โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หอการค้าไทยชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำกว่า 1% หากภาษีสหรัฐฯ ค้างอยู่ภาษี 36% ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 28 เดือน

THE STANDARD

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.28 น. • thestandard.co
หอการค้าไทยชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำกว่า 1% หากภาษีสหรัฐฯ ค้างอยู่ภาษี 36% ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 28 เดือน

หอการค้าไทยเผยเศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำกว่า 1% ในปีนี้ หากภาษีสหรัฐฯ คงอยู่ที่ 36% ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2568 ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ต่ำสุดในรอบ 28 เดือน จากปัจจัยการเมืองและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (9 กรกฎาคม) รศ. ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 52.7 “ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ทุกรายการ และต่ำสุดในรอบ 28 เดือน”

ทั้งนี้ ดร. ธนวรรธน์ชี้ว่า การสำรวจส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนที่สถานการณ์การเมือง และความขัดแย้งระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชากำลังรุนแรง จึงทำให้ค่าความเชื่อมั่นที่สะท้อนออกมา ยังไม่ปรากฏผลกระทบของสงครามการค้า ซึ่งคาดว่าจะมีแรงกระแทกออกมาให้เห็นในเดือนต่อไป

หวั่นภาษี 36% กด GDP โตต่ำกว่า 1%

สำหรับประเด็นสงครามการค้า ดร. ธนวรรธน์กล่าวว่าไทยยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า 36% เนื่องจากสหรัฐฯ ยังเปิดช่องทางให้เจรจาได้ถึงวันที่ 1 สิงหาคมนี้

ดร. ธนวรรธน์มองว่า หากไทยยื่นข้อเสนอเว้นภาษีให้สหรัฐฯ 0% สำหรับสินค้าหลายรายการ จะทำให้วัตถุดิบและเครื่องจักรส่วนใหญ่ ซึ่งไทยพึ่งพาการนำเข้าจากจีนและญี่ปุ่นมาแต่เดิม ถูกแทนที่โดยสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบในภาคสินค้าเกษตรบางรายการ ซึ่งต้องจับตาต่อไปดูว่าทีมเจรจาของไทยจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในอัตราภาษีเท่าไร

โดยหอการค้าไทยประเมินว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยจะเติบโตอยู่ในอัตรา 1.7% ปีนี้ อย่างไรก็ตาม หากไทยต้องเผชิญอัตราภาษี 36% ที่เริ่มเก็บตั้งแต่ 1 สิงหาคมไปจนถึงสิ้นปี คาดว่าจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท และมีโอกาสที่ GDP ไทยจะโตต่ำกว่า 1%

อย่างไรก็ตาม ดร. ธนวรรธน์มองว่านับเป็นข้อดีที่ไทยถูกเลื่อนเก็บภาษีไปอีก 3 สัปดาห์ ทำให้ไทยสามารถวางแผนสำรอง ออกมาตรการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบได้บ้าง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากไทยถูกเรียกเก็บโดยสหรัฐฯ ด้วยอัตราภาษี 20-36% คาดว่าจะสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 400,000-600,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งดร. ธนวรรธน์ระบุว่า จำเป็นต้องรอตัวเลขการส่งออกในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม จึงจะสามารถประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ชัดเจนขึ้น

เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามถึงเงื่อนไขการเจรจา ‘Trans-Shipment’ ดร. ธนวรรธน์กล่าวว่า จำเป็นต้องนิยามคำดังกล่าวกับทางสหรัฐให้ชัดเจน ว่าหมายถึงอะไรได้บ้าง เช่น เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) นับเป็น ‘Trans-Shipment’ ไหม หรือ การที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาถือหุ้นข้างมากและมีสัดส่วนการลงทุนเกิน 50% นับด้วยหรือเปล่า

เช่นเดียวกันกับการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ว่านิยามครอบคลุมแค่ไหน ซึ่งไม่แน่ใจว่าสหรัฐฯ หมายถึงการเป็นสมาชิกถาวรอย่างเดียวหรือไม่ ซึ่งไทยเป็นแค่หุ้นส่วนจะถูกนับรวมด้วยหรือเปล่า

ภาคธุรกิจส่งเสียงเรียกร้องกระตุ้นเศรษฐกิจ

หอการค้าไทยเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม 46.7 ปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนพฤษภาคม ที่อยู่ในระดับ 48.1 ซึ่งส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากเมื่อช่วงต้นปี ที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะฟื้นตัวขึ้นได้

ภาคธุรกิจส่วนใหญ่เรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงดูแลสภาพคล่องของธุรกิจ และดูแลมาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงหนี้เสีย

จากผลกระทบจากอัตราภาษี 36% ที่คาดไว้ราว 200,000 ล้านบาท อาจทำให้งบกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 157,000 ล้านบาทดูไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ดร. ธนวรรธน์มองว่า ควรพิจารณาที่ความเร็วในการไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของงบประมาณดังกล่าวแทน

ซึ่งดร ธนวรรธน์มองว่าหากภาครัฐนำเงินอีก 40,000 ล้านที่ยังเหลืออยู่ ไปดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนและมีเม็ดเงินสะพัดเร็ว กับอีกส่วนหนึ่ง นำไปช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยว ซึ่งดร. ธนวรรธน์เชื่อว่า เป้าหมายนักท่องเที่ยว 35 ล้านคนยังเป็นไปได้ เนื่องจากครึ่งปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวแล้ว 16 ล้านคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...