โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตที่ปรึกษาประธาน Fed เตือน! ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน คือ ‘ตัวแปรสำคัญ’ เสี่ยงลากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย

THE STANDARD

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 12.12 น. • thestandard.co
อดีตที่ปรึกษาประธาน Fed เตือน! ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน คือ ‘ตัวแปรสำคัญ’ เสี่ยงลากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย

จอน ฟอสต์ อดีตที่ปรึกษาคนสำคัญของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ออกมาเตือนว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านถือเป็น ‘ตัวแปรสำคัญ’ ที่คาดเดาได้ยากสำหรับ Fed และอาจเป็นชนวนที่จุดให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยได้ แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่แน่ชัด

คำเตือนนี้มีขึ้นในขณะที่คณะกรรมการ Fed เตรียมประชุมกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ยในวันอังคารและพุธ (17-18 มิ.ย.) ที่จะถึงนี้

“ตราบใดที่ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และซ้ำเติมความไม่แน่นอนและความเชื่อมั่น นี่คือสิ่งที่จะเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงได้” ฟอสต์ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิชาการที่ศูนย์เศรษฐศาสตร์การเงิน มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ MarketWatch

“ภาวะเศรษฐกิจถดถอยมักเกิดขึ้นจากแรงกระแทกบางอย่างที่กระทบกระเทือนผู้บริโภคและภาคธุรกิจอย่างรุนแรง เราอาจกำลังเห็นปัจจัยนั้นก่อตัวขึ้นในตะวันออกกลางขณะนี้ ซึ่งทำให้สถานการณ์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากขึ้นเล็กน้อย”

เป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ในการประชุมสัปดาห์นี้ คณะกรรมการ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.25% – 4.5% ต่อไปเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน

ฟอสต์ ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับอดีตประธาน Fed อย่างเบน เบอร์นันเก และเจเน็ต เยลเลน มาก่อน ชี้ว่าคำถามที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการประชุมครั้งนี้คือ พาวเวลล์จะให้ความกระจ่างมากขึ้นหรือไม่ ว่าความเสี่ยงระหว่างเงินเฟ้อที่อาจปะทุขึ้นกับตลาดแรงงานที่อาจอ่อนแอลง อะไรน่ากังวลกว่ากันในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์

เขาตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงขณะนี้ Fed ยังไม่ได้เอนเอียงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน พาวเวลล์เคยแสดงความกังวลว่านโยบายภาษีของทรัมป์ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าที่คาดการณ์ไว้นั้น มีแนวโน้มสูงที่จะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นหรือตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลง ทำให้ ‘สถานการณ์เปราะบาง’ ยิ่งขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เพิ่มการวิจารณ์พาวเวลล์อย่างรุนแรงบนโซเชียลมีเดียและในการให้สัมภาษณ์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญของทำเนียบขาวเพื่อผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ฟอสต์มองว่าแม้การถูกวิจารณ์จะไม่เป็นเรื่องน่ายินดี แต่การวิจารณ์ดังกล่าว ‘ไม่เกี่ยวข้อง’ กับทิศทางนโยบายของ Fed

ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่ Fed ได้คาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ แต่บรรดาผู้ติดตาม Fed ต่างจับจ้องว่าการคาดการณ์ใหม่ในสัปดาห์นี้จะแสดงจำนวนครั้งที่น้อยลงหรือไม่

สำหรับข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของเดือนพฤษภาคมที่ออกมาต่ำกว่าคาด ฟอสต์มองว่ายังไม่ได้เปิดประตูให้ Fed ดำเนินการเร็วขึ้น เพียงแต่ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับ ‘กรณีที่เลวร้ายที่สุด’ ของเงินเฟ้อลงได้บ้าง แต่ “ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจากเงินเฟ้อที่เกี่ยวกับภาษี”

เขายังมองว่าการที่ Fed จะไม่เคลื่อนไหวเรื่องดอกเบี้ยเลยในปีนี้ อาจเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน ยกเว้นประธานาธิบดี เพราะนั่นหมายความว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งและเศรษฐกิจยังไม่ได้อ่อนแอลงจนต้องลดดอกเบี้ย

ฟอสต์คาดการณ์ว่า ข้อมูลต่างๆ ไม่น่าจะสนับสนุนให้มีการลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้ได้ เนื่องจากภาพความไม่แน่นอนของนโยบายภาษียังไม่ชัดเจน และเขามองว่ามีโอกาส 50/50 ที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

“ความเป็นไปได้นั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากความไม่แน่นอนของโลก แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะได้เห็นการลดดอกเบี้ยในปีนี้อย่างแน่นอน” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต้อง ‘จับตาอย่างใกล้ชิด’ ต่อไป

ภาพ: Gary Hershorn/Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...