โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การเมือง-ภาษีทรัมป์ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นมิ.ย. ดิ่งสุดรอบ 30 เดือน ม.หอค้า ชี้ ถ้าไทยเจอภาษี 36% ส่งออกสูญ 2 แสนล.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น.

การเมืองไร้เสถียรภาพ-ภาษีทรัมป์ ฉุดดัชนีเชื่อมั่น ดิ่งสุดรอบ 30 เดือน ม.หอค้าชี้ถ้าไทยเจอภาษี 36% ส่งออกสูญ 2 แสนล.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.2568 ว่า ปรับตัวลดลงจากระดับ 54.2 เป็น 52.7 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 28 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2566 เป็นต้นมา รวมทั้งยังมีค่าต่ำกว่า100 ซึ่งเป็นค่าปกติ

เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและการเมืองของไทยสะท้อนจากดัชนีความคิดเห็นสถานการณ์ทางการเมืองในเดือนมิ.ย.ซึ่งอยู่ที่ระดับที่ 49.6 ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน กังวลเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา และรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ใช้นโนบายการเงินผ่อนคลายจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว 2 ครั้งรวม 0.5% อยู่ที่ 1.75% แต่ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้าและการเข้าถึงสินเชื่อลำบาก

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ภาคธุรกิจ) เดือน มิ.ย.2568ว่า อยู่ที่ 46.7 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 30 เดือน จากความกังวลปัญหาการเมืองในประเทศ กำแพงภาษีสหรัฐฯ การท่องเที่ยวไม่ฟื้น เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ที่น่าตกใจคือระดับการจ้างงานมีค่าต่ำกว่าระดับ40 โดยภาคธุรกิจต้องการให้รัฐบาลเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ การเร่งเจรจาต่อรองภาษีสหรัฐอเมริกาให้ต่ำกว่า36% เร่งปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบมากขึ้น รวมทั้งหากมาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ให้มีความสูญเสียเกิดขึ้น

“จะเห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ตกลงเหมือนกันทั้ง2 รายการ และตกลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจไทยเริ่มมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งปัญหาเสถียรภาพการเมือง ภาษีทรัมป์ และเชื่อว่า ดัชนีทั้ง2ตัวยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอีกจนถึงปลายปี ยังไม่เห็นสัญญานของการฟื้นตัว เนื่องจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่น เที่ยวคนละครึ่งก็ยังมีปัญหา ทำให้ท่การองเที่ยวโตไม่โดดเด่น ”

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศอัตราภาษีตอบโต้ไทยที่อัตรา 36% ว่า มองว่าไทยยังมีโอกาสและยังพอมีเวลาที่จะเจรจาต่อรองเพื่อปรับลดภาษีลงต่ำกว่า 36% เนื่องจากสหรัฐอเมริกามองว่าจะสามารถพัฒนาการเจรจากับไทยได้ จึงมีการขยายเวลาเส้นตายให้ไทยถึงวันที่ 1 ส.ค. 2568 โดยมีความหวังว่ารัฐบาลจะสามารถเจรจาปรับลดอัตราภาษีไทยให้ต่ำลงกว่า 36% ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเวียดนามที่ 20% แต่จะได้ข้อยุติอัตราภาษีที่เท่าไหร่ยังไม่สามารถประเมินได้ ส่วนการเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบนั้นมองว่ารัฐบาลยังพอมีเวลที่จะเตรียมความพร้อม

ทั้งนี้หากผลสรุปสุดท้ายไทยถูกเรียเก็บภาษีระหว่าง 25-36% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2568 ไปจนถึงสิ้นปี คาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้การส่งออกไทยหายไปราว 2 แสนล้านบาท และหากในช่วงจากนี้ถึงปลายปีมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เข้ามากระทบอีก โดยเฉพาะปัญหาการเมืองในประเทศจะยิ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม โดยหากอื่นปัญหาการเมืองรุนแรงมีการยุบสภา ส่งผลทำให้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันการใช้งกบระตุ้นเศรษฐกิจออกมาใช้ในช่วงไตรมาส3ปีนี้ได้ ก็อาจจะส่งผลกระทบทำให้จีดีพีไทยปีนี้โตลดลง 1% ทำให้จีดีพีทั้งปีนี้อาจโต ต่ำกว่า 1% ได้ ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่ลงลดจากเป้าเดิมที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยประมินไว้ที่ 1.7% อย่างไรก็ตาม หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีระหว่าง 25-36% เป็นระยะเวลาครบ 1 ปีเต็ม คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกราว4-6แสนล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเมือง-ภาษีทรัมป์ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นมิ.ย. ดิ่งสุดรอบ 30 เดือน ม.หอค้า ชี้ ถ้าไทยเจอภาษี 36% ส่งออกสูญ 2 แสนล.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...