โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1 ก.ค. วันตัดสินชะตาแพทองธาร ปิดฉากระบอบชินวัตร?

สยามรัฐ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 02.20 น.

เมื่อคลิปเสียงความยาวไม่ถึง 10 นาที กลายเป็นชนวนที่อาจสั่นสะเทือนทั้งรัฐบาล และถึงขั้น “ปิดฉากระบอบชินวัตร” อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด การนัดพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จึงไม่ใช่เพียง “อีกหนึ่งวัน” ทางการเมือง แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของไทยในรอบสองทศวรรษ

จุดเริ่มต้น: คลิปเสียงที่มากกว่าคำพูด

ต้นตอของพายุการเมืองครั้งนี้คือ “คลิปเสียงสนทนา” ที่อ้างว่าเป็นการเจรจาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาสะเทือนความมั่นคง โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวถึง “แม่ทัพภาคที่ 2” และการอ้างถึงการเชื่อมโยงเชิงอำนาจระหว่างสองตระกูล

แม้น.ส.แพทองธารจะยอมรับว่าเป็นเสียงจริง และชี้แจงว่าเป็น “เทคนิคการเจรจา” แต่คลื่นการเมืองได้ถาโถมมาแล้ว คำอธิบายไม่ได้หยุดแรงสั่นสะเทือน หากกลับกลายเป็นชนวนให้ฝ่ายต่อต้าน “ระบอบชินวัตร” ตอกย้ำความไม่ชอบธรรม และเดินเกมล้มรัฐบาลอย่างเป็นระบบ

คำร้องถอดถอน: เมื่อเวทีอำนาจขยับสู่ศาลรัฐธรรมนูญ

คำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรีถูกยื่นโดยประธานวุฒิสภา ในนามของสมาชิกวุฒิสภา 36 คน ที่ชี้ชัดว่าพฤติกรรมของน.ส.แพทองธารอาจเข้าข่าย “ขัดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ตามมาตรา 160 และ 170 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งหากศาลรับคำร้อง ก็มีสิทธิสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

พร้อมกันนั้น ป.ป.ช. ก็รับเรื่องตรวจสอบ โดยระบุว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเช่นกัน นี่จึงไม่ใช่เพียงคดีความธรรมดา แต่คือยุทธศาสตร์การตีโต้ทางกฎหมายที่อาจ “ล้มทั้งระบบ”

แรงกดดันรอบด้าน: เมื่อเวทีการเมืองขยับสู่การชำระระบอบ

นอกจากหน่วยงานรัฐและองค์กรอิสระแล้ว สังคมเองก็แตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน

ฝ่ายสนับสนุนพรรคเพื่อไทย มองว่าเป็น “มรสุมทางการเมือง” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโค่นนายกฯหญิงของพรรคเพื่อไทย โดยไม่ให้โอกาสเธอได้ทำงานครบเทอม

ฝ่ายต่อต้านกลับมองว่า คลิปเสียงดังกล่าวคือหลักฐานที่ชัดเจนของความไม่เหมาะสม และสะท้อนพฤติกรรมของ “ระบอบชินวัตร” ที่ไม่เคารพกติกาสากลของการเมืองไทย

และอีกด้านหนึ่งยังมีความเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว มีการยื่นร้องให้ชะลอการพิจารณาคำร้องโดยหวั่นว่าจะกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ ขณะที่อีกฝ่ายเตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมหากศาลไม่รับคำร้องหรือไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

เกมวัดใจ 1 กรกฎาคม: สปอร์ตไลท์ฉายจับ “ศาลรธน.”

การพิจารณาวันที่ 1 ก.ค. 2568 คือวันชี้ชะตาไม่เพียงเฉพาะ “แพทองธาร” หากแต่หมายถึงอนาคตของรัฐบาลเพื่อไทย และแนวทางของ “ระบอบชินวัตร” ที่ครองอำนาจผ่านการเลือกตั้งมาหลายสมัย

หากศาลรับคำร้อง: นายกรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เกิดสุญญากาศทางอำนาจ เปิดช่องให้พรรคร่วมบางพรรคถอนตัว และอาจมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีใหม่ หรือยุบสภาเป็นทางออกสุดท้าย

หากศาลไม่รับคำร้อง: แม้รัฐบาลจะโล่งใจ แต่แรงเสียดทานในสังคมจะยังไม่จบ ฝ่ายต่อต้านอาจเร่งเคลื่อนไหวบนถนนและในสภา คลิปเสียงจะกลายเป็น “อาวุธทางการเมือง” ต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี

พรรคเพื่อไทยและตระกูลชินวัตร: เกมยื้อ หรือจบ?

การเมืองไทยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ถูกแบ่งชัดระหว่าง “ระบอบชินวัตร” กับ “กลุ่มอำนาจต้านชินวัตร” แต่เมื่อเกมมาถึงจุดที่น.ส.แพทองธารต้องเจอวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งแรงกดดันภายนอกและแรงต้านภายในพรรคร่วมรัฐบาล คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเธอจะ “อยู่ต่อหรือไม่” แต่คือ “ระบอบชินวัตรจะปรับตัวหรือถึงเวลาถูกปิดฉาก?”

เพราะแม้จะมีฐานเสียงประชาชนเหนียวแน่น แต่หากไม่สามารถรักษาความเชื่อมั่นของสังคมส่วนรวมและเวทีนานาชาติได้ ย่อมทำให้พลังนั้นเสื่อมถอยในระยะยาว

ระเบิดเวลา 1 กรกฎาคม

"1 ก.ค." ไม่ใช่แค่วันพิจารณาคำร้อง แต่คือ “วันตัดสินชะตาทางการเมือง” ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของไทยในรอบทศวรรษ การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของน.ส.แพทองธารอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายระบอบที่สร้างผู้นำจากตระกูลเดียวกันหลายคนต่อเนื่อง

แต่หากเธอฝ่าวิกฤตนี้ได้ ก็เท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่า “ระบอบชินวัตร” ยังไม่ตาย และพร้อมจะพลิกกลับขึ้นมาบนเกมอำนาจอีกครั้ง

#แพทองธาร #ศาลรัฐธรรมนูญ #ถอดถอนนายกรัฐมนตรี #คลิปเสียงฮุนเซน #ระบอบชินวัตร #เพื่อไทย #การเมืองไทย #1กรกฎาคม #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวร้อนการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...