โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่เมืองใหญ่อิสราเอล หลังโดนโจมตี 3 โรงงานนิวเคลียร์

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 18.22 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 10.38 น. • เดลินิวส์
มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 23 คน จากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองใหญ่หลายแห่งของอิสราเอล ตอบโต้ที่สหรัฐทิ้งระเบิดใส่โรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ว่านายรอน ฮัลได นายกเทศมนตรีกรุงเทลอาวีฟ กล่าวว่า บ้านเรือนและอาคารที่พักอาศัยหลายแห่งในเมืองหลวงของอิสราเอล ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน มีรายงานเมืองใหญ่อีกหลายแห่งตามแนวชายฝั่งทางเหนือของอิสราเอลได้รับความเสียหายจากการโจมตีของขีปนาวุธเช่นกัน รวมถึงเมืองไฮฟา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ ด้านสำนักงานกู้ภัยแห่งชาติอิสราเอลรายงานจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากทุกพื้นที่ รวมกันอย่างน้อย 23 คน

ทั้งนี้ การยิงขีปนาวุธรอบล่าสุดของอิหร่านต่ออิสราเอล เกิดขึ้นหลังกองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่ง ของอิหร่าน ได้แก่ นาทานซ์ ฟอร์โดว์ และอิสฟาฮาน ซึ่งถือเป็นการที่สหรัฐเข้ามามีบทบาท "อย่างเป็นทางการ" ร่วมกับอิสราเอล ในการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

ด้านสำนักข่าวแห่งชาติอิหร่านรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่อย่างน้อย 430 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมอีกมากกว่า 3,000 คน

ขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศ จากปฏิบัติการทางทหารของอิหร่าน ซึ่งเปิดฉากในวันเดียวกัน อยู่ที่อย่างน้อย 25 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมมากกว่า 2,300 คน.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...