โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทัศนคติที่ดี” คือ “มองเงินเป็นเพื่อน หรือกัลยาณมิตรที่ดี” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 11.31 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

Where2put Ur Money: เมื่อเอ่ยถึงสิ่งที่เรียกกันว่า “เงิน (Money) คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับเจ้าสิ่งนี้ เพราะ เงินถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ลองคิดกันดูเล่นๆ ว่า หากไม่มีเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ตัวเรา และครอบครัวจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร จะจับจ่ายใช้สอยซื้ออาหารเครื่องใช้ ตลอดจนสิ่งของจำเป็นต่างๆ ที่เราต้องการได้อย่างไร หรือหากอยากไปเที่ยวที่ไหนๆ ถ้าไม่มีเงินก็คงเป็นไปได้ยาก
“ในทางกลับกัน หากเรามีเงินมากพอ อยากจะได้อะไร หรือทำอะไรก็สามารถที่จะใช้เงินไปจับจ่ายซื้อหาได้อย่างสะดวก หรือจะไปเที่ยวที่ไหนก็ย่อมได้ อย่างไรก็ตาม หากเรามีเงิน แต่ถ้าไม่รู้จักออม และรู้จักใช้ เงินก็อาจอันตรธานหายไปจากชีวิตเราได้เช่นกัน”
แน่นอนว่า เมื่อ “หาเงินเป็น” แล้ว ก็ต้องรู้จัก “เก็บออม” ไว้บ้าง เผื่อเอาไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน หรือเมื่อเกิดมรสุมชีวิตขึ้นในอนาคต หากแต่หลายๆ คนกลับไม่รู้จักที่จะเก็บออม เลือกที่จะใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายตามแต่ใจตนเองแทน จนในที่สุดเงินที่หาได้มานั้นก็แทบจะไม่มีเหลือ ทีนี้หากในช่วงเวลาดังกล่าว เราเกิดมีความจำเป็นที่ต้องการใช้เงินขึ้นมาจริงๆ ละ เราจะต้องทำอย่างไร
“บางคนอาจตอบว่า ก็ ‘ทำงานหาเงิน’ เพิ่มสิ แต่การทำงานก็ใช่ว่าจะสามารถรับเงินมาใช้ได้ในทันทีตามที่เราต้องการ ต้องใช้เวลากว่าที่จะได้รับเงินได้จากการทำงานมาจริงๆ จึงอาจทำให้ได้เงินมาไม่ทันกับช่วงเวลาที่จำเป็นต้องการใช้เงินนั้นๆ นอกจากนี้ หากคิดในกรณีที่แย่ที่สุด คือ ‘ถ้าหางานไม่ได้’หรือไม่มีใครจ้างเราทำงานละ…จะต้องทำอย่างไร! … เราก็คงจะไม่มีเงินมาใช้ในช่วงเวลาที่จำเป็นดังกล่าวนั้นได้ และประสบกับปัญหาทางการเงินในที่สุด”
แต่บางคนก็อาจมีคำตอบต่อไปว่า งั้นก็ไป“กู้ยืมเงิน” เพื่อเอามาใช้ในช่วงเวลาที่จำเป็นดังกล่าวแทนก่อนก็ได้นี่ ตรงนี้แม้ว่า การกู้ยืมจะทำให้เรามีเงินมาใช้ก่อนได้ก็จริง แต่ก็ทำให้เรามีภาระผูกพันจากการเป็นหนี้ โดยเราในฐานะผู้กู้ หรือลูกหนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ หรือเจ้าหนี้ ซึ่งถือเป็นต้นทุนทางการเงินที่เราต้องแบกรับเพิ่มขึ้นจนกว่าจะมีการชำระหนี้หมดสิ้น

“นอกจากนี้ หากถึงเวลาครบกำหนดชำระหนี้ แต่เราไม่สามารถชำระคืนได้ละ…จะเกิดอะไรขึ้น!… เราก็จะเสียเครดิต ตลอดจนชื่อเสียงของตนเอง และอาจโดนเจ้าหนี้ฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลจนถึงขั้นล้มละลายก็เป็นได้ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใส่ใจ และเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดเบื้องต้นในการบริหารเงินให้ได้อย่างถูกต้อง โดยเริ่มต้นจากการปรับทัศนคติที่มีต่อเงินกันเสียก่อน!”
ทั้งนี้ อย่าได้มีทัศนคติ มองเงินเป็นพระเจ้า อย่างเด็ดขาด เพราะเมื่อเรามองเงินเป็นพระเจ้าที่สามารถดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ชีวิตของเราได้แล้วนั้น เราก็ย่อมที่จะชื่นชมบูชาเงิน และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมามากที่สุดโดยไม่สนใจถึงความผิดชอบชั่วดีที่อาจเกิดขึ้น ไม่สนใจเรื่องจริยธรรม และศีลธรรมที่พึงมี แต่กลับมีความเชื่อว่า ขอเพียงแต่มีเงินมากๆ ก็สามารถดลบันดาลให้ชีวิตเป็นไปตามใจปรารถนาได้ทุกอย่าง หรือขอให้มีช่องทางในการได้เงินมาเยอะๆ ก็ย่อมทำให้ชีวิตสุขสบายไปได้โดยตลอด ถึงกับยอมทำงานทุจริตผิดกฎหมาย หลอกลวง ฉ้อโกง ทรยศหักหลัง หรือเป็นมิจฉาชีพ เพื่อที่จะได้มีเงินมาใช้จ่ายเยอะๆ ตามที่ต้องการ
“แน่นอนว่า ทัศนคติแบบนี้จะเป็นทัศนคติด้านลบที่ไม่ควรจะมี เพราะให้ความสำคัญกับเงินเป็นหลัก ส่งผลให้เรากลายเป็นทาสของเงิน และรักเงินมากกว่าพระเจ้าในที่สุดนั่นเอง”
นอกจากนี้ ไม่ควรมีทัศนคติ มองเงินเป็นปีศาจ ที่เชื่อว่า ความร่ำรวยเป็นรากเหง้าของความชั่วร้าย และความโลภ การพูดแต่เรื่องเงินเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ซึ่งนี่เป็นการตีความที่ผิดๆ คิดว่า เงินเป็นความชั่วร้ายในตัวเอง ในขณะที่ความเป็นจริงนั้น ความรักในเงินต่างหากที่เป็นต้นตอของความชั่วร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ หากมีใครที่มองเงินเป็นปีศาจ ก็สามารถส่งต่อเงินมาให้ผู้เขียนกำจัดให้แทนก็ได้ (ล้อเล่นนะครับ)
อีกหนึ่งทัศนคติด้านลบที่แย่ที่สุดที่มีต่อเงินก็คือ ทัศนคติ มองเงินเป็นศัตรู โดยศัตรูที่ร้ายกาจก็ควรกำจัดทิ้ง หรืออยู่ในห่างไกลจากคนๆ นั้น คนแบบนี้ก็คือ คนที่ปล่อยเงินออกจากกระเป๋าง่ายๆ โดยไม่คิดที่จะเก็บออม แต่กลับมองเห็นเงินเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดให้หมด หรือใช้จ่ายจนหมดไปในที่สุด
อย่างไรก็ตาม “ทัศนคติที่ดี” และควรมีต่อเงินก็คือ มองเงินเป็นเพื่อน หรือกัลยาณมิตรที่ดี ของเรา โดยเก็บเงินไว้ให้อยู่กับเรานานๆ เสมือนกับการเก็บรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อน หรือกัลยาณมิตรให้เป็นไปอย่างยืนยาว นอกจากนี้ เพื่อนดีๆ ก็สามารถช่วยเหลือเรายามเดือดร้อน หรือยามฉุกเฉินได้ เปรียบเสมือนกับเงินที่มีไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หรือยามที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิต ที่
สำคัญ เพื่อนที่ดีก็ยังช่วยทำงานแทนเราได้อีกด้วย เปรียบเสมือนกับการเรียนรู้วิธี “การใช้เงินทำงานแทน” เพื่อต่อยอดความมั่นคงจนเกิดความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในชีวิตได้นั่นเองครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...