การเมือง-ภาษีทรัมป์ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นมิ.ย. ดิ่งสุดรอบ 30 เดือน ม.หอค้า ชี้ ถ้าไทยเจอภาษี 36% ส่งออกสูญ 2 แสนล.
การเมืองไร้เสถียรภาพ-ภาษีทรัมป์ ฉุดดัชนีเชื่อมั่น ดิ่งสุดรอบ 30 เดือน ม.หอค้าชี้ถ้าไทยเจอภาษี 36% ส่งออกสูญ 2 แสนล.
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.2568 ว่า ปรับตัวลดลงจากระดับ 54.2 เป็น 52.7 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 28 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2566 เป็นต้นมา รวมทั้งยังมีค่าต่ำกว่า100 ซึ่งเป็นค่าปกติ
เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและการเมืองของไทยสะท้อนจากดัชนีความคิดเห็นสถานการณ์ทางการเมืองในเดือนมิ.ย.ซึ่งอยู่ที่ระดับที่ 49.6 ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน กังวลเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา และรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ใช้นโนบายการเงินผ่อนคลายจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว 2 ครั้งรวม 0.5% อยู่ที่ 1.75% แต่ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้าและการเข้าถึงสินเชื่อลำบาก
นายธนวรรธน์ กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ภาคธุรกิจ) เดือน มิ.ย.2568ว่า อยู่ที่ 46.7 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 30 เดือน จากความกังวลปัญหาการเมืองในประเทศ กำแพงภาษีสหรัฐฯ การท่องเที่ยวไม่ฟื้น เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ที่น่าตกใจคือระดับการจ้างงานมีค่าต่ำกว่าระดับ40 โดยภาคธุรกิจต้องการให้รัฐบาลเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ การเร่งเจรจาต่อรองภาษีสหรัฐอเมริกาให้ต่ำกว่า36% เร่งปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบมากขึ้น รวมทั้งหากมาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ให้มีความสูญเสียเกิดขึ้น
“จะเห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ตกลงเหมือนกันทั้ง2 รายการ และตกลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจไทยเริ่มมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งปัญหาเสถียรภาพการเมือง ภาษีทรัมป์ และเชื่อว่า ดัชนีทั้ง2ตัวยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอีกจนถึงปลายปี ยังไม่เห็นสัญญานของการฟื้นตัว เนื่องจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่น เที่ยวคนละครึ่งก็ยังมีปัญหา ทำให้ท่การองเที่ยวโตไม่โดดเด่น ”
นายธนวรรธน์ กล่าวถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศอัตราภาษีตอบโต้ไทยที่อัตรา 36% ว่า มองว่าไทยยังมีโอกาสและยังพอมีเวลาที่จะเจรจาต่อรองเพื่อปรับลดภาษีลงต่ำกว่า 36% เนื่องจากสหรัฐอเมริกามองว่าจะสามารถพัฒนาการเจรจากับไทยได้ จึงมีการขยายเวลาเส้นตายให้ไทยถึงวันที่ 1 ส.ค. 2568 โดยมีความหวังว่ารัฐบาลจะสามารถเจรจาปรับลดอัตราภาษีไทยให้ต่ำลงกว่า 36% ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเวียดนามที่ 20% แต่จะได้ข้อยุติอัตราภาษีที่เท่าไหร่ยังไม่สามารถประเมินได้ ส่วนการเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบนั้นมองว่ารัฐบาลยังพอมีเวลที่จะเตรียมความพร้อม
ทั้งนี้หากผลสรุปสุดท้ายไทยถูกเรียเก็บภาษีระหว่าง 25-36% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2568 ไปจนถึงสิ้นปี คาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้การส่งออกไทยหายไปราว 2 แสนล้านบาท และหากในช่วงจากนี้ถึงปลายปีมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เข้ามากระทบอีก โดยเฉพาะปัญหาการเมืองในประเทศจะยิ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม โดยหากอื่นปัญหาการเมืองรุนแรงมีการยุบสภา ส่งผลทำให้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันการใช้งกบระตุ้นเศรษฐกิจออกมาใช้ในช่วงไตรมาส3ปีนี้ได้ ก็อาจจะส่งผลกระทบทำให้จีดีพีไทยปีนี้โตลดลง 1% ทำให้จีดีพีทั้งปีนี้อาจโต ต่ำกว่า 1% ได้ ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่ลงลดจากเป้าเดิมที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยประมินไว้ที่ 1.7% อย่างไรก็ตาม หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีระหว่าง 25-36% เป็นระยะเวลาครบ 1 ปีเต็ม คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกราว4-6แสนล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเมือง-ภาษีทรัมป์ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นมิ.ย. ดิ่งสุดรอบ 30 เดือน ม.หอค้า ชี้ ถ้าไทยเจอภาษี 36% ส่งออกสูญ 2 แสนล.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th