โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัยชี้ “อีโมจิ” อาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาความสัมพันธ์

SpringNews

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.18 น.

ผลการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน เผยว่า การใช้อีโมจิในข้อความสามารถช่วยเสริมสร้างความใกล้ชิดและความพึงพอใจในความสัมพันธ์ โดยเฉพาะในยุคที่การสื่อสารผ่านโลกออนไลน์มีบทบาทสำคัญมากขึ้น

แค่เพิ่มอีโมจิ ก็เปลี่ยนความรู้สึกได้

ในการศึกษา นักวิจัยได้คัดเลือกผู้เข้าร่วมจำนวน 260 คน อายุระหว่าง 23–67 ปี และสุ่มให้แต่ละคนอ่านข้อความตัวอย่างจำนวน 15 ชุด ซึ่งมีเนื้อหาที่เหมือนกันทุกประการ ยกเว้นเพียงบางชุดที่ใส่อีโมจิไว้ในข้อความ ขณะที่อีกบางชุดไม่มีอีโมจิเลย

ผู้เข้าร่วมถูกขอให้จินตนาการว่าตนเองเป็นผู้ส่งข้อความ และให้ประเมินการตอบสนองของคู่สนทนา โดยเน้นไปที่“ความรู้สึกว่าอีกฝ่ายตอบสนองต่ออารมณ์ของตน” (perceived partner responsiveness)

ผลลัพธ์ชัดเจน ผู้ที่ได้รับข้อความที่มีอีโมจิ รู้สึกว่าคู่สนทนามีความใส่ใจ และมีความเข้าอกเข้าใจมากกว่าข้อความที่ไม่มีอีโมจิเลย โดยความรู้สึกเหล่านี้เชื่อมโยงอย่างมีนัยกับระดับความพึงพอใจและความใกล้ชิดในความสัมพันธ์

ซัลลี ฮูห์ (Sally Huh) นักวิจัยผู้ร่วมศึกษาระบุว่า “ที่น่าสนใจคือ เราไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างอีโมจิที่เป็นรูปหน้า กับอีโมจิประเภทอื่น เช่น หัวใจ ดอกไม้ หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ”

เธอกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ผู้รับรู้สึกว่าอีกฝ่าย “ตอบสนองต่ออารมณ์” คือ “การมีอยู่” ของอีโมจิในข้อความ ไม่ใช่ชนิดของอีโมจินั้นเอง ซึ่งสวนทางกับความเชื่อเดิมที่ว่าต้องใช้อีโมจิให้ “ถูกประเภท” ถึงจะได้ผลทางอารมณ์

แม้จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลเล็ก ๆ แต่ทีมวิจัยชี้ว่า อีโมจิทำหน้าที่มากกว่าการตกแต่งข้อความ หรือแสดงอารมณ์พื้นฐาน เพราะมันยังส่งสัญญาณทางจิตวิทยาได้ว่า ผู้ส่งกำลัง “เอาใจใส่” ต่อบทสนทนา และใช้เวลาเลือกสื่ออารมณ์ให้เหมาะสม

“การใช้สัญลักษณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเชื่อมโยงกับอารมณ์ของคู่สนทนา ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น แม้จะเป็นเพียงบทสนทนาสั้น ๆ ทางออนไลน์” ฮูห์กล่าว

ทีมวิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่า ในโลกที่การสื่อสารเปลี่ยนไปอยู่บนหน้าจอมือถือและแอปแชตมากขึ้นทุกวัน การเข้าใจบทบาทของ “ภาษาทางอารมณ์” อย่างอีโมจิ จึงสำคัญไม่แพ้การเข้าใจน้ำเสียงหรือสีหน้าของคู่สนทนาในชีวิตจริง

ที่มา :nypost

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...