โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TFMทุ่ม300 ล.ผลิตอาหารสัตว์น้ำรับดีมานด์พุ่ง

Manager Online

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.23 น. • MGR Online

"ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ "เดินหน้าลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต มุ่งสู่มาตรฐาน Industry 4.0 รวมถึงการยกระดับสายการผลิตอาหารปลาและอาหารกุ้งคิดเป็น 60 % ของกำลังการผลิตทั้งหมด หลังยอดขายอาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568 พุ่ง คาดแล้วเสร็จและเปิดใช้งานภายในเดือนสิงหาคม 2568 รองรับการเติบโตยั่งยืน

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยว่า จากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์น้ำยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพ ใส่ใจลูกค้าเก่าและใหม่ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้าของ TFM ทำให้ บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะยอดขายอาหารสัตว์น้ำของบริษัทฯ ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2568 ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปี ซึ่งเป็นผลจากการเข้าสู่ช่วง Peak Season ของอุตสาหกรรม และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าอาหารกุ้งและอาหารปลากะพงมีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยการเติบโตในส่วนของอาหารกุ้ง ได้รับแรงสนับสนุนจากคุณภาพอาหารที่ดีและสม่ำเสมอ ทำให้ส่งผลดีต่อผลการเลี้ยงกุ้งของลูกค้า และช่วยส่งผลต่อการใช้อาหารเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการขยายฐานลูกค้าใหม่และความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตลูกกุ้ง ยิ่งช่วยเสริมการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด นอกจากนี้ แนวโน้มความต้องการอาหารกุ้งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก

ขณะที่อาหารปลากะพง TFM สามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคกลาง ส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดปลากะพงในปัจจุบันยังมีความต้องการอาหารที่สามารถตอบโจทย์การผลิตเนื้อปลาคุณภาพสูง โดยเน้นลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ลดสารตกค้าง และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี ดังนั้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรม ความยั่งยืนและประสิทธิภาพในการใช้อาหาร

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFM กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีงบประมาณลงทุนรวมกว่า 300 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่โครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต โดยโครงการ BOI ที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพของอาหารสัตว์น้ำให้มีความสม่ำเสมอ อีกทั้ง ตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตผ่านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้มีระบบควบคุมอัตโนมัติที่ทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้น และมีการนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาใช้ในกระบวนการผลิต

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวประกอบด้วยการลงทุนในสายการผลิตอาหาร 4 สายการผลิต แบ่งเป็น สายการผลิตอาหารปลา 2 ไลน์ที่โรงงานมหาชัย และอาหารกุ้ง 2 ไลน์ที่โรงงานระโนด โดย 3 ไลน์เป็นการเปลี่ยนเครื่องจักรเดิมเป็นระบบอัตโนมัติที่ทันสมัย อีก 1 ไลน์เป็นการเพิ่มกำลังการผลิตอาหารกุ้งโดยใช้ระบบอัตโนมัติเช่นเดียวกัน รองรับความต้องการภาคใต้ ครอบคลุมกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของกำลังการผลิตรวม ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทฯ ไปสู่ระบบการผลิตอัจฉริยะตามแนวทาง Industry 4.0 เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศและตลาดส่งออก โดยโครงการทั้งหมดมีกำหนดแล้วเสร็จและพร้อมเปิดดำเนินการภายในเดือนสิงหาคม 2568

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน TFM ยังคงมุ่งลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างการเติบโตในระยะยาว ตอกย้ำสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานได้ถึง 741 ล้านบาท เทียบกับภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยเพียง 220 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกระแสเงินสดที่มั่นคง สภาพคล่องสูง หนี้สินต่ำ ขณะเดียวกัน ยังมีอัตราการหมุนเวียนสินค้าที่ยอดเยี่ยม TFM จึงพร้อมเดินหน้าค้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนในระยะยาว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...