โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยักษ์ร้านสลัดทุ่มชิงตลาด ร้านอาหารสุขภาพ 5 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 02.49 น.

ร้านอาหารสุขภาพ 5,200 ล้านคึกคัก 3 ยักษ์ร้านสลัด “โอ้กะจู๋-สลัดแฟคทอรี่-โจนส์สลัด” ชี้คนไทยใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แถมผู้เล่นหน้าใหม่แห่ร่วมวง หนุนตลาดโตต่อเนื่องปีละ 15-20% ตบเท้าลงทุนผุดสาขา-คอลแลบส์พันธมิตรปั้นเมนูใหม่ขยายฐานลูกค้า สร้างการเติบโต โอ้กะจู๋ทุ่ม 350-400 ล้านปูพรมทั้งร้านสลัด-น้ำผลไม้ ส่วนโจนส์สลัดระดมเมนูใหม่ชิงทุกโอกาสบริโภค

นายปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ ผู้บริหารร้านสลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) เปิดเผยว่า ตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยประเมินว่าช่วง 3 ปีจากนี้ หรือปี 2569-2571 ตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพจะยังเติบโตต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 15-20% บุกปักหมุดหัวเมืองท่องเที่ยว ด้านโอ้กะจู๋ทุ่ม 350-400 ล้านปูพรมทั้งร้านสลัด-น้ำผลไม้ Oh! juice ส่วนโจนส์สลัดระดมเมนูใหม่ชิงทุกโอกาสบริโภค

นายปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ ผู้บริหารร้านสลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) เปิดเผยว่า ตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยประเมินว่าช่วง 3 ปีจากนี้ หรือปี 2569-2571 ตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพจะยังเติบโตต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 15-20% ต่อปี ด้วย 2 ปัจจัยหลักคือ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และผู้เล่นรายใหม่ ๆ ที่ตบเท้าเข้ามาในตลาดตลอดเวลา สะท้อนจากจำนวนผู้เล่นในปัจจุบันที่มีมากกว่า 20 แบรนด์ เพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเคยผู้เล่นเพียงไม่เกิน 5 แบรนด์เท่านั้น

โดยคาดว่าสิ้นปี 2568 นี้ตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพในประเทศไทยจะมีมูลค่ารวม 5,200 ล้านบาท เติบโตประมาณ 15-20% จากปี 2567 ซึ่งตลาดมีมูลค่า 4,500 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความท้าทายระยะสั้นและยาวแฝงอยู่ โดยนอกจากสภาพเศรษฐกิจที่เป็นความท้าทายระยะสั้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 แล้ว คาดว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้าอัตราการเติบโตของตลาดจะชะลอลง และเริ่มนิ่งมากขึ้น เนื่องจากฐานที่ใหญ่ขึ้นจากผู้เล่นจำนวนมากที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สลัดแฟคทอรี่ รุกเมืองท่องเที่ยว

นายปิยะกล่าวว่า เพื่อรับมือความท้าทาย บริษัทจะเร่งสปีดการขยายสาขาออกสู่พื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น เริ่มจากเมืองท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างยิ่งขึ้น หลังจากที่ผ่านมาสาขาส่วนใหญ่กระจุกตัวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

โดยทุ่มงบฯ ลงทุน 50 ล้านบาทขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 8-9 แห่ง โดยช่วงต้นปีเปิดสาขาไปแล้ว 3 สาขา และเพิ่มอีก 1 สาขา ที่เกตเวย์ เอกมัย ในวันที่ 12 มิถุนายน ก่อนจะทยอยเปิดในช่วงครึ่งปีหลังอีก 4-5 สาขา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และต่างจังหวัด อาทิ ชลบุรี กาญจนบุรี

ทั้งนี้ คาดว่าสิ้นปี 2568 จะมีสาขารวมทั้งสิ้น 54 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 48 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 33 สาขา, นนทบุรี 6 สาขา, ปทุมธานี 3 สาขา, สมุทรปราการ 2 สาขา, นครปฐม 2 สาขา, นครสวรรค์ 1 สาขา และชลบุรี 1 สาขา

รักษาลูกค้าเก่า-ขยายลูกค้าใหม่

ขณะเดียวกัน ยังได้เดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าเก่า ด้วยการนำเสนออาหารคุณภาพในราคาเข้าถึงง่าย และพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขาย และสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด ตามเป้ากระตุ้นความถี่ในการกลับมาใช้บริการให้เพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีการกลับมาใช้บริการอยู่ที่ 2-3 ครั้งต่อเดือน และมียอดใช้จ่ายต่อบิลอยู่ที่ 200-300 บาท

โดยโฟกัสลูกค้า 3 กลุ่มหลักคือ 1.กลุ่มลูกค้าประจำ ได้แก่ กลุ่มครอบครัว, กลุ่มมิลเลนเนียล และผู้ที่รักสุขภาพ 2.กลุ่มคนเมือง ได้แก่ กลุ่มมิลเลนเนียล และกลุ่ม Gen Z ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบและให้ความสำคัญกับสุขภาพ และ 3.กลุ่มครอบครัวใหญ่ ได้แก่ ผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ ที่มองหาทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัว ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้

ล่าสุดบริษัทได้สานต่อความร่วมมือกับเอสเพียว (S-Pure) เป็นปีที่ 2 เปิดตัวแคมเปญ “อกไก่ฉ่ำ So Yummy” พร้อม 5 เมนูใหม่ อาทิ คัตสึอกไก่ซอสนากาโนะมิโซะ, สลัดครันชี่อะโวคาโดอกไก่ย่าง, สปาเกตตีเมนไทโกะอกไก่ย่างมิโซะ เป็นต้น เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตขึ้นประมาณ 20%

“โอ้กะจู๋” ทุ่มขยายสาขา

นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเชนร้านอาหาร-เครื่องดื่ม อาทิ โอ้กะจู๋, Oh! juice และอื่น ๆ กล่าวในงาน Opportunity Day ว่า แม้ว่าในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2568 เศรษฐกิจ, กำลังซื้อ และการท่องเที่ยวจะชะลอตัว รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวจะกระทบการเติบโตของยอดขายร้านเดิม (SSSG) ของโอ้กะจู๋ โดย 29 สาขาจากทั้งหมด 41 สาขาติดลบ แต่ยอดขายโดยรวมยังคงเติบโตสะท้อนถึงศักยภาพของตลาด

ทำให้บริษัทเดินหน้าขยายสาขาโอ้กะจู๋ และแบรนด์อื่นในเครือต่อเนื่อง โดยเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โฟกัสโลเกชั่นที่ตอบโจทย์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมกับขนเมนูใหม่ ๆ ทั้งที่พัฒนาเอง และคอลลาบอเรชั่นกับพันธมิตรออกมาอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน เพื่อรักษาทราฟฟิกในร้าน และสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ให้เข้ามาทดลองทานไปพร้อมกัน

โดยมีแผนลงทุน 350-400 ล้านบาทสำหรับขยายโอ้กะจู๋อีก 6 สาขา ทำให้สิ้นปี 2568 นี้โอ้กะจู๋จะมีสาขาเพิ่มจาก 41 สาขา เป็น 47 สาขา ส่วน Oh! juice จะขยายเพิ่ม 12 สาขา หลังจากเปิดไปแล้ว 3 สาขาเมื่อไตรมาส 1 ทำให้สิ้นปี 2568 Oh! juice จะมีสาขาเพิ่มจาก 15 สาขา เป็น 30 สาขา สำหรับ JOE WINGS เชนร้านไก่ทอดแบรนด์น้องใหม่ในเครือจะเปิดให้ครบ 6 สาขาภายในสิ้นปี

ด้านเมนูใหม่ ๆ จะมีทั้งเมนูสุขภาพแบบดั้งเดิม และเมนูที่ฉีกจากความเป็นโอ้กะจู๋ แต่ยังดีต่อสุขภาพ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ อาทิ แบรนด์เผ็ดเผ็ด (Phed Phed) ซึ่งร่วมมือกันพัฒนาเมนูใหม่และวางขายลากยาว 3 เดือนตั้งแต่ 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2568 หลัง JOE WINGS ซึ่งเป็นไก่ทอดรสเผ็ด สไตล์อเมริกัน พร้อมจุดเด่นอย่าง ใช้น้ำมันคาโนลา, เนื้อไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ และอื่น ๆ ได้กระแสตอบรับดีจนกลายเป็นหนึ่งในเมนูถาวรของร้านโอ้กะจู๋แล้ว หลังเดิมจะขายแบบจำกัดเวลาเพียง 3 เดือน รวมถึงสามารถแตกเป็นแบรนด์ใหม่ได้

ทั้งนี้ เชื่อว่ากลยุทธ์การขยายสาขาและการพัฒนาเมนูใหม่จะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโต 20-30% พร้อมมีอัตราการเติบโตของยอดขายร้านเดิมที่ 2-5% ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ต้นปี แม้จะมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจ-กำลังซื้อก็ตาม

“โจนส์สลัด” ร่วมชิงตลาด

ด้านร้าน “โจนส์สลัด” เชนร้านอาหารสุขภาพใหญ่อีกรายนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันร้านโจนส์สลัดมี 41 สาขาทั่วประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ยังเดินหน้าขยายสาขาและเปิดตัวเมนูใหม่ ๆ ออกมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายไลน์ให้ครอบคลุมมื้ออาหารและโอกาสการทานอื่น ๆ มากขึ้น เช่น High-Protein Wraps และเมนูอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ รวมไปถึงเครื่องดื่ม Functional Drinks พร้อมจุดขายด้านภูมิคุ้มกันและพลังงาน หวังเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหลากหลาย

ล่าสุดเปิดตัวเมนูเครื่องดื่ม Healthy SMOOTHIE หลากหลายสูตร อาทิ “Salad Pun” สลัดทั้งชามปั่นไว้ในแก้ว, “Princess Glow” สมูทตี้ผสมคอลลาเจนจากญี่ปุ่นปั่นคู่กับผลไม้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ฯลฯ

ส่วนการขยายสาขานั้น เมื่อวันที่ 6 และ 10 มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา บริษัทเปิดตัวสาขาใหม่ที่ “ตลาดบองมาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค” 1 สาขา และ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค” 1 สาขา พร้อมจัดโปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาใหม่ สำหรับสมาชิกรับ สมูทตี้ 1 แถม 1 เมื่อซื้อสมูทตี้ Unicorn 1 แก้ว ในราคา 159 บาท รับฟรีสมูทตี้ Berry Mellow 1 แก้ว ในราคา 149 บาท เพื่อเอาใจสายรักสุขภาพโดยเฉพาะอีกด้วย

นอกจากนี้ แบรนด์โจนส์สลัดยังคงย้ำโพซิชั่นผู้ให้ความรู้ด้านโภชนาการผ่านแคแร็กเตอร์ “ลุงโจนส์” ด้วยการทำคอนเทนต์ให้ความรู้ ทั้งในรูปแบบวิดีโอสั้น Reels, TikTok และบทความเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคให้มากกว่าการเป็นเพียงร้านอาหาร รับมือการแข่งขันดุเดือดในวงการตลาดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยักษ์ร้านสลัดทุ่มชิงตลาด ร้านอาหารสุขภาพ 5 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...