อินโดนีเซียเซ็นเอ็มโอยูกับสหรัฐ เพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร-พลังงาน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่า สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ว่า เปอร์ตามินา ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของอินโดนีเซีย ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ โดยเป็นการให้คำมั่นเกี่ยวกับการนำเข้าพลังงานเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน บริษัทโซรินี อาโกร เอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสมาคมผู้ผลิตแป้งข้าวโพดของอินโดนีเซีย ลงนามในเอ็มโอยู ร่วมกับบริษัทเอฟเคเอสของสหรัฐ เพื่อเตรียมนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นด้วย
อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยื่นข้อเสนอมากมายให้กับสหรัฐ ตั้งแต่ช่วงต้นของการเจรจา รวมถึงข้อเสนอที่จะเพิ่มการลงทุน "มหาศาล" ในอเมริกา และการเพิ่มโควตานำเข้าสินค้าเกษตร สินค้าโภคภัณฑ์ และพลังงานอีกมากมาย รวมมูลค่าสูงถึง 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศแรก ที่ได้รับจดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่ จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งกำหนดอัตรา 32% สำหรับอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้
ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่า มาตรการภาษีของสหรัฐมีแนวโน้มส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีสหรัฐเป็นตลาดผู้รับซื้อน้ำมันปาล์มรายใหญ่ ด้วยสัดส่วน 85% เนื่องจากกำแพงภาษีอาจทำให้อินโดนีเซียสูญเสียส่วนแบ่งไปให้กับมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสองของโลก ที่ตอนนี้เผชิญกับอัตราภาษีของสหรัฐ 25%.
เครดิตภาพ : AFP