โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ลดไซส์เพื่อลดโรค” เปิดมุมมอง หมอปิแอร์ ผศ.นพ.สิระ กอไพศาล กับการดูแลโรคอ้วนแบบองค์รวม ที่มากกว่าแค่ตัวเลขบนตาชั่ง

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.09 น. • HELLO! Magazine Thailand

หากพูดถึงกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่กำลังคุกคามสุขภาพของคนไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ ผศ.นพ.สิระ กอไพศาล หรือที่คนไข้คุ้นเคยในชื่อ หมอปิแอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานและโรคอ้วน คือหนึ่งในบุคลากรที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวทางการดูแลที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

“ผมมองว่าโรคกลุ่มนี้คือฟิลด์แห่งการเปลี่ยนแปลงครับ เราจะมีอะไรใหม่ ๆ ให้เรียนรู้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นยารุ่นใหม่ เทคโนโลยีการผ่าตัด หรือแนวคิดในการดูแลคนไข้แบบองค์รวม มันเป็นฟิลด์ที่ไม่หยุดนิ่ง และมีคนในสังคมเรามากมายที่เผชิญกับปัญหานี้ ที่นอกจากจะเป็นเรื่องโรคแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจด้วยครับ

“ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 40–50 ปีก่อน คนยังต้องเดินไปตลาด ทำกับข้าวเอง เคลื่อนไหวตลอดเวลา ผมจำได้ว่าสมัยเรียนแพทย์ ผมยังต้องเดินไปซื้อข้าวกินเองอยู่เลยครับ แต่เดี๋ยวนี้อยากกินอะไรแค่เปิดแอป ทุกอย่างก็เสิร์ฟถึงบ้านหมดแล้ว ไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนไปเยอะมากจริง ๆ และทั้งหมดนี้มีผลต่อสุขภาพโดยตรงครับ”

หมอปิแอร์ ย้ำว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับ ‘โรคอ้วนเชิงโครงสร้าง’ ซึ่งไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลรวมจากสิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ และระบบที่เอื้อต่อพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ “คำถามที่ได้ยินบ่อยคือ ‘ทำไมกินเหมือนเดิม แต่น้ำหนักเพิ่ม?’ คำตอบง่ายที่สุดคือ ‘คุณในวันนี้ไม่ใช่คุณเมื่อ 5 ปีก่อน’ เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญจะช้าลง มวลกล้ามเนื้อน้อยลง และนั่นทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง แม้จะกินเท่าเดิมก็ตาม”

เข้าใจ BMI และสัญญาณอ้วนลงพุง

หนึ่งในวิธีที่คุณหมอแนะนำให้ใช้ประเมินตนเองเบื้องต้นคือค่า BMI (Body Mass Index) ซึ่งคำนวณจากน้ำหนักหารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง โดยเกณฑ์สำหรับคนเอเชียคือ ถ้า BMI มากกว่า 25 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์โรคอ้วนแล้ว

“นอกจาก BMI แล้ว ผมชอบให้คนไข้ดูรอบเอวด้วยครับ เอาง่าย ๆ เลย ถ้าคุณสูง 160 ซม. รอบเอวไม่ควรเกิน 80 ซม. ถ้าเกินแสดงว่าคุณกำลังอ้วนลงพุง ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับโรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง”

แม้ตัวเลขจะมีความสำคัญในทางการแพทย์ แต่สำหรับคุณหมอปิแอร์แล้ว เป้าหมายสำคัญของการดูแลผู้ป่วย คือสุขภาพที่ดีในภาพรวม ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนัก

“เราไม่ได้รักษาน้ำหนักตัวครับ เรารักษาความเสี่ยงของโรคที่อาจเกิดขึ้นตามมา เราลดไซส์เพื่อลดโรค ไม่ใช่เพราะอยากให้คนผอมลง แต่เพื่อลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่ตามมา เช่น เบาหวาน ความดัน ไขข้อ หรือแม้แต่ภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง”

เจนใหม่คูณสอง คือคำตอบ

ในแง่แนวทางการดูแล คุณหมอปิแอร์ใช้แนวคิดเรียบง่ายแต่ได้ผลจริง “ผมแนะนำให้ตั้งเป้าหมายที่จับต้องได้ เช่น ลด 1 กิโลกรัมใน 1 เดือน ไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะถ้าเป้าหมายสูงเกินไปแล้วทำไม่ได้ มันจะพังกลางทาง” คุณหมอยังเน้นว่า

“อย่าทำคนเดียว เพราะความสำเร็จในการลดน้ำหนักแบบยั่งยืนต้องอาศัยทั้งทีมแพทย์และที่สำคัญคือความเข้าใจในตนเองของผู้ป่วย”

“ผมเรียกแนวทางนี้ว่า เจนใหม่คูณสองครับ คือควบคุมอาหาร + ออกกำลังกาย หรือ ปรับพฤติกรรม + ใช้ยาอย่างเหมาะสมร่วมกัน ซึ่งจะให้ผลดีกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่ง”

คุณหมอปิแอร์เสริมว่า ปัจจุบันมีทั้งยาที่ช่วยควบคุมฮอร์โมนความหิวและความอิ่ม รวมถึงเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ปลอดภัยขึ้นมาก เช่น การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้สามารถเสริมแนวทางการรักษาได้เป็นอย่างดี “เครื่องมือเหล่านี้เป็นผู้ช่วย แต่สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญที่สุด คือไลฟ์สไตล์ที่ต้องเปลี่ยนจริงจังและต่อเนื่อง”

โดยแนวทางการใช้ยาเพื่อควบคุมน้ำหนัก ควรอยู่ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

“การดูแลน้ำหนักตัวและสุขภาพไม่ใช่การวิ่งระยะสั้นครับ แต่เป็นเหมือนการวิ่งผลัดมาราธอน เราไม่ได้วิ่งคนเดียว แต่มีทีมที่คอยส่งไม้ต่อให้กัน ไม่ว่าจะเป็นแพทย์เฉพาะทาง นักกำหนดอาหาร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจ ทุกคนมีบทบาทเพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญคือความต่อเนื่อง ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน ถ้าหยุดทำ น้ำหนักก็กลับมาอยู่ดี เป้าหมายจึงควรเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้จริงในระยะยาว ไม่ต้องสุดโต่ง แต่ขอให้สม่ำเสมอ”

สำหรับใครที่พยายามมาหลายครั้งแต่ยังไม่เห็นผล คุณหมอปิแอร์มีคำแนะนำง่าย ๆ ว่า “อย่าเพิ่งท้อครับ คุณอาจแค่ยังไม่เจอวิธีที่เหมาะกับตัวเอง ลองหาแรงบันดาลใจใกล้ตัว ไม่ต้องเป็นดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ อาจเป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานที่เขาทำได้จริง ๆ แล้วเชื่อเถอะครับว่าคุณก็ทำได้เหมือนกัน และคุณไม่ได้อยู่คนเดียว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...