โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมนาคมสั่งเข้ม ห้ามรถโดยสาร 2 ชั้น วิ่ง "กบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว"

PostToday

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 22.53 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 05.30 น.

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ภายใต้การนำของ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้มีมติสำคัญเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขนส่งสาธารณะ

โดยมีคำสั่ง ห้ามรถโดยสารสองชั้น (มาตรฐาน 4) เดินรถบนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี - วังน้ำเขียว อย่างเด็ดขาด

เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูงและมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวและเตรียมความพร้อม คณะกรรมการฯ ได้มีมติ ผ่อนปรนการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวกับอีก 6 เส้นทางเสี่ยง

เป็นระยะเวลา 180 วัน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

6 เส้นทางผ่อนปรน และเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นที่ต้องการเดินรถใน 6 เส้นทางที่ได้รับการผ่อนปรนชั่วคราว

จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร:

1. การตรวจสภาพรถ (Recall): รถโดยสารสองชั้นทุกคันจะต้องเข้ารับการตรวจสภาพ ณ กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

โดยเน้นการตรวจสอบความพร้อมในการใช้งานของตัวรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบห้ามล้อเพิ่มเติม (ระบบลมเบรก) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับขี่บนเส้นทางลาดชัน

2. อบรมพนักงานขับรถ: พนักงานขับรถทุกคนต้องเข้ารับการอบรมผ่านระบบ e-learning เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ใน หลักสูตร“การขับรถขนาดใหญ่บนเส้นทางลาดชัน” เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับเส้นทางที่มีความท้าทาย

3. จำกัดความเร็วตามกฎหมาย: ผู้ประกอบการต้องกำชับพนักงานขับรถให้ ปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็ว ที่กำหนดบนถนนอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

เส้นทางที่ได้รับการผ่อนปรนทั้ง 6 เส้นทาง ได้แก่:

  • ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า - พัทลุง
  • ทางหลวงหมายเลข 103 ช่วงแม่ยางฮ่อ - แม่ตีบ
  • ทางหลวงหมายเลข 118 ช่วงเชียงใหม่ - ดอยนางแก้ว
  • ทางหลวงหมายเลข 2013 ช่วงบ่อโพธิ์ - โคกงาม
  • ทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงโจ๊ะโหวะ - อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
  • ทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

การประเมินผลและพัฒนาระบบเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืน

กรมการขนส่งทางบกจะทำการประเมินผลของมาตรการที่ปรับปรุงใหม่นี้อย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาระบบ GPS ที่สามารถสื่อสารสองทาง (Two-way Communication)

เพื่อนำมาใช้ในการควบคุมและกำกับการเดินรถให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางสาธารณะของประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...