โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อียูกางแผน “กลยุทธ์กักตุนสินค้าจำเป็น” เพื่อเตรียมรับมือกับสงคราม

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 04.59 น. • เดลินิวส์
สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศแผนการแรกที่จะช่วยกักตุนสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร น้ำ เชื้อเพลิง และยารักษาโรค ในกรณีที่เกิดวิกฤติ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการทำสงครามกับรัสเซีย

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า “กลยุทธ์การกักตุน” จากฝ่ายบริหารอียูในกรุงบรัสเซลส์ มีขึ้นในขณะที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เตือนว่า รัสเซีย ซึ่งกำลังทำสงครามกับยูเครน อาจพร้อมที่จะโจมตีกลุ่มพันธมิตรภายใน 5 ปีข้างหน้า

อียู ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก 27 ประเทศ เริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมในวงกว้าง เพื่อเสริมกำลังทหาร และพยายามทำให้แน่ใจว่า กลุ่มสามารถป้องกันตนเองได้ภายในปี 2573

“เป้าหมายนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือ การสร้างความมั่นใจว่า สิ่งของที่จำเป็นต่อสังคมของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งของที่ช่วยชีวิตผู้คน มีอยู่เสมอ และยิ่งเราเตรียมพร้อมมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งตื่นตระหนกน้อยลงเท่านั้น” นางฮัดยา ลาห์บิบ กรรมาธิการด้านการจัดการภาวะวิกฤติของอียู กล่าว

อนึ่ง อียูระบุว่า แผนการกักตุนฉบับใหม่ มีเป้าหมายเพื่อรักษาความต่อเนื่องของสินค้าสำคัญในช่วงที่เกิดวิกฤติต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความขัดแย้ง หรือโรคระบาด

นอกจากนี้ แผนการดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อประสานงานสต๊อกสินค้า ระบุช่องว่าง และเสริมสร้างคลังสำรองสินค้าระดับอียูให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งระดับการเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติในกลุ่มพลเมืองของอียู จะมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศสมาชิก.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...