โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ทรัมป์-สตาร์เมอร์’ ปลื้มปิดดีลการค้า คงภาษี 10% ขู่ชาติอื่นเจอเก็บสูงกว่านี้แน่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 02.56 น.
AP

‘ทรัมป์-สตาร์เมอร์’ ปลื้มปิดดีลการค้า คงเก็บภาษี 10% ขู่ชาติอื่นเจอเก็บสูงกว่านี้แน่

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคีอย่างจำกัด ซึ่งยังคงเก็บภาษีนำเข้า 10% ของทรัมป์กับสินค้าส่งออกจากอังกฤษไว้เช่นเดิม โดยมีการขยายการเข้าถึงด้านการเกษตรของทั้งสองประเทศเล็กน้อย และมีการลดการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากอังกฤษที่เดิมสูงจนเป็นอุปสรรค

ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงการค้าทวิภาคีฉบับแรกของสหรัฐกับประเทศอื่นๆ หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าถ้วนหน้าและภาษีต่างตอบแทน โดยมีการระบุว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงการค้าอีกหลายสิบฉบับ ที่ทรัมป์คาดว่าจะบรรลุความตกลงกันได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ที่มีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้าสินค้าของสหรัฐมูลค่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

ทรัมป์กล่าวชื่นชมข้อตกลงดังกล่าวในห้องทำงานรูปไข่ โดยสตาร์เมอร์เข้าร่วมผ่านโทรศัพท์ที่เปิดสปีกเกอร์ ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ และจามีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ออกเดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเริ่มการเจรจากับผู้เจรจาจีนที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้

ทรัมป์ปฎิเสธที่จะมองว่าข้อตกลงกับอังกฤษเป็นต้นแบบของการเจรจาการค้าอื่นๆ โดยกล่าวว่าอังกฤษได้ข้อตกลงที่ดี แต่คู่ค้าอื่นๆ อีกหลายรายอาจต้องเสียภาษีนำเข้าขั้นสุดท้ายที่สูงขึ้นมาก เนื่องจากพวกเขาได้ดุลการค้าจากสหรัฐจำนวนมาก

“มันเปิดตลาดขนาดมหาศาลให้กับเรา พร้อมระบุว่าเขาไม่เคยตระหนักมาก่อนถึงข้อจำกัดที่บริษัทอเมริกันต้องเผชิญในการทำธุรกิจในอังกฤษ” ทรัมป์กล่าว

ขณะที่สตาร์เมอร์กล่าวว่า นี่เป็นวันประวัติศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมมาก โดยชี้ว่าการประกาศข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเกือบตรงกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อ 80 ปีก่อน ที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปสิ้นสุดลง ข้อตกลงนี้จะช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศ ไม่เพียงแต่ปกป้องตำแหน่งงาน แต่ยังจะสร้างงานใหม่ และเปิดทางให้กับตลาดมากยิ่งขึ้น

ผู้นำทั้งสองต่างยกย่องข้อตกลงนี้ว่าเป็น “ข้อตกลงแห่งความก้าวหน้า” โดยระบุว่าภาษีเฉลี่ยที่อังกฤษเก็บจากสินค้าสหรัฐจะลดลงจาก 5.1% เหลือ 1.8% แต่สหรัฐจะยังคงเก็บภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากอังกฤษต่อไป

ทรัมป์ยังแนะประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐว่า อาจต้องเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าที่สูงกว่านี้ เพราะ 10% ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำ ประเทศอื่นๆ จะต้องเจอกับภาษีที่สูงกว่านี้ เนื่องจากสหรัฐขาดดุลการค้ากับประเทศเหล่านั้น และในหลายกรณี พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติต่อเราดีเท่าที่ควร แม้ว่ารายละเอียดบางประการของข้อตกลงระหว่างสองประเทศจะยังไม่สิ้นสุด แต่ทรัมป์ยืนยันว่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทุกอย่างจะลงตัวอย่างชัดเจนแน่นอน

ภายใต้ข้อตกลงนี้ อังกฤษตกลงที่จะซื้อเนื้อวัวและเอทานอลจากสหรัฐเพิ่มขึ้น และจะปรับกระบวนการศุลกากรให้รวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้นสำหรับสินค้าที่มาจากสหรัฐ

ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมอนาคตของเศรษฐกิจสหรัฐ แม้จะมีสัญญาณน่ากังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันส่วนใหญ่และนำไปสู่การเลิกจ้างงาน

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ประชาชนควรลงทุนในตลาดหุ้น เพราะเศรษฐกิจสหรัฐกำลังจะพุ่งขึ้นเหมือนจรวด แม้จะมีรายงานว่าจำนวนเรือสินค้าที่เข้ามาจอดในสหรัฐลดลง และบริษัทต่างๆ เตือนว่าราคาสินค้าอาจเพิ่มขึ้นหากยังคงมีการเก็บภาษีนำเข้า

“เรือสินค้าที่มาจากจีนน้อยลงหมายถึงเราขาดทุนน้อยลงจากดุลการค้า” ทรัมป์กล่าว

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับคำเตือนของบริษัทต่างๆ ที่ระบุว่าต้องขึ้นราคาสินค้าเพราะภาษี ทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่าพวกเขาพูดแบบนั้นเพื่อกดดันให้ได้ข้อตกลงกับผม” และยังเสนอว่าเขาอาจเก็บภาษีนำเข้า 100% กับของเล่น Mattel หากบริษัทไม่ย้ายโรงงานกลับมาที่สหรัฐ

ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า “แทบไม่มีเงินเฟ้อเลย” แม้ว่าดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้จะเพิ่มขึ้นที่อัตรา 2.3% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเล็กน้อย

ทรัมป์ยังกล่าวว่านายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดควรลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอ้างว่า พาวเวลล์ไม่ยอมลดดอกเบี้ยเพราะ “เขาไม่รักผม” ขณะที่พาวเวลล์เตือนระหว่างการแถลงข่าวหนึ่งวันก่อนหน้านี้ว่า ภาษีนำเข้ากำลังก่อให้เกิดความไม่แน่นอน และเฟดยังสามารถรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการใดๆ ในเรื่องนโยบายทางการเงิน

ข้อตกลงการค้าแรกของทรัมป์ยังส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้น ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 0.6% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งที่ 11 ในช่วง 13 วันที่ผ่านมา ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.1%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทรัมป์-สตาร์เมอร์’ ปลื้มปิดดีลการค้า คงภาษี 10% ขู่ชาติอื่นเจอเก็บสูงกว่านี้แน่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...