โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิทัย ชู 3 นโยบาย ขับเคลื่อนแบงก์ชาติ ช่วยคนไทยอยู่ดีกินดี ควบคู่สร้างเสถียรภาพทางการเงิน

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 04.15 น. • เดลินิวส์
วิทัย ชู 3 นโยบาย ขับเคลื่อนแบงก์ชาติ ชูนโยบายดอกต่ำ เชื่อมโยงมาตรการคลัง สร้างความต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ควบคู่กับการสร้างเสถียรภาพระบบการเงิน

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน หนึ่งในผู้สมัครคัดเลือกชิงตำแหน่งผู้ว่าการการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ว่า ธปท.มีบทบาทมากต่อการกำหนดนโยบายการเงิน เพื่อส่งต่อไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจไทยกำลังประสบภาวะซึม จีดีพีโตต่ำ เงินเฟ้อต่ำมายาวนาน ซึ่งเศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวต่ำ รายได้ของคนไม่ปรับสูงขึ้น เต็มไปด้วยปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ปัญหาหนี้ครัวเรือน ความยากจน และปัญหาความเหลื่อมล้ำ

“ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้หากไม่แก้ไข สุดท้ายจะพันกระทบต่อเสถียรภาพ เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศในที่สุด ดังนั้น ธปท.ต้องเข้ามามีบทบาทกำหนดนโยบาย และมาตรการการเงินที่เหมาะสมช่วยดูแลแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วย โดยส่งผ่านไปถึงเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ประชาชน ภาคธุรกิจ มีรายได้เพิ่ม หนี้ลด และมีความอยู่ดีกินดีกว่าเดิม“

สำหรับแนวทางขับเคลื่อนจะทำใน 3 เรื่อง 1.มีความชัดเจนในการลดดอกเบี้ยนโยบายที่ลึกและยาวนานพอ 2.การออกมาตรการที่เชื่อมโยงทางการคลัง และมาตรการอื่นๆของรัฐบาล 3.การทำมาตรการการเงินที่มีความต่อเนื่อง ควบคู่กับดูแลเสถียรภาพทางการเงินให้กับประเทศ เพื่อส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจได้รับรู้ อาทิ เรื่องการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง นอกจากทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจได้ประโยชน์จากต้นทุนการกู้ที่ถูกลง ยังช่วยให้อัตราแลกเปลี่ยน มีส่วนสนับสนุนการส่งออกและการท่องเที่ยวของประเทศได้อีกทาง

นายวิทัย กล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อลดดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ต้องสะท้อนลงไปถึงดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงของแบงก์พาณิชย์ด้วย รวมถึงการดูแลสินเชื่อของธนาคารที่หดตัว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการแก้ไข เช่น หากธนาคารไม่ปล่อยกู้ รัฐควรหากลไกช่วยลดความเสี่ยงให้สถาบันการเงิน อาทิ ขยายกลไกลค้ำประกันสินเชื่อ เพิ่มไปยัง บ้าน รถยนต์ รวมถึงนอนแบงก์ รวมถึงดูการแข่งขันในระบบธนาคารให้มีความเหมาะสม

ส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนทำอย่างเดียวคงไม่ได้ จะต้องออกหลายๆมาตรการร่วมกัน เช่น การใช้มาตรการการเงินพร้อมมาตรการการคลัง ทำให้เป็นแพ็คเกจใหญ่ และเกิดความต่อเนื่อง จึงจะสร้างผลกระทบ ลดปัญหาสังคมได้จริง

ขณะที่ผลการดำเนินงานของธนาคารออมสินตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ภาคการเงินมีความเข้มแข็ง มีกำไรที่เหมาะสม ควบคู่กับการเข้าไปช่วยเหลือสังคม สามารถทำไปด้วยกันได้จริง โดยถึงปัจจุบัน ออมสินสามารถแก้หนี้ ปล่อยสินเชื่อ สร้างเครดิตให้ประชาชนไปมากกว่า 18 ล้านคน นำส่งรายได้เข้ารัฐปีละ 2.3 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ ที่สำคัญมีเงินสำรองทั่วไปเพิ่มจาก 7 หมื่นล้าน เป็น 1.36 แสนล้านบาทได้ โดยมีความเข้มแข็ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...