สหรัฐจับ ซีอีโอคริปโตฯ ฟอกเงิน 530 ล้านดอลลาร์ หนุน ธนาคารรัสเซีย ที่ถูกคว่ำบาตร
อัยการสหรัฐฯ ฟ้อง Iurii Gugnin ผู้ก่อตั้งบริษัทคริปโตฯ ฐานฟอกเงินกว่า 530 ล้านดอลลาร์ให้เครือข่าย ธนาคารรัสเซีย ที่ถูกคว่ำบาตรและส่งออกเทคโนโลยีอ่อนไหวให้รัสเซียและอิหร่าน
วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 00.29 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อัยการรัฐบาลกลางในเขตบรูกลิน (Brooklyn) ตั้งข้อหาผู้ก่อตั้งบริษัทชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐฐานดำเนินการฟอกเงินระดับนานาชาติอย่างซับซ้อน มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ โดยเงินส่วนใหญ่ถูกส่งต่อให้กับธนาคารรัสเซียที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรและหน่วยงานอื่น ๆ
Iurii Gugnin ชายชาวรัสเซียวัย 38 ปี ผู้อาศัยอยู่ในแมนฮัตตัน ถูกจับกุมและส่งฟ้องเมื่อวันจันทร์ และถูกสั่งควบคุมตัวโดยไม่ให้ประกันระหว่างรอการพิจารณาคดี
Gugnin เผชิญกับคำฟ้องรวม 22 กระทง โดยรวมถึงข้อหาฉ้อโกงผ่านระบบธนาคารและระบบสื่อสาร ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรและข้อกำหนดควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ฟอกเงิน และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการฟอกเงิน (AML)
ผู้ช่วยอัยการสูงสุด Eisenberg แถลงว่า “จำเลยถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนบริษัทคริปโตฯ ให้กลายเป็นช่องทางลับในการฟอกเงินสกปรก ส่งเงินกว่า 500 ล้านดอลลาร์ผ่านระบบการเงินของสหรัฐ เพื่อช่วยธนาคารรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร และจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐให้กับผู้ใช้งานชาวรัสเซีย”
อัยการระบุว่า Gugnin ใช้บริษัทของตน ได้แก่ Evita Investments และ Evita Pay ในการดำเนินธุรกรรมการเงินรวมกว่า 530 ล้านดอลลาร์ โดยปกปิดแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ของเงิน ผ่านธนาคารในสหรัฐและแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตฯ โดยส่วนใหญ่ใช้ “Tether” ซึ่งเป็น stablecoin ที่มีมูลค่าผูกกับดอลลาร์
ลูกค้าของเขารวมถึงบุคคลและธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับธนาคารรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร เช่น Sberbank, VTB Bank, Sovcombank, Tinkoff และรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซียอย่าง Rosatom
ในการดำเนินแผนฟอกเงินดังกล่าว Gugnin ถูกกล่าวหาว่า แจ้งข้อมูลเท็จเกี่ยวกับขอบเขตธุรกิจ ปลอมเอกสารการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (compliance) และโกหกธนาคาร รวมถึงแพลตฟอร์มคริปโตฯ เกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับรัสเซีย อัยการระบุว่าเขาปกปิดแหล่งเงินผ่านบัญชีบริษัทบังหน้า และปลอมแปลงใบแจ้งหนี้มากกว่า 80 ฉบับ โดยลบชื่อของคู่ค้าชาวรัสเซียออกทางดิจิทัล
เจ้าหน้าที่สอบสวนยังอ้างถึงประวัติการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตของ Gugnin เช่น“จะรู้ได้อย่างไรว่ามีการสอบสวนคุณอยู่” และ “โทษฐานฟอกเงินในสหรัฐมีอะไรบ้าง” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขารู้ตัวว่ากำลังถูกจับตา
กระทรวงยุติธรรมระบุว่า Gugnin มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรัสเซีย และเจ้าหน้าที่ในอิหร่าน ทั้งสองประเทศไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐ
นอกจากนี้เขายังถูกกล่าวหาว่าช่วยในการ ส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐไปยังลูกค้าชาวรัสเซีย รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกจัดประเภทอยู่ภายใต้การควบคุมด้านการต่อต้านการก่อการร้าย
Gugnin เคยปรากฏในบทความของ Wall Street Journal เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ในฐานะผู้เช่าระดับไฮเอนด์ในแมนฮัตตัน ซึ่งรายงานว่าเขาจ่ายค่าเช่าห้องพักเดือนละ 19,000 ดอลลาร์
หากศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฉ้อโกงผ่านระบบธนาคาร เขาอาจถูกจำคุกสูงสุด 30 ปี แต่หากถูกตัดสินว่าผิดในทุกกระทง เขาอาจต้องรับโทษจำคุกต่อเนื่องนานกว่าช่วงชีวิตที่เหลือของเขา
อ้างอิง : cnbc.com