กรุงศรี มอง 3 Scenario การเมืองช่วง ประเมินผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไร
#ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ระบุว่า สถานการณ์การเมืองเข้าสู่รอยต่อสำคัญ 1.) คลิปเสียงที่หลุดออก อาจลดทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในสายตาของพรรคร่วมและประชาชน 2.) พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล และตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยว่างลง 3.) ความไม่แน่นอนส่งผลต่อโอกาส ผ่านร่างงบประมาณปี2569 ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2-3 ภายในเดือน ส.ค.
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ได้มอง 3 Scenario ได้แก่
Scenario 1: นายกฯ ลาออก ตั้ง ครม. ใหม่
• ดำเนินการผ่านกลไกของสภาฯ โดยใช้บัญชีรายชื่อนายกฯ ที่แต่ละพรรคเสนอ หาเสียงข้างมาก การเจรจาต่อรองของพรรคร่วมสูง แต่จะช่วยผลักดันงบประมาณปี 2569 วาระ 2-3 ได้(ต้องระวังกรณีโหวตครบ 3รอบ และไม่ได้นายกฯ จะติด “Deadlock” เพราะรัฐธรรมนูญไม่เปิดช่องให้ยุบสภา อาจต้องหารือเผื่อการโหวตนายกฯ ชั่วคราวเพื่อยุบสภา หรือเข้าสู่กระบวนการตีความของรัฐธรรมนูญเพื่อหาทางยุบสภาหรือทางออกอื่นๆ)
• กรณีนี้ลดแรงกดดันได้เร็ว เป็นบวกต่อ SET ระยะสั้น
• แต่ยังมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระยะกลางจากการฟอร์มทีมใหม่
Scenario 2: ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ใน 45-60 วัน นับจากวันยุบสภาฯ
• SET มักฟื้นตัวเร็ว เมื่อเริ่มชัดเจน เป็นกระบวนการ Refresh ตลาดระยะสั้น
• แต่กระทบงบประมาณปี2569 ชั่วคราว แม้ช่วยคืนความชัดเจนระยะกลาง แต่กระทบงบประมาณ
Scenario 3: รัฐบาลเดินหน้าต่อ เพื่อพลักดันร่างงบประมาณปี 2569
• เดินหน้าด้วยเสียงปริ่มน้ำ < 275 เสียง ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพในสภาฯ สูง
• จำกัด Upside ของ SET ในระยะสั้น แต่ถ้าผ่านร่างงบประมาณได้จะสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจระยะกลาง-ยาว
**กรณีร่างงบฯ ล่าช้ากว่าไตรมาส 3/68 ผลกระทบต่อจีดีพี ไตรมาส 4/68 อาจชะลอตัว
ความเสี่ยงการผ่านร่างงบประมาณปี2569 ที่กำลังรอพิจารณาวาระที่2-3 ล่าช้าเกินไตรมาส 3/68 คาดว่าจีดีพีไตรมาส 4/68 อาจชะลอตัวลงถึง -0.5% ถึง -1.0% YoY จากความเสี่ยงงบการใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐ (15%และ 6% ของ GDP) นำไปสู่ผลกระทบของการบริโภค (61% ของ GDP) และ ลงทุนภาคเอกชน (18% ของGDP) จากความเชื่อมั่นที่ลดต่ำลง
**คาดกำไรอาจลดลง
กรณีร่างงบประมาณปี2569 ล่าช้า จะสร้าง Downside ต่อคาดกการณ์กำไรตลาด (Market EPS) ที่มีสัดส่วนหุ้น Domestic (ราว 60-65% ของทั้งหมด) ทุกๆ 5% ของกำไรหุ้น Domestic ที่ลดลงจากผลกระทบการเมืองจะสร้าง Downside กำไรตลาดราว 2.6-3.0 บาท(3.0-3.5% จากคาดการณ์ปัจจุบันที่ 87 บาท) และประเมินจะกระทบเป้าหมาย SET Index ที่ 40-48 จุด (จากเป้าหมายปัจจุบันที่ 1370
จุด)
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย(SET Index) KSS ประเมิน SET ที่เริ่มสะท้อนความกังวลการเมืองตั้งแต่ 13 พ.ค. และปรับตัวลงแล้ว -10% น่าจะสะท้อนความเสี่ยงการเมืองไปพอสมควรแล้ว หากอิงสถิติการเคลื่อนไหวในอดีต ช่วงที่มีสถานการณ์การเมืองที่คล้ายกัน คือเหตุการณ์ยุบสภา 6 ครั้ง ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยเฉลี่ย ติดลบ -9.2%
ระยะสั้น ประเมินแนวรับ SET Index รอบนี้คือ 1070-1056 จุด (SET low ต่ำสุดของปีนี้เมื่อวันที่ 8 เม.ย.) หากสถานการณ์อยู่ในกรอบที่ประเมิน (กรณีWorst ที่เกิดกลไกนอกเหนือการดำเนินตามเงื่อนไขสภามองราว 1,000 จุด) กอปรกับ สถานการณ์ที่ใกล้มีความชัดเจน จากวานนี้ที่เริ่มมีจุดเปลี่ยน ทำให้ประเมิน Risk Sentiment น่าจะอยู่ในขาปลายแล้ว
**กลยุทธ์ลงทุน
ระยะสั้น เน้นพักเงินบางส่วนในหุ้นกลุ่ม Global Plays (กลุ่มพลังงาน น้ำมัน กลุ่มปิโตรเคมีและส่งออก) เน้น PTTEP,PTT, PTTGC, MINT ที่มี Earnings Visibility และถูกกระทบการเมืองน้อย ผสานทยอยสะสมหุ้น Domestic ที่ตอบรับความเสี่ยงการเมืองไปมาก เน้นกลุ่มที่เป็นแกนขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะกลาง-ยาว อาทิ Infra Tech โรงไฟฟ้า GULF สื่อสาร ADVANC ภาคบริการที่หุ้นมีความมั่นคงสูง หุ้นโรงพยาบาลBDMS, BCH ค้าปลีก CPALL ท่องเที่ยว CENTEL