หอการค้าอเมริกันในไต้หวัน เรียกร้องสหรัฐปฏิบัติต่อไต้หวันในฐานะพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่ง
หอการค้าอเมริกันในไต้หวัน จี้สหรัฐยกเลิกภาษีนำเข้า 32% ฟื้นการเยือนระดับคณะรัฐมนตรี ย้ำ “ไต้หวันคือพันธมิตร ไม่ใช่ศัตรู”
วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 12.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หอการค้าอเมริกันในไต้หวัน (AmCham Taiwan) เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐปฏิบัติต่อไต้หวันในฐานะพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่ง พร้อมทั้งเสนอให้ยกเลิกภาษีนำเข้าที่มีอยู่และที่กำลังจะประกาศใช้, ฟื้นฟูการเยือนระดับคณะรัฐมนตรี และเร่งลงนามข้อตกลงหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อน (Double Taxation Agreement)
ไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นดินแดนของตนเอง เคยได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวาระแรก โดยมีการจัดระเบียบการขายอาวุธให้ไต้หวันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรัฐบาลโจ ไบเดนก็ยังคงดำเนินตามแนวนโยบายนี้
อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันในอัตรา 32% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกีดกันทางการค้าที่ใช้กับหลายประเทศทั่วโลก ก่อนจะชะลอการจัดเก็บออกไป 90 วัน ขณะนี้สหรัฐและไต้หวันยังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้
Carl Wegner ประธาน AmCham Taiwan เปิดเผยระหว่างการแถลงรายงาน “White Paper ประจำปี 2025” ว่า เขาจะนำคณะผู้แทนเดินทางไปวอชิงตันในปลายเดือนนี้ เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ และหารือประเด็นความกังวลเรื่องภาษี รวมถึงแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไต้หวัน–สหรัฐ
“ไต้หวันเป็นมิตรที่ไว้ใจได้ของสหรัฐ เป็นพันธมิตรประชาธิปไตยที่สำคัญในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอเมริกัน และเป็นส่วนสำคัญต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก” พร้อมเสริมว่ามาตรการทางการค้าที่เดิมมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับพฤติกรรมไม่เป็นธรรมของประเทศคู่แข่งทางยุทธศาสตร์อย่างจีน กำลังถูกนำมาใช้กับพันธมิตรอย่างไต้หวันด้วย ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น
ในรายงาน White Paper ยังระบุว่าการตกลงหลีกเลี่ยงภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) ซึ่งขณะนี้ยังค้างอยู่ในวุฒิสภาสหรัฐ ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้กลับมามีการเยือนของรัฐมนตรีสหรัฐระดับสูงอีกครั้ง เพื่อย้ำความสัมพันธ์ในระดับยุทธศาสตร์
จนถึงขณะนี้ทั้งไต้หวันและสหรัฐ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาภาษี
อ้างอิง : reuters.com