โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แขมร์ไทมส์โพสต์รัว ๆ ‘ฮุน มาเนต’ สับสนหนัก ชี้ไทยไม่ชัดเจนปมชายแดน

Amarin TV

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 12.35 น.
แขมร์ไทมส์ โพสต์ข่าวเกี่ยวกับกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ชี้คนรับผิดชอบในไทยขัดแย้งกัน ทำกัมพูชาสับสน หลังศาลสั่งนายกรัฐมนตรีแพทองธารพักงาน

กัมพูชารายงาน ศาลไทยสั่งนายกฯ พ้นตำแหน่งชั่วคราว

หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ปมคลิปสนทนากับฮุน เซน อดีตนายกฯ กัมพูชารั่วไหล ท่ามกลางกระแสกดดันของหลายภาคส่วนและประชาชนที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง สื่อหลักของกัมพูชา อย่างแขมร์ไทมส์ ได้รายงานข่าวดังกล่าวลงบนเว็บไซต์ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญไทยมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร งดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวระหว่างรอคำตัดสินว่าจะมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่

รายงานในแขมร์ไทมส์ ยังระบุว่า ศาลมีมติถอดถอนแพทองธารออกจากตำแหน่งชั่วคราวด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 เนื่องจากนายกแพทองธารได้หารือเป็นการส่วนตัวกับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งประเด็นการสนทนาเกี่ยวกับชายแดนได้ถูกบันทึกไว้ในคลิปเสียง ก่อนที่จะรั่วไหลและแพร่กระจายไปในโซเชียลมีเดีย ได้จุดชนวนให้เกิดความโกรธแค้นภายในหน่วยงานทางการเมืองและการทหารของไทย

ในคลิปดังกล่าว แพทองธารได้กล่าวกับนายฮุน เซนว่า พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย ไม่ได้สนับสนุนรัฐบาลของเธอ โดยอ้างถึงพลโทบุญสินว่าเป็น “ฝ่ายตรงข้าม” ความเห็นดังกล่าวถูกตีความโดยนักวิจารณ์ว่าเป็นการละเมิดจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายความเป็นกลางทางทหาร ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้รับพิจารณาคดีนี้และออกคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังจากที่สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านยื่นคำร้องและได้รับการสนับสนุนจากอดีตเจ้าหน้าที่ทหารหลายนาย

ฮุน มาเนต อ้างฝ่ายไทยทำสับสนเรื่องชายแดน

แขมร์ไทม์ส ยังได้รายงานความเคลื่อนไหวของผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการขาดความชัดเจนและความสอดคล้องจากฝ่ายไทยในประเด็นการเจรจาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ (1 ก.ค. 68) ในพิธีปล่อยปลา 1,500,000 ตัว ลงโตนเลสาบ ในอำเภอบาตี จังหวัดตาแก้ว

ฮุน มาเนตอ้างถึงกรณีจดหมายจากทางการไทยลงวันที่ 29 มิถุนายน 2568 ซึ่งเจ้าหน้าที่กัมพูชาในจังหวัดสระแก้วได้รับ จดหมายดังกล่าวเรียกร้องให้เปิดจุดตรวจชายแดนในบางจุดอีกครั้ง และอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จดหมายฉบับเดียวนี้ ชี้ให้เห็นว่าผู้แทนไทย 4 คน รวมทั้งจากภาคส่วนทหารและการเมือง ให้คำอธิบายเกี่ยวกับชายแดนที่ขัดแย้งกัน ฮุน มาเนตกล่าวกับประชาชนว่า “กัมพูชาะเปิดพรมแดนอีกครั้งได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องคุยกับใคร แค่จดหมายฉบับเดียว แต่กลับมีเสียงขัดแย้งกันถึง 4 เสียง”

ผู้นำกัมพูชาอ้างว่า ภายหลังจากที่เขาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับจดหมายฉบับดังกล่าว ทางโฆษกกองทัพไทยกล่าวว่าเป็นเพียงการหารือภายในและพวกเขาจะติดต่อกัมพูชาเพื่อเปิดพรมแดนชั่วคราวสำหรับการขนส่งสินค้า แต่เมื่อกัมพูชาปฏิเสธ เราก็ถูกตำหนิ ต่อมารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยปฏิเสธว่าไม่มีการส่งจดหมายไปยังกัมพูชาเลย ในเย็นวันนั้น แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นของปลอม แต่เจ้าหน้าที่อีกคนยืนยันในวันรุ่งขึ้นว่าเป็นของจริง แต่รั่วไหลออกมา นี่คือจดหมายฉบับเดียว แต่ดันมี 4 คำตอบที่แตกต่างกัน แล้วกัมพูชาควรเชื่อหรือปฏิบัติตามใคร”

ผู้นำกัมพูชาเตือน ไทยอย่าข้ามเส้น 4 พื้นที่พิพาท

นอกจากนี้ แขมร์ไทมส์ยังรายงานคำกล่าวสุนทรพจน์ของผู้นำกัมพูชา ที่ออกมาเตือนว่า ประเทศไทยกำลังพยายามปิดกั้นไม่ให้พลเมืองกัมพูชาเข้าถึงปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และสามเหลี่ยมมรกต นับเป็นการละเมิดและข้ามเส้นแดง ที่อาจนำไปสู่ผลลัพทธ์ที่ร้ายแรง เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้กัมพูชามองว่าอยู่ระหว่างการตัดสินโดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ถือเป็นดินแดนพิพาทที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขภายใต้กระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ

ดังนั้น ไม่มีฝ่ายใดมีอำนาจฝ่ายเดียวในการจำกัดการเข้าถึงตามความประสงค์ของตนเอง เขาย้ำว่าจะต้องรักษาสถานะเดิมไว้เหมือนที่เป็นอยู่เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568

เขากล่าวว่า “ผมขอชี้แจงให้ชัดเจนว่าบริเวณปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และสามเหลี่ยมมรกต ไม่ได้รับการแก้ไข เราได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังกลไกตุลาการระหว่างประเทศแล้ว ไม่มีฝ่ายใดมีสิทธิปิดกั้นการเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้โดยฝ่ายเดียว สถานะปัจจุบันต้องได้รับการเคารพ ความพยายามใดๆ ที่จะจำกัดไม่ให้พลเมืองกัมพูชาเข้ามาถือเป็นการข้ามเส้นแดงและจะต้องได้รับผลที่ตามมาที่เหมาะสม การกระทำดังกล่าวเท่ากับเป็นการบังคับใช้การปักปันเขตแดนฝ่ายเดียวและบังคับใช้การตีความแผนที่ 1:50,000 ของประเทศไทย”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่ากัมพูชาอยู่ระหว่างรอการหารือกับทางการไทยที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ โดยเรียกร้องให้ไทยเปิดจุดผ่านแดนอีกครั้งโดยฝ่ายเดียว และฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 หากไทยเปิดพรมแดนอีกครั้งโดยฝ่ายเดียว กัมพูชาจะตอบสนองภายใน 5 ชั่วโมงเพื่อกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติอย่างเต็มรูปแบบ

แขมร์ไทม์สรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เป็นต้นมา ด่านตรวจชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง 7 จังหวัดถูกปิดโดยฝ่ายไทยฝ่ายเดียว มีคำสั่งห้ามยานพาหนะทุกชนิดสัญจร และระงับการเดินทาง เช่น การท่องเที่ยว การค้า และรูปแบบอื่น ๆ ยกเว้นบางกรณี เช่น นักเรียน ผู้ป่วย หรือกิจกรรมด้านมนุษยธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...