โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : ใช้เงินยังไงไม่ให้ช็อต! 7 ทริค เก็บเงินฉบับนักศึกษา

Dek-D.com

เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 08.49 น. • DEK-D.com
เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็ต้องบริหารค่าใช้จ่ายเอง แล้วใช้ยังไงแต่ละเดือนให้พอใช้ล่ะ รวม 7 ทริค เก็บเงินฉบับนักศึกษา

สวัสดีค่ะ น้อง ๆ Dek-D ทุกคน น้อง ๆ นักศึกษาหลายคนเวลาเรียนอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัย หลายคนต่างก็ได้เงินจากครอบครัวและต้องเอามาบริหารจัดการเองใช่ไหมคะแล้วจะทำยังไงให้แต่ละเดือนพอใช้ล่ะ

การเรียนมหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เข้ามาในทุกเดือนเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นค่าหอ ค่ากิน ค่าเดินทาง และค่าอื่น ๆ อีก เงินที่ครอบครัวให้ถ้าบริหารไม่ดีหรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็อาจจะทำให้ไม่พอใช้ได้วันนี้พี่นิ้งพามารู้ 7 ทริคเก็บเงินฉบับนักศึกษากันค่ะ

ทำไมการเก็บเงินตั้งแต่ช่วงเรียนถึงสำคัญ?

แม้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยจะดูไร้ภาระ แต่ความจริงแล้วอนาคต คือสิ่งที่ไม่แน่นอนเสมอ การมีเงินเก็บติดตัวไว้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย จึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันให้เราไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงลำพัง ลองมาดูเหตุผลที่ควรเริ่มออมเงินตั้งแต่ยังเรียนกันดีกว่าค่ะ

1. เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ
ไม่มีทางรู้เลยว่าในวันข้างหน้าจะต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้าง บางคนอาจเจ็บป่วยกะทันหัน ต้องใช้ค่ารักษาพยาบาล หรือครอบครัวมีภาระที่เราต้องช่วยแบ่งเบา เช่น ค่าเทอม ค่าครองชีพ อย่าคิดว่าแค่เป็นนักศึกษาจะไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบเพราะบางครั้งปัญหาก็เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว การมีเงินเก็บจะช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น

2. เก็บไว้เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ของตัวเอง
ในยุคที่คนจบปริญญาตรีปีละเป็นแสน การเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือการอบรมเพิ่มเติมทักษะเฉพาะทางอาจเป็นข้อได้เปรียบในตลาดแรงงานแต่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะมีทุนให้ลูกได้เรียนตามต้องการ ถ้าเริ่มเก็บเงินไว้ตั้งแต่วันนี้ ต่อไปจะอยากเรียนอะไรก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก เพราะมีทุนของตัวเองพร้อมใช้

3. เป็นทุนตั้งต้นหลังเรียนจบ
หลังจบการศึกษา ไม่ใช่ทุกคนจะได้งานในทันที บางคนต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี การมีเงินเก็บไว้รองรับช่วงเวลานี้จึงสำคัญมาก เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่มองว่าหน้าที่จบลงเมื่อจบการศึกษา หากน้อง ๆ เตรียมเงินไว้ตั้งแต่ยังเรียน จะทำให้ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่วัยทำงานไม่ต้องเครียดหรือเดือดร้อนใคร และยังสามารถใช้เป็นทุนสำหรับค่าเดินทาง สมัครงาน หรือค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มงานเดือนแรกได้ด้วย

4. เปิดโอกาสให้ตัวเองในอนาคต
เงินเก็บไม่ได้มีไว้แค่ใช้ยามฉุกเฉิน แต่ยังสามารถกลายเป็นโอกาสดี ๆ ในชีวิต เช่นใช้ลงทุนทำธุรกิจ ลงคอร์สเรียนระยะสั้นทั้งในและต่างประเทศ หรือซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่อาจสร้างผลตอบแทนในระยะยาวหากเรารู้จักจัดการเงินตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษา โอกาสดี ๆ เหล่านี้จะไม่ใช่แค่ฝัน

5. ค่าครองชีพพุ่งแรง
ทุกวันนี้ค่าครองชีพแพงขึ้นจนแทบหายใจไม่ทัน ทั้งอาหาร ค่าเดินทาง หรือของใช้พื้นฐานต่างก็ปรับราคาสูงขึ้นตามเงินเฟ้อ หากไม่รู้จักวางแผนการเงินให้ดี การใช้ชีวิตในอนาคตอาจลำบากกว่าที่คิดแต่ถ้าเริ่มออมตั้งแต่ตอนเรียน จะมีเงินไว้ใช้ยามจำเป็น และสามารถจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีสติ ไม่ต้องวิ่งวุ่นตอนเงินขาดมือ

7 ทริค เก็บเงินฉบับนักศึกษา!

1. เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

ทริคเก็บเงินวัยเรียน สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ ต้องตอบตัวเองให้ชัดว่าอยากเก็บเงินก้อนไว้ใช้ทำอะไร และต้องตั้งเป้าหมายว่าจะเก็บเงินให้ได้เท่าไร ในระยะเวลากี่ปี เช่น เก็บเงินไปเที่ยว ซื้อของที่อยากได้ หรือสร้างทุนเรียนต่อในอนาคต แค่แบ่งรายได้ออกเป็นส่วน ๆ ใช้จ่ายอย่างมีวินัย และเก็บเล็กผสมน้อยทุกวัน หลีกเลี่ยงรายจ่ายฟุ่มเฟือย ก็สามารถสร้างกองทุนเล็ก ๆ ได้เร็วเกินคาด การออมเล็ก ๆ ในวันนี้คือก้าวใหญ่ของอนาคต น้อง ๆนักศึกษาก็สามารถเก็บเงินได้แน่นอน

2. เก็บเงินก่อนใช้ทุกครั้ง

เก็บเงินก่อนใช้ ไม่ใช่ ใช้ก่อนแล้วค่อยเก็บถ้ามีเหลือ เพราะความจริงมักไม่เหลือ ทุกครั้งที่ได้รับเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าขนมจากบ้าน หรือรายได้จากพาร์ตไทม์ ควรหักไว้เก็บทันที เช่น 10-30% แล้วค่อยแบ่งใช้ตามจำเป็น วิธีนี้จะช่วยสร้างนิสัยออมเงินโดยไม่ต้องรอให้เงินเหลือ ยิ่งเริ่มต้นเร็ว ยิ่งมีเงินออมเร็ว ไม่ต้องรวยก่อนถึงจะเก็บได้ แค่มีวินัยก็สร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคงได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่

3. เก็บเหรียญเงินทอน

อย่ามองข้ามเหรียญเล็ก ๆ ที่ได้จากเงินทอน เพราะนั่นแหละคือสมบัติลับของการออมแบบนักศึกษา ลองพกกระปุกหรือกล่องเล็ก ๆ ไว้เก็บเหรียญทุกครั้งที่กลับหอ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญบาท เหรียญสอง หรือห้าบาท แค่หยอดทุกวัน เดือนหนึ่งก็อาจมีหลายร้อยโดยไม่รู้ตัว วิธีนี้ไม่กระทบค่าใช้จ่ายหลัก แถมยังฝึกวินัยการออมได้ดี เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นเก็บเงินครั้งแรก เพราะเหรียญเล็ก ๆ รวมกันก็กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้เหมือนกัน

4.ใช้กฎ 70-20-10

70-20-10 คือแนวทางการวางแผนการเงินที่คล้ายคลึงกับกฎ 50-30-20 แต่จะไม่เคร่งครัดเท่า และเน้นแบ่งสัดส่วนเพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายมากกว่า ซึ่งเหมาะกับคนที่พึ่งเริ่มต้นวางแผนการเงิน และจัดงบประมาณค่าใช้จ่ายแบบเบื้องต้น

  • 70% ค่าใช้จ่ายประจำรายเดือน แบ่ง 70% ของรายรับไว้สำหรับค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประจำวันโดยไม่ต้องแบ่งสัดส่วนย่อย ๆ ของรายจ่ายนั้น ๆ สามารถพิจารณาตามความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง เพียงแค่จัดรายจ่ายแต่ละประเภทไว้ว่าอยู่ในหมวดหมูไหน ใช่ค่าใช้จ่ายประจำเดือนหรือไม่ เช่น ค่าเช่าหอ ค่าสาธารณูปโภค, ค่าเดินทาง, ค่าอาหาร, ค่าแพ็คเกจรายเดือนต่าง ๆ
  • 20% การออมเงินและการลงทุน รายได้อีก 20% ให้นำมาจัดสรรสำหรับการออมเงินและการลงทุน หรือเก็บไว้สำหรับเงินทุนฉุกเฉิน สำรองสำหรับเหตุไม่คาดฝันหรือเริ่มต้นด้วยการนำเงินไปฝากธนาคารเพื่อได้ดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากกลับมา
  • 10% สำหรับเป้าหมายหมาย เป้าหมายที่ตั้งไว้หรือการลงทุนกับตัวเอง เช่น การเรียนคอร์สพัฒนาทักษะ การซื้อหนังสือที่ช่วยเสริมความรู้ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมที่เพิ่มประสบการณ์ ทั้งนี้เพราะการลงทุนกับตัวเองจะช่วยพัฒนาทักษะและความสามารถในอนาคต การใช้เงินส่วนนี้จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการงานและสร้างรายได้ในระยะยาว

5. ทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายเป็นประจำ

หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้เก็บออมเงินได้สำเร็จ คือน้อง ๆ ต้องรู้นิสัยการใช้เงินของตนเอง โดยหมั่นทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายเป็นประจำ เพื่อดูว่าหมดเงินไปกับสิ่งไหนมากที่สุด และสิ่งนั้นจำเป็นต่อการใช้ชีวิตหรือไม่ ถ้าไม่ ก็จะช่วยให้ตัดใจลดรายจ่ายนั้นลงได้ง่ายขึ้น

แอพบันทึกรายรับ-รายจ่าย

  • Money Lover
  • Metang
  • Spendee Budget & Money Tracker
  • SET Happy Money
  • Money Manager Expense & Budget
  • Household
  • Piggipo
  • Oh My Cost

6. ใช้สิทธิสวัสดิการนักศึกษาให้เกิดประโยชน์

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้น้อง ๆ มีเงินเหลือเก็บ คือ ต้องไม่พลาดใช้สิทธิสวัสดิการนักศึกษาให้คุ้มค่า เมื่อจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการต่าง ๆ หากมีสิทธิส่วนลดสำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือสิทธิพิเศษตามร้านค้า สิทธิพิเศษเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ ก็ควรต้องใช้ เพื่อช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลง และก็จะเก็บเงินได้มากขึ้นนั่นเอง

7. หารายได้เสริม ก็มีรายได้เพิ่ม

ส่วนน้อง ๆ คนไหนที่รู้สึกว่าค่าขนมที่ได้ ยังแค่พอใช้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเหลือเก็บ ขอแนะนำให้ลองหารายได้เสริมจากการทำในสิ่งที่ตนเองถนัด เช่น เป็นพนักงาน Part-Time ขายของออนไลน์ รับจ้างพิมพ์งาน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะช่วยให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

เป็นอย่างไรบ้างคะ จะเห็นได้ว่าวิธีเก็บเงินให้ได้เร็ว ในฉบับของนักศึกษาทำได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องมีรายได้เยอะๆ หรือต้องลงทุนเก่ง ๆ ก็เริ่มต้นมีเงินออมได้แล้ว ซึ่งในอนาคตเรียนจบทำงาน เงินแสน เงินล้าน ย่อมรออยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่มีทัศนคติการเงินที่ดี รู้จักอดออม ไม่ใช้จ่ายเกินตัวจนเป็นหนี้ก็พอค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...