โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ลูก 8 ขวบโตพรวด หลังกิน "ยาสูง" แต่ครึ่งปีผลข้างเคียงโผล่ พ่อช็อกสุดขีดพาไปพบแพทย์!

sanook.com

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.22 น. • Sanook
เด็ก 8 ขวบสูงพรวดหลังดื่ม “ยาสูง” แต่ผ่านไปแค่ครึ่งปี ผลข้างเคียงทำพ่อแม่แทบล้มทั้งยืน ช็อกซ้ำเมื่อรู้ความจริงจากหมอ

เด็ก 8 ขวบสูงพรวดหลังดื่ม “ยาสูง” แต่ผ่านไปแค่ครึ่งปี ผลข้างเคียงทำพ่อแม่แทบล้มทั้งยืน ช็อกซ้ำเมื่อรู้ความจริงจากหมอ

ความหวังให้ลูกสูงขึ้นอาจกลายเป็นภัยเงียบหากพ่อแม่ไม่เข้าใจเรื่องการเติบโตของเด็กอย่างถูกต้อง….. ดังเช่นกรณีของพ่อแม่คู่หนึ่งในประเทศจีน ตัดสินใจให้ลูกชายวัย 8 ขวบดื่ม “ยาสูง” หลังสังเกตว่าลูกมีความสูงเพียง 120 ซม. ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน และต่ำกว่าเพื่อนร่วมชั้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความกังวลใจ พวกเขาซื้อยาจากคำแนะนำของเพื่อน โดยเชื่อว่าเป็นทางลัดช่วยเพิ่มความสูง

ซึ่งหลังจากเริ่มดื่มจนกระทั่งผ่านไปครึ่งปี เด็กมีความสูงเพิ่มขึ้นถึง 5 ซม. แต่แล้วความสูงกลับหยุดนิ่ง ทำให้พ่อแม่ตัดสินใจพาลูกไปตรวจที่โรงพยาบาลเด็กในเมืองอู่ฮั่น ผลตรวจทำเอาช็อกจนแทบล้มทั้งยืน เมื่อฟังคำวินิจฉันจากแพทย์ว่ากระดูกของเด็กมีอายุเทียบเท่าเด็กอายุ 11 ปี และแผ่นกระดูกกำลังปิดตัว ส่งผลให้การเติบโตหยุดชะงักเร็วกว่าปกติ

หมอเตือน “ยาสูง” ดื่มไม่ได้ผล และอาจเป็นอันตราย

ดร.หลินหมิง แพทย์ต่อมไร้ท่อเด็ก โรงพยาบาลเด็กอู่ฮั่น เตือนว่า“ไม่มีฮอร์โมนเร่งความสูงแบบรับประทานได้” ฮอร์โมนที่ใช้อย่างถูกต้องจะต้องเป็นยาฉีดภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น และต้องติดตามค่าต่างๆ อย่างเคร่งครัด เพราะการใช้โดยไม่ควบคุมอาจเร่งกระดูกให้ปิดตัวเร็ว เสี่ยงต่อการเตี้ยถาวร

แพทย์ระบุด้วยว่า นอกจากพันธุกรรมแล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อความสูงยังรวมถึงการนอนหลับ, โภชนาการ, การออกกำลังกาย และสุขภาพจิต โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญเติบโต หากพลาดช่วงสำคัญ อาจไม่สามารถชดเชยภายหลังได้

  • เด็กอายุ 3 ปี ควรสูงเฉลี่ย 95 ซม.

  • อายุ 3-10 ปี ความสูงควรเพิ่มปีละ 5-7 ซม.

  • ช่วงวัยรุ่น เด็กหญิงจะโตเร็วในช่วงอายุ 10-12 ปี ส่วนเด็กชายคือ 12-14 ปี โดยเฉลี่ยอาจสูงเพิ่ม 25-30 ซม. ในช่วงนี้

ทางด้าน ดร.หลิวฮวา แพทย์ประจำโรงพยาบาลเด็กอู่ฮั่นเสริมว่า การที่เด็กมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้กระดูกเจริญเร็วเกินไปจนหยุดสูงเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น ความดันสูง, ไขมันพอกตับ, ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงโรคทางจิตใจ ซึ่งล้วนมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนเจริญเติบโต

หมอแนะ 4 วิธีพ่อแม่ควรทำ ถ้าอยากให้ลูกสูงขึ้นอย่างปลอดภัย

  • วัดส่วนสูงเป็นประจำ และวาดกราฟเส้นโค้งการเติบโต
    สังเกตการเติบโตที่เหมาะสม เช่น ปีละ 5-7 ซม. และหากกราฟเบี่ยงเบนมาก ควรปรึกษาแพทย์

  • ให้ลูกเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม
    เพราะฮอร์โมนเจริญเติบโตจะหลั่งมากที่สุดในช่วง 1-2 ชั่วโมงหลังหลับ

  • เน้นอาหารโปรตีนคุณภาพสูง
    เช่น ไข่, ปลา, เนื้อไม่ติดมัน, ถั่ว, ผักและผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึงดื่มนมอย่างเหมาะสม

  • ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง
    ทั้งเพื่อรับแสงแดดที่ช่วยการดูดซึมแคลเซียม และเพิ่มระดับกิจกรรมทางกาย ลดความเสี่ยงโรคอ้วนและสายตาสั้น

ทั้งนี้ ยังมีการเข้าใจผิดเรื่อง “แคลเซียม” และ “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” โดยคุณหมอเตือนว่า การดื่มนมและเสริมแคลเซียมโดยไม่พิจารณาสัดส่วนโภชนาการ อาจทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ เช่น ท้องผูก, กระดูกแข็งก่อนวัย หรือกินนมนานแต่ไม่กินอาหารหลัก ส่งผลให้สารอาหารโดยรวมลดลง

อีกหนึ่งกับดักคือ เครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ผสม ที่อาจเร่งการสูญเสียแคลเซียมในกระดูก และรบกวนการทำงานของฮอร์โมน ส่งผลเสียต่อการเติบโต และกีฬาอย่างกระโดดเชือก, ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล ก็ไม่ได้ทำให้สูงทันที แต่มีส่วนช่วยกระตุ้นฮอร์โมน, ควบคุมน้ำหนัก, เสริมกระดูก และสร้างสุขภาพโดยรวมที่เอื้อต่อการเติบโต

ท้ายที่สุด พ่อแม่ควรลงทุนในความรู้ มากกว่าสินค้าราคาแพงที่อาจเป็นภัยต่อลูกโดยไม่รู้ตัว อย่าหลงเชื่อโฆษณา “ยาสูง” หรือทางลัดใดๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ความสูงของเด็กต้องอาศัยการดูแลต่อเนื่องจากพฤติกรรมประจำวันและสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่แค่พึ่งอาหารเสริมหรือคำแนะนำจากคนรอบตัวที่ไม่รู้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...