบจากเงินเฟ้อ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่มีแนวโน้มถือทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรปได้รายงานข้อมูลด้านทุนสำรองสำหรับปี 2567 ที่พบว่าทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเป็นรองเพียงดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น โดย ณ สิ้นปี 2567 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 20% แซงหน้าเงินยูโรที่มีสัดส่วน 16% เป็นรองเพียงเงินดอลลาร์ที่มีสัดส่วน 46.0% ซึ่งสัดส่วนทองคำดังกล่าว นับว่าเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนเฉลี่ยที่ 10% ในช่วงระหว่างปี 2553-2562 สวนทางกับเงินดอลลาร์และเงินยูโร ที่ถูกลดสัดส่วนในทุนสำรองลง

รายงานนี้ถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดทองคำ เนื่องจากแสดงถึงการให้ความสำคัญของทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกในฐานะทุนสำรองฯ ซึ่งสามารถป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและเพื่อกระจายความเสี่ยงในการถือครอง อย่างไรก็ดีธนาคารกลางยุโรปยังระบุว่า ทองคำมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะประเทศที่กังวลเกี่ยวกับการคว่ำบาตรและการลดบทบาทของสกุลเงินหลักในระบบการเงินระหว่างประเทศ จากข้อมูลนี้จึงมองว่าความต้องการของธนาคารกลางหลายแห่งจะยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่านักวิเคราะห์จากต่างประเทศจะระบุว่าความต้องการของธนาคารกลางอาจจะมีกำลังลดน้อยลงเนื่องจากบางแห่งสะสมไว้จนใกล้เต็มเพดาน แต่ก็จะยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องจากหลายๆชาติแม้จะไม่หวือหวาเช่นในช่วงที่ผ่านมา

YLG มองว่า แนวโน้มความต้องการทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงต่อเนื่อง แม้บางประเทศจะถือครองใกล้เต็มเพดานแล้ว แต่โดยรวมยังมีแรงซื้อสะสมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาเงินสกุลหลักอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุด อิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงการนิวเคลียร์และฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านเมื่อช่วงเช้า ส่งผลให้ผู้นำทางการทหารระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิตหลายราย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น “การป้องกันตัวเชิงรุก” ขณะที่อิหร่านเตรียมตอบโต้ทันที ความตึงเครียดดังกล่าวยิ่งตอกย้ำสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกมีแรงซื้อกลับมาอีกครั้งหลังเพิ่งปรับฐานในระยะสั้น YLG ยังคงเป้าหมายราคาทองคำปีนี้ที่ 3,500 – 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นที่แนวรับ 3,354-3,377 ดอลลาร์สหรัฐฯ และแนวต้าน 3,467-3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนราคาทองคำในประเทศ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 51,600-53,850 บาทต่อบาททองคำ (อิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ 33.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) สำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำซื้อขายเก็งกำไรในกรอบราคา ส่วนผู้ที่สนใจลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส YLG ชี้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงราคาทองคำอยู่ระดับสูง ใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของมูลค่าทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด

สำหรับคำแนะนำการลงทุนทองคำ ในระยะสั้นมองว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 3,354-3,377 ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้าน 3,467-3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนทองคำในประเทศ มองว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 51,600-51,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่กรอบแนวต้าน 53,350-53,850 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาทระดับ 33.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สแนะนำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด โดยล่าสุดวายแอลจีได้ออกโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีกับ YLG Futures รับสิทธิ์ใช้งาน Trading View Essential Plan ที่จะมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า 5 ด้าน 1.กราฟและอินดิเคเตอร์ครบครัน รวมถึง Volume Profile 2.เครื่องมือวาดรูปและฟีเจอร์ทางเทคนิค 3.การแจ้งเตือนราคา 4.ไอเดียเทรดจากคอมมูนิตี้ 5.ไม่มีโฆษณาและอีกจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...