โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ประธานอาเซียน” เตือน “ภาษี” กลายเป็นอาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์ วิจารณ์สหรัฐใช้กดดันประเทศอื่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.38 น.

“ประธานอาเซียน” เตือน "ภาษี" ข้อจำกัดส่งออกกลายเป็นเครื่องมือแบ่งขั้วโลก ไม่ใช่เครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจอีกต่อไป ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ที่เล่นงานอาเซียน 6 ประเทศ

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.03 น. สำนักข่าว Nikkie Asia รายงานว่า อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เตือนว่าขณะนี้ภาษีกำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกดดัน โดดเดี่ยว และควบคุม ประเทศอื่น ๆ โดยกล่าวถ้อยแถลงนี้ในการเปิดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งคาดว่านโยบายการค้าของสหรัฐจะกลายเป็นประเด็นสำคัญในการหารือ

อันวาร์กล่าวระหว่างพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า “ทั่วโลก เครื่องมือที่เคยใช้เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ บัดนี้กลับถูกใช้เพื่อกดดัน โดดเดี่ยว และจำกัดประเทศอื่น …ภาษี การจำกัดการส่งออก และอุปสรรคด้านการลงทุน กลายเป็นอาวุธที่คมกริบของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์”

อันวาร์ยังเตือนผู้นำอาเซียนให้เผชิญหน้ากับความจริงดังกล่าวด้วยความชัดเจนและความมุ่งมั่น พร้อมเน้นว่าความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนต้องไม่หยุดอยู่แค่ถ้อยแถลงเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศชุดอัตราภาษีใหม่ที่กระทบประเทศสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ ภาษี 40% สำหรับสินค้าจากเมียนมาและลาว, 36% สำหรับไทยและกัมพูชา, 32% สำหรับอินโดนีเซีย และ 25% สำหรับมาเลเซีย

ในปีนี้ มาเลเซียดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของอาเซียน การประชุมในสัปดาห์นี้ประกอบด้วยการประชุมภายในของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน และตามด้วยการประชุมกับประเทศคู่เจรจาสำคัญ เช่น สหรัฐฯ จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และอินเดีย

ร่างถ้อยแถลงร่วมของที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่ง Nikkei Asia ได้ตรวจสอบระบุว่าการดำเนินมาตรการภาษีฝ่ายเดียว เป็นผลเสียและเสี่ยงต่อการซ้ำเติมการแบ่งแยกเศรษฐกิจโลก และก่อให้เกิดความท้าทายที่ซับซ้อนต่อเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน

ด้าน อาจารย์คู หยิง ฮุ่ย รองศาสตราจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยมาลายา ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ว่า การประกาศภาษีของทรัมป์ครั้งล่าสุด มีเจตนาเพื่อแสดงความแข็งแกร่งและฟื้นฟูแนวคิดอเมริกาต้องมาก่อน (America First) แม้จะต้องโจมตีพันธมิตรอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ก็ตาม

“เรื่องนี้ดูเหมือนจะเน้นสัญลักษณ์ทางการเมืองมากกว่ากลยุทธ์ เพื่อแสดงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าเขาเด็ดขาดเรื่องการค้า ไม่ว่าคู่ค้าจะเป็นใคร”

คูยังกล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เริ่มดำเนินการกระจายตลาด ส่งเสริมการรวมกลุ่มในภูมิภาค และลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมเสริมว่าการค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (South–South trade) กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และความเคลื่อนไหวเหล่านี้ “มีแนวโน้มจะเร่งตัวและลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

ในสุนทรพจน์ของเขา อันวาร์ย้ำว่า ความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN centrality) ต้องได้รับการคงไว้ พร้อมเน้นว่าอาเซียนต้องเป็นศูนย์กลางของการเจรจาท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก

“ระเบียบโลกกำลังสั่นคลอน ..ความขัดแย้ง การบีบบังคับ และความไม่ไว้วางใจกำลังกลายเป็นนิยามของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจำนวนมาก และมีผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียหรือพลิกผันชีวิตจากผลของสิ่งเหล่านี้”

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...