โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” ปี 2568 เป็น 3.0% ส่วนเศรษฐกิจไทยคาดโต 2.0%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 04.14 น.

IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ "เศรษฐกิจโลก" ปี 2568 เป็น 3.0% ส่วนเศรษฐกิจไทยคาดโต 2.0% เตือนเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเสี่ยงใหญ่ การปรับขึ้นอัตราภาษี ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นในหลายประเทศ

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 00.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศเมื่อวันอังคารว่าได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกสำหรับปี 2568 และ 2569 เล็กน้อย โดยให้เหตุผลว่ามีการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้ามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก่อนที่อัตราภาษีของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม ประกอบกับอัตราภาษีที่แท้จริงของสหรัฐที่ลดลงจาก 24.4% เหลือ 17.3%

อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่าเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเสี่ยงใหญ่ ได้แก่ การปรับขึ้นอัตราภาษีอีกครั้ง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นและเงื่อนไขการเงินทั่วโลกตึงตัวขึ้น

ปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าวว่า“เศรษฐกิจโลกยังเจ็บปวด และจะยังเจ็บต่อไปตราบใดที่อัตราภาษียังอยู่ในระดับนี้ แม้จะไม่เลวร้ายเท่าที่เคยคาดไว้”

ในการอัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) จากเดือนเมษายน IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกในปี 2568 ขึ้น 0.2% เป็น 3.0% และปี 2569 ขึ้น 0.1% เป็น 3.1% อย่างไรก็ตามตัวเลขใหม่นี้ยังคงต่ำกว่าคาดการณ์เดือนมกราคมที่ 3.3% และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดโควิดซึ่งอยู่ที่ 3.7%

IMF คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของโลกจะลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ในปี 2568 และ 3.6% ในปี 2569 แต่เตือนว่าเงินเฟ้อในสหรัฐอาจยังอยู่เหนือเป้าหมาย เนื่องจากผลกระทบจากภาษีที่จะส่งผ่านต้นทุนมายังผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี

อัตราภาษีที่แท้จริงของสหรัฐ (คำนวณจากรายได้ภาษีนำเข้าเทียบกับมูลค่านำเข้าสินค้า) ลดลงตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ยังสูงกว่าระดับ 2.5% เมื่อเดือนมกราคมอย่างมาก ส่วนอัตราภาษีของประเทศอื่น ๆ อยู่ที่ 3.5% ลดลงจาก 4.1% ในเดือนเมษายน

นับตั้งแต่เดือนเมษายนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่นคลอนระบบการค้าโลกด้วยการเก็บภาษี 10% ครอบคลุมเกือบทุกประเทศ พร้อมเตรียมขึ้นภาษีอีกในวันที่ 1 สิงหาคม

ภาษีแบบตอบโต้ที่สหรัฐและจีนเคยประกาศไว้อย่างรุนแรงนั้นถูกพักไว้จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม โดยการเจรจาที่สตอกโฮล์มในสัปดาห์นี้อาจนำไปสู่การขยายเวลาการพักภาษีออกไปอีก

ขณะเดียวกันสหรัฐได้ประกาศภาษีสูงถึง 25–50% สำหรับรถยนต์ เหล็ก และโลหะ และเตรียมประกาศเพิ่มอีกสำหรับ ยา ไม้แปรรูป และชิปเซมิคอนดักเตอร์

IMF ระบุว่าการขึ้นภาษีเพิ่มเติมเหล่านี้ยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการล่าสุด และหากดำเนินการจริงจะ ดันอัตราภาษีให้สูงขึ้นอีก ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในห่วงโซ่อุปทานและซ้ำเติมผลกระทบจากภาษี

กูรินชาสกล่าวว่า IMF กำลังประเมินข้อตกลงภาษีใหม่ที่สหรัฐเพิ่งบรรลุร่วมกับสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราภาษีเฉลี่ยราว 15% ใกล้เคียงกับอัตรา 17.3% ที่ IMF ใช้ในประมาณการปัจจุบัน

“ตอนนี้เรายังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใหญ่จากอัตราภาษีที่แท้จริงของสหรัฐ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าข้อตกลงเหล่านี้จะยั่งยืนหรือไม่”

การจำลองโดย IMF ระบุว่าหากมีการใช้อัตราภาษีสูงสุดตามที่ประกาศในเดือนเมษายนและกรกฎาคมจริง การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 อาจต่ำลงราว 0.2% แม้เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงความยืดหยุ่น แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันสะท้อนถึงความบิดเบือนจากนโยบายการค้ามากกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

“แนวโน้มปี 2568 ได้แรงหนุนจากการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าอย่างมากในช่วงก่อนขึ้นภาษี แต่นั่นจะหายไปเร็ว ๆ นี้ และจะกลายเป็นแรงฉุดต่อเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี และลากยาวถึงปี 2569 …เรากำลังเผชิญกับผลสะท้อนของการเร่งสต็อกสินค้าในช่วงก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ”

เขายังเตือนว่าอัตราภาษีทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง และสัญญาณล่าสุดชี้ว่าราคาสินค้าในสหรัฐเริ่มขยับขึ้นแล้ว

อีกหนึ่งปัจจัยที่ผิดจากอดีตคือ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการค้า โดยกูรินชาสระบุว่า “เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินในสหรัฐ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มแรงกระแทกจากภาษีให้กับประเทศอื่น ๆ”

นอกจากนี้ IMF ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในปีนี้เป็น 4.1% จากเดิม 3.7% โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลจากการเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้า (frontloading) และมุมมองที่สดใสขึ้นต่อเศรษฐกิจจีน

ในรายงานอัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร IMF ยังปรับประมาณการการเติบโตของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในปี 2569 ขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.0% จาก 3.9% จีน เป็นประเทศที่ได้รับการปรับประมาณการเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโต 4.8% ในปี 2568 เทียบกับการคาดการณ์เดิมที่ 4.0%

“การปรับเพิ่มนี้สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าคาดในช่วงครึ่งปีแรก และการลดภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐ–จีนอย่างมีนัยสำคัญ”

นอกจากนี้ IMF ยังระบุว่า สำหรับทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง ได้มีการสมมติให้การพักการเก็บภาษี (pause on higher tariffs) ยังคงมีผลต่อเนื่องแม้จะพ้นกำหนดเดิม และยังไม่มีการนำอัตราภาษีที่สูงขึ้นมาใช้จริง

แม้ว่าจีนจะรายงานตัวเลขการเติบโต 5.2% ในไตรมาส 2 แต่ IMF เตือนว่าเศรษฐกิจจีนที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกยังเผชิญความเปราะบางท่ามกลางสงครามการค้า โดยจีนยังคงต้องเผชิญกับเส้นตายวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อให้บรรลุข้อตกลงภาษีที่ยั่งยืนกับสหรัฐ หลังจากบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นไปในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ขณะที่หลายประเทศมีกำหนดเริ่มเรียกเก็บภาษีใหม่ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ การเจรจาระหว่างสหรัฐ–จีนยังคงดำเนินอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม

IMF เตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงด้านลบ เนื่องจากสมมติฐานพื้นฐานยังขึ้นอยู่กับดุลยภาพที่เปราะบางของนโยบายการค้า ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

สำหรับเศรษฐกิจไทย IMF ปรับขึ้นคาดการณ์ GDP ปีนี้เป็นขยายตัว 2% หรือดีขึ้น 0.2% เมื่อเทียบคาดการณ์เดือน เม.ย.ที่ 1.8% นอกจากนี้ยังปรับขึ้นคาดการณ์ของปี 2569 เป็นขยายตัว 1.7% จากเดิมให้ไว้ที่ 1.6%

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...