โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ททท. กาง 5 แผน ฟื้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดันรายได้เข้าเป้า 1.72 ล้านล้าน

Khaosod

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.43 น.

ททท. กางแผน ฟื้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดันรายได้เข้าเป้า 1.72 ล้านล้านบาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เร่งเดินหน้าตามแผนการตลาด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เชิญชวนเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ร่วมส่งเสริมการขายประสบการณ์ท่องเที่ยวไทย และบรรยายพิเศษถึงแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในบริบทภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยมี 5 กลยุทธ์สำคัญ ที่ได้ขอความร่วมมือ คือ

1.Airline Focus Strategy การเพิ่มความถี่ อัตราการโดยสาร และการขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ 2.World Event Strategy เสนอการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ เพื่อกระตุ้นการเดินทางตามนโยบายรัฐบาล

3.International Branding Collab Strategy นำเสนอสินค้ากลุ่ม 5 Must Do in Thailand ในการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยกระตุ้นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวคุณภาพ 4.Information Operation Strategy การสื่อสารข้อเท็จจริง เน้นการสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นการเดินทาง

และ 5.Thai Festival Collaboration บูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ และ ททท.ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ภาพการแลกเปลี่ยนแนวทางร่วมกับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก และคณะผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ต้องบอกว่าได้รับสนับสนุนและช่วยเหลือทุกๆ การดำเนินงานของ ททท. ด้วยดีตลอดมา

ทั้งการผลักดันเส้นทางบินระหว่างประเทศ การจัดกิจกรรม Thai Festival การดำเนินการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย รวมถึงการสื่อสารประเด็นข่าวบนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีและถูกต้องของประเทศไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

โดยเน้นย้ำความสำคัญของท่านทูตและท่านกงสุลใหญ่ที่มีคุณูปการ ในฐานะนักขายประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยบนระเบียบโลกใหม่และบริบทแห่งความท้าทายของภาคการท่องเที่ยวปัจจุบัน เพื่อสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวแก่ประเทศไทยในตลาดต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1.72 ล้านล้านบาท ภายในปี 2568 นี้

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า อีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ดึงดูดตลาดต่างชาติเที่ยวไทยได้ คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสุขภาวะ (Medical & Wellness Tourism) ซึ่งททท. ร่วมผลักดันประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นผู้นำระดับโลก

โดยเน้นการสร้างคุณค่าผ่านประสบการณ์การรักษาและฟื้นฟูสุขภาพที่ครบวงจร ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่แข็งแกร่ง การบริการด้วยหัวใจแบบไทย และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง พร้อมขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ผ่านแคมเปญ “Heal + Experience Thailand” สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน

เน้น สร้างพันธมิตรกับภาคการแพทย์และสถาบันการศึกษา ลงทุนในนวัตกรรมดิจิทัลและการตลาดเฉพาะกลุ่ม เข้าถึงตลาดศักยภาพสูง อาทิ จีน ตะวันออกกลาง อาเซียน และอเมริกาเหนือ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของโลก

ในระยะยาว ททท. มีเป้าหมายชัดเจนในการส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (High-Value Travel) โดยเชื่อมโยงสุขภาพ การเยียวยา และประสบการณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในเวทีนานาชาติอย่างยั่งยืนและมีจริยธรรม

เพราะเชื่อว่าการเยียวยา คือประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง ทั้งในแง่กาย ใจ และวัฒนธรรม ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสุขภาวะ ที่รักษาได้จริง และประทับใจไม่รู้ลืม พร้อมส่งต่อเรื่องราวเหล่านี้ไปถึงคนอื่นๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวเอง

ทั้งนี้ ประเทศไทยตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพแห่งเอเชีย (Medical & Wellness Hub of Asia) ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMCAS Asia 2025 เวทีวิชาการระดับโลกด้านเวชศาสตร์ความงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ที่รวมพลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คนจาก 40 ประเทศทั่วโลก ในวันที่ 6-8 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ททท. กาง 5 แผน ฟื้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดันรายได้เข้าเป้า 1.72 ล้านล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...