กัมพูชาเปิดเกมรุกข้างเดียว ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ ชี้ฝ่ายไทยต้องเริ่มตั้งป้อมสู้กัมพูชาได้แล้ว เขาเล่นมา ก็เล่นกลับ ไม่ใช่ปล่อยเขากระทำอยู่ฝ่ายเดียว | The Structure
The Structure
อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 01.34 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 03.00 น. • The Structureรศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง กล่าวถึงทิศทางการแสดงท่าทีของฝ่ายกัมพูชาต่อไทยว่า ฝ่ายกัมพูชากำลังเดินเกมรุกที่เร็วและกระชับขึ้นกว่าเดิม ทั้งในทางการเมือง, การทูต และการทหาร เนื่องจากเห็นว่าฝ่ายไทยยังตั้งหลักไม่ได้
อีกทั้ง หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่าฝ่ายกัมพูชาวางแผนกันมานาน ซึ่งตนเองก็เห็นว่ากัมพูชาเตรียมตัวมาตลอด แค่รอจังหว่ะในการเดินเกมรุก โดยมีการพบปะกันระหว่างนายกฯ ไทย และนายกฯ กัมพูชาเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นจุดตัดสินใจ เนื่องจากกัมพูชาน่าจะประเมินแล้วว่าผู้นำไทยไม่น่าจะเอาจริงเอาจังมาก
อีกทั้งแนวคิดของฝ่ายทหารไทยก็เพิ่งปรับให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ไม่นาน ทำให้กัมพูชามีความพร้อมพื้นฐานมากกว่า อีกทั้งยังมีการล็อบบี้ฝรั่งเศส ศาลโลกและสหประชาชาติด้วย ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยยังประมาท เพราะคิดว่าผู้นำกัมพูชาสนิทกับอดีตผู้นำไทยไม่น่าจะเดินเกมแรง
สำหรับการรับมือของฝ่ายไทยนั้น ก็เห็นได้ว่าฝ่ายไทยยังตั้งหลักไม่ได้และมีจุดอ่อนหลายประการที่กัมพูชาใช้เป็นโอกาสในการรุกคืบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่มาจากความประมาทของฝ่ายไทย และปัญหาภายในของหน่วยงานของไทย
เช่นฝ่ายทหารที่อาจจะได้รับแรงกดดันมาจากฝ่ายการเมืองจนทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ภายในกระทรวงต่างประเทศเองก็เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวง จนทำให้คนเก่ง ๆ มีฝีมือเลือกที่จะลาออกไป
หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาระหว่างนายกฯ ไทย กับผู้นำกัมพูชาออกไป ผู้นำกัมพูชาก็ทำสงครามข่าวสาร (Information Warfare) กับฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่องทำลายความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลกับทหาร และระหว่างนายกฯ กับประชาชน
อย่างไรก็ดี การที่ฝ่ายกัมพูชาเลือกที่จะทำสงครามข่าวสารนั้น เนื่องจากเห็นว่าฝ่ายไทยเริ่มตั้งหลักสร้างระบบเสถียรภาพขึ้นมาได้ และความพร้อมของผู้บัญชาการเหล่าทัพในการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทำให้กัมพูชาค่อย ๆ หมดทางเลือก และหันมาทำสงครามข้อมูลข่าวสารเพื่อพลิกสถานะให้กลับมาได้เปรียบ
อย่างไรก็ดี ความไม่ไว้วางใจกันที่เกิดขึ้น อาจจะทำให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวนายกฯ แต่การเปลี่ยนตัวแม่ทัพกลางศึกนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากจะทำให้เกิดสภาวะปั่นป่วนจนทำให้กัมพูชาช่วงชิงความได้เปรียบ ซึ่งส่วนตัวตั้งแต่ทำงานตั้งแต่ทำงานด้านความมั่นคงมา ก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน และรู้สึกว่าสถานการณ์นี้มีความน่าเป็นห่วง
ไทยต้องโต้กลับ
รศ. ดร. ปณิธาน เสนอแนวทางการรับมือกับสถานการณ์นี้ว่า ฝ่ายไทยต้องสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศให้ได้ก่อน โดยผู้นำทุกภาคส่วนต้อง “ทั้งนุ่มนวล รักสันติ และจะต้องเข้มแข็ง รวดเร็ว ชัดเจน” อีกทั้งยังต้องสถาปนาทีมสนับสนุนที่เข้มแข็ง โดยใช้โครงสร้างทางการ เช่น สภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะกรรมการเฉพาะกิจ
เพื่อการดำเนินการตอบโต้กลับทั้งในทางการเมือง, การทูต และการทหาร ผ่านการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ และการสั่งการอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังจะต้องเร่งเจรจาประคองสถานการณ์ภายใน สื่อสารกับประชาชนเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจกับประชาชน
และฝ่ายไทยเองก็ต้องทำสงครามข่าวสารโดยใช้ทีมโฆษกที่มีความพร้อม ปล่อยข้อมูลที่สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายกัมพูชาออกตอบโต้ด้วยเช่นกัน เขาวางยามา ก็ต้องวางยากลับ เพราะในการเจรจาทางการทูต มักจะทำเช่นนี้เสมอ
ซึ่งถ้าหากว่าไทยสามารถตั้งหลักตรงนี้ได้ ก็จะสามารถเดินหน้าไปสู่เวทีโลกได้ ซึ่งนี่ไม่ได้หมายความว่าไทยจะต้องไปขึ้นศาลโลก เพียงแค่เดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงบนเวทีนานาชาติ เช่นกรณีที่กัมพูชาหาว่าไทยรุกรานก่อน เราก็ต้องกล้าลุกขึ้นโต้แย้ง ชี้แจงถึงสิทธิของไทยในการป้องกันตัวตามสิทธิของรัฐอธิปไตย
แต่การที่ไทยไม่ทำเช่นนั้น เพราะกลัวการยกระดับสู่เวทีนานาชาติ ซึ่งเห็นได้จากการที่กัมพูชาเดินหน้าฟ้องศาลโลกแล้ว แต่ไทยกลับไม่กล้ายืนหยัดบนเวทีโลก สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายไทยไม่มีความพร้อม สะเปะสะปะ ไม่มีความเป็นเอกภาพ
ซึ่งทั้งหมดตรงกันข้ามกับกัมพูชา ที่มีความพร้อมเพรียงกัน ผ่านการซักซ้อมมาเป็นอย่างดี โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการผลักดันเรื่องสู่เวทีนานาชาติ ล้อมกรอบบีบไทยให้ไปขึ้นศาลโลก เพื่อวางบรรทัดฐานทางกฎหมายในอนาคต
นอกจากนี้ ทางการไทยไม่อยากจะให้นานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ในข้อเท็จจริงนั้น ฝรั่งเศสถูกกัมพูชาดึงลงมาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว และฝรั่งเศสเริ่มเพ่งเล็งไทยเป็นพิเศษแล้วด้วย ซึ่งเรื่องการเมืองระหว่างประเทศนั้น ไม่สามารถนิ่งเฉยได้
ไทยจึงควรจะล็อบบี้ฝรั่งเศสกลับ โดยอาศัยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ที่มีมูลค่าสูงกว่าทางกัมพูชามาใช้ให้เป็นประโยชน์ เขาเล่นมา เราก็ต้องเล่นกลับไม่ใช่ปล่อยเขาเดินหมากฝ่ายเดียว
#TheStructure
#TheStructureNews
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ชายแดนไทยกัมพูชา
#ปณิธานวัฒนายากร