โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มาเลเซีย” ยืนยันไม่มีแผนตอบโต้ภาษีสหรัฐ 25% มั่นใจยังมีเวลาเจรจาข้อตกลงการค้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.10 น.

"มาเลเซีย" ยืนยันไม่มีแผนตอบโต้ภาษีนำเข้าสหรัฐ แม้ถูกเก็บภาษี 25% ชี้ยังมองโลกในแง่ดีว่าจะบรรลุข้อตกลงภายในเส้นตาย 1 ส.ค. พร้อมเดินหน้าเจรจาต่อกับ USTR

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.01 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตวน ตงกู ซาฟรูล อะซีซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันพุธว่า มาเลเซียไม่มีแผนจะตอบโต้การที่สหรัฐปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากมาเลเซียในอัตรา 25% และยังคงมองโลกในแง่ดีว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้

ซาฟรูลกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ในเวที Reuters NEXT Asia Summit ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า มาเลเซียยังมีเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ในการเจรจารายละเอียดขั้นสุดท้ายของข้อตกลง

“ผมเพิ่งพูดคุยกับ USTR (สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ) เมื่อวานนี้ และเราตกลงร่วมกันว่าเรายังสามารถเดินหน้าเจรจาต่อไปได้ ดังนั้น เรายังมีเวลา” ซาฟรูลกล่าว

“เรารู้สึกขอบคุณที่เส้นตายถูกขยายออกไปถึงวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งช่วยให้ผมมีเวลาปรับรายละเอียดการเจรจาเพิ่มเติมได้บ้าง”

มาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์รายสำคัญ ถูกสหรัฐปรับขึ้นภาษีเป็น 25% สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าอัตรา 24% ที่เคยประกาศขู่ไว้ในเดือนเมษายน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศหยุดการบังคับใช้ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน

กระทรวงการค้าของมาเลเซีย แถลงเมื่อวันอังคารว่า กำลังเดินหน้าหารือกับฝ่ายสหรัฐ เพื่อเคลียร์ประเด็นที่ยังค้างอยู่ ชี้แจงขอบเขตและผลกระทบของภาษีดังกล่าว และแสวงหาแนวทางในการสรุปข้อตกลงอย่างทันท่วงที

“ผมยังคงมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ผมมองว่าเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย” ซาฟรูลกล่าว

ทั้งนี้มาเลเซียและอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากมาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์ เนื่องจากเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้มีมูลค่ารวมกว่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ และพึ่งพาการส่งออกและภาคการผลิตเป็นหลัก โดยบางส่วนได้ประโยชน์จากการที่ห่วงโซ่อุปทานย้ายออกจากจีน

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...